Jan29 ปรับแผน IPO ปักธงเข้าจดทะเบียนตลาด mai ปี 2569 เดินหน้าขยายธุรกิจครบวงจร
Jan29 ปรับแผน IPO ปักธงเข้าจดทะเบียนตลาด mai ปี 2569 เดินหน้าขยายธุรกิจครบวงจร ตั้งเป้ารายได้ปี 2569–2570 แตะ 1,000 ล้านบาท
บริษัท จันทร์ 29 จำกัด (มหาชน) หรือ Jan29 Public Company Limited (Jan29) ผู้เชี่ยวชาญด้านการบริหารจัดการอีเวนต์และการสื่อสารการตลาดแบบครบวงจรสำหรับหน่วยงานภาครัฐ รัฐวิสาหกิจ และภาคเอกชน เปิดเผยความคืบหน้าการปรับแผนการเสนอขายหุ้นสามัญต่อประชาชนเป็นครั้งแรก (Initial Public Offering: IPO) เพื่อให้สอดคล้องกับภาวะตลาดทุนและเศรษฐกิจในปัจจุบัน โดยตั้งเป้าเข้าจดทะเบียนใน ตลาดหลักทรัพย์เอ็ม เอ ไอ (mai) ภายในช่วงต้นปี 2569
นายพชร สุนทรวิภาต ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท จันทร์ 29 จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า บริษัทให้ความสำคัญกับการเตรียมความพร้อมก่อนเข้าสู่ตลาดทุนอย่างรอบด้าน ทั้งการปรับปรุงโครงสร้างธุรกิจ ระบบบัญชี และระบบการควบคุมภายใน ให้เป็นไปตามเกณฑ์ของสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ และตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เพื่อเสริมสร้างความเชื่อมั่นแก่ผู้ลงทุน และรองรับการเติบโตอย่างยั่งยืนในระยะยาว
ปัจจุบัน บริษัทมีผลการดำเนินงานและฐานะทางการเงินเป็นไปตามเกณฑ์การเข้าจดทะเบียนในตลาด mai โดยได้เปลี่ยนมาตรฐานการรายงานทางการเงินจาก NPAEs เป็น PAEs ตั้งแต่ปี 2566 และได้รับการสอบบัญชีโดยบริษัท ดี ไอ เอ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด บริษัทมีรายได้จากการขายและให้บริการอย่างต่อเนื่อง โดยส่วนใหญ่มาจากโครงการภาครัฐ สรุปผลการดำเนินงานในช่วงที่ผ่านมา
• ปี 2565 มีรายได้ 343.07 ล้านบาท
• ปี 2566 มีรายได้ 398.78 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 16.24
• ปี 2567 มีรายได้ 360.47 ล้านบาท ลดลงร้อยละ 9.61 จากสถานการณ์ทางการเมืองและข้อจำกัดด้านงบประมาณภาครัฐ อย่างไรก็ดี จากการปรับกลยุทธ์ขยายฐานลูกค้าภาคเอกชนและการให้บริการด้านสื่อโฆษณา ส่งผลให้บริษัทมีกำไรสุทธิในปี 2567 จำนวน 32.34 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 8.97
สำหรับปี 2568 บริษัทมีมูลค่าโครงการภาครัฐในมือแล้วกว่า 400 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีก่อนหน้า ขณะที่ปัจจุบันบริษัทมีส่วนของผู้ถือหุ้น 81.44 ล้านบาท และมีกำไรสุทธิสะสมในช่วงปี 2565–2567 รวม 68.19 ล้านบาท
นายพชรกล่าวเพิ่มเติมว่า ในปี 2568 อุตสาหกรรมอีเวนต์ของประเทศไทยมีทิศทางฟื้นตัวอย่างมีนัยสำคัญ สอดคล้องกับการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโดยรวม โดยมีมูลค่าตลาดประมาณ 14,000–15,000 ล้านบาท บริษัทจึงเตรียมยกระดับศักยภาพรองรับโครงการขนาดใหญ่ พร้อมเพิ่มทุนจดทะเบียนจาก 40.00 ล้านบาท เป็น 100.00 ล้านบาท และมีแผนเสนอขายหุ้นสามัญเพิ่มทุนแก่ประชาชนทั่วไปไม่เกิน 60 ล้านหุ้น คิดเป็นสัดส่วนไม่เกินร้อยละ 30 ของทุนจดทะเบียนที่ออกและชำระแล้วภายหลังการเสนอขาย
เงินที่ได้จากการระดมทุนจะนำไปใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียน เสริมสภาพคล่องในการดำเนินธุรกิจ ต่อยอดธุรกิจเดิม และขยายสู่กลุ่มธุรกิจพาณิชย์และธุรกิจใหม่ เพื่อสร้างความหลากหลายของแหล่งรายได้ ภายใต้กลยุทธ์ “Innovation, Entertainment & Experience” ครอบคลุมการพัฒนาและลงทุนในกลุ่มธุรกิจ Concert, Festival และ Show Business รวมถึงแผนดึงงานเทศกาลระดับโลก (World Festival) เข้ามาจัดในประเทศไทย เพื่อเชื่อมโยงเศรษฐกิจสร้างสรรค์ การท่องเที่ยว และอุตสาหกรรมบันเทิง
นอกจากนี้ บริษัทมุ่งยกระดับการให้บริการด้าน Marketing Technology (MarTech) จากงานออแกไนซ์แบบ B2B สู่การเป็นพันธมิตรเชิงกลยุทธ์ด้านการตลาดและการสร้างประสบการณ์ โดยให้บริการแบบครบวงจร ครอบคลุม Digital Agency, Social Listening, Influencer Platform, Employee Engagement Platform และระบบ CRM ควบคู่กับการพัฒนาโครงการเทศกาลวัฒนธรรมและกิจกรรมร่วมกับจังหวัดต่าง ๆ ทั่วประเทศ เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจ กระตุ้นการท่องเที่ยว และกระจายรายได้สู่ภูมิภาค ผ่านความร่วมมือระหว่างภาครัฐ ภาคเอกชน และชุมชนท้องถิ่น
นายพชรกล่าวทิ้งท้ายว่า “การเข้าจดทะเบียนในตลาด mai จะเป็นก้าวสำคัญในการยกระดับมาตรฐานองค์กร เพิ่มความโปร่งใส และสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืนให้กับบริษัทในระยะยาว พร้อมตั้งเป้าผลักดันรายได้ในช่วงปี 2569–2570 สู่ระดับ 1,000 ล้านบาท”