WHO ชี้ไทยติดอันดับ 9 ของโลก อุบัติเหตุทางถนนสูงสุด เสียชีวิตกว่า 20,000 รายต่อปี แนะคนไทยควรมีประกันรถยนต์ทุกคัน

ประชาสัมพันธ์6 ต.ค. 2568 • 13:01 น.
WHO ชี้ไทยติดอันดับ 9 ของโลก อุบัติเหตุทางถนนสูงสุด เสียชีวิตกว่า 20,000 รายต่อปี แนะคนไทยควรมีประกันรถยนต์ทุกคัน

ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ประเทศไทยถูกจัดให้อยู่ในกลุ่มประเทศที่มีอัตราการเกิดอุบัติเหตุบนท้องถนนสูงที่สุดแห่งหนึ่งในโลก โดยข้อมูลจากสำนักงานเครือข่ายลดอุบัติเหตุ ระบุว่า ในแต่ละปีมีผู้ประสบอุบัติเหตุทางถนนมากกว่า 1 ล้านครั้ง ส่งผลให้เกิดทั้งความสูญเสียทางชีวิตและภาระค่าใช้จ่ายจำนวนมหาศาล

รายงานจากองค์การอนามัยโลก (WHO) ยังระบุเพิ่มเติมว่า ประเทศไทยมีผู้เสียชีวิตจากอุบัติเหตุทางถนนราว 20,000 คนต่อปี และผู้บาดเจ็บมากกว่า หนึ่งล้านคนต่อปี พร้อมทั้งชี้ว่าไทยติดอันดับ 9 ของโลก จาก 175 ประเทศ ที่มีอัตราการเสียชีวิตบนท้องถนนสูงที่สุด (แหล่งที่มา: World Health Organization)

ท่ามกลางสถานการณ์ดังกล่าว ประกันรถยนต์ จึงกลายเป็นหนึ่งในเครื่องมือทางการเงินและความปลอดภัยที่คนไทยควรให้ความสำคัญ ไม่เพียงช่วยบรรเทาความเสียหายที่เกิดขึ้นจากอุบัติเหตุ แต่ยังช่วยสร้างความมั่นใจในการใช้รถใช้ถนนอีกด้วย

ประกันรถยนต์คืออะไร?

ตามนิยามของสำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) ประกันรถยนต์ คือ สัญญาระหว่างเจ้าของรถกับบริษัทประกันภัย เพื่อคุ้มครองความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นจากการใช้รถยนต์ ไม่ว่าจะเป็นอุบัติเหตุ การชน การสูญหาย หรือภัยธรรมชาติ เช่น ไฟไหม้ น้ำท่วม

ประกันรถยนต์มีกี่ประเภท อะไรบ้าง?

ประกันรถยนต์ในไทยแบ่งเป็น 2 กลุ่มหลัก

1.ประกันภัยภาคบังคับ (พ.ร.บ. รถยนต์)

- กฎหมายกำหนดว่ารถทุกคันต้องมี

- คุ้มครองชีวิตและร่างกายของผู้ประสบภัย ไม่คุ้มครองความเสียหายต่อตัวรถ

2.ประกันภัยภาคสมัครใจ

- ผู้ขับขี่สามารถเลือกซื้อเพิ่มเติมได้ แบ่งเป็นชั้น 1, 2+, 3+, และชั้น 3

- แต่ละชั้นมีความคุ้มครองแตกต่างกัน ตั้งแต่ครอบคลุมเต็มรูปแบบไปจนถึงคุ้มครองเฉพาะคู่กรณี

ความคุ้มครองจากประกันรถยนต์ช่วยลดภาระได้มหาศาล

ทุกวันนี้ค่าซ่อมรถยนต์และค่ารักษาพยาบาลหากเกิดอุบัติเหตุมีมูลค่าสูงมาก หากไม่มีประกันรถยนต์ เจ้าของรถอาจต้องแบกรับค่าใช้จ่ายเองทั้งหมด ซึ่งหลายกรณีมีจำนวนหลายแสนบาท

ประกันรถยนต์ ชั้น 1 เหมาะกับรถใหม่หรือผู้ที่ต้องการความคุ้มครองรอบด้าน ขณะที่ รถเก่า สามารถเลือกทำชั้น 2+ หรือ 3+ เพื่อประหยัดค่าเบี้ย แต่ยังคงได้การคุ้มครองที่จำเป็น

ทำไมถึงต้องมีประกันรถยนต์?

- เพราะกฎหมายบังคับ : หากไม่มี พ.ร.บ. จะไม่สามารถต่อภาษีรถยนต์ได้

- ลดภาระค่าใช้จ่าย : ทั้งค่าซ่อมและค่ารักษาพยาบาล - คุ้มครองคู่กรณี : ลดความขัดแย้งหากเกิดอุบัติเหตุ

- สร้างความอุ่นใจ : ผู้ขับขี่และครอบครัวไม่ต้องกังวลเรื่องค่าใช้จ่ายฉุกเฉิน

ประกันรถยนต์ไม่ใช่แค่ภาระทางการเงิน แต่เป็นเกราะป้องกันที่จำเป็น

สถานการณ์อุบัติเหตุบนท้องถนนไทยยังคงน่าเป็นห่วง ทำให้ ประกันรถยนต์ กลายเป็นสิ่งจำเป็น ไม่ใช่เพียงเพราะกฎหมายบังคับ (พ.ร.บ.) แต่ยังเป็นหลักประกันทางการเงินและความปลอดภัยสำหรับเจ้าของรถ ครอบครัว และคู่กรณี

ไม่ว่าจะเป็นรถใหม่หรือรถที่ใช้งานมานาน เจ้าของรถควรพิจารณาทำประกันให้เหมาะสมกับสภาพรถและรูปแบบการใช้งาน เพื่อป้องกันความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นได้ทุกเมื่อบนท้องถนนไทย