“Cover” อย่างไรให้เห็นตัวตน: ถอดรหัส 4 ทีมเยาวชนบนเวที Zeer Cover Dance Contest #2

ประชาสัมพันธ์9 ส.ค. 2569 • 06:40 น.
“Cover” อย่างไรให้เห็นตัวตน: ถอดรหัส 4 ทีมเยาวชนบนเวที Zeer Cover Dance Contest #2

เมื่อการจำท่าไม่ใช่ปลายทาง แต่เป็นภาษาที่เด็กยุคใหม่ใช้ฝึกวินัย สร้างทีม ทดลองความฝัน และบอกให้โลกรู้ว่า “เราเป็นใคร”

ชื่อของ “Cover Dance” อาจทำให้หลายคนนึกถึงการเต้นให้เหมือนต้นฉบับมากที่สุด แต่สำหรับเด็กยุคใหม่ “ความเหมือน” เป็นเพียงจุดเริ่มต้น เพราะทันทีที่เพลงดังขึ้น สิ่งที่ผู้ชมมองเห็นกลับเป็นบุคลิก พลังและวิธีตีความของนักเต้นแต่ละคน การแกะท่าจากคลิป ฝึกซ้ำหลายรอบ จัดตำแหน่งสมาชิก ไปจนถึงการตัดสินใจว่าจะส่งสายตาและอารมณ์แบบใด จึงไม่ได้มีแค่เรื่องของการเลียนแบบ แต่เป็นกระบวนการที่เด็ก ๆ ค่อย ๆ เรียนรู้ทั้งภาษาของการแสดงและตัวตนของตัวเอง

 

ภาพดังกล่าวปรากฏชัดบนเวที Zeer Cover Dance Contest #2 ที่รวมเยาวชนจากทั่วประเทศกว่า 500 ชีวิตมาประชันความสามารถ ซึ่งจัดขึ้น ณ ศูนย์การค้าเซียร์ รังสิต โดยมี พานาโซนิค เอเนอร์จี (ประเทศไทย) เข้ามาเป็นหนึ่งในพลังสนับสนุนสำคัญของเวทีนี้ ภายใต้กลยุทธ์ Music Marketing เพื่อเปิดพื้นที่ให้ความสนใจของเด็กๆ ไม่หยุดอยู่เพียงหน้าจอหรือห้องซ้อม แต่ได้พัฒนาเป็นประสบการณ์จริงที่มีทั้งเป้าหมาย กำหนดเวลา ผู้ชม และเสียงสะท้อนกลับ

 

 

A group of young girls in red outfits posing for a photo

AI-generated content may be incorrect.

Two girls in red clothing on a stage

AI-generated content may be incorrect.

จากการ “จำท่า” สู่การอ่านภาษาของตัวเอง

เสน่ห์ของ Cover Dance ในวันนี้อยู่ตรงความย้อนแย้งที่น่าสนใจ ยิ่งนักเต้นเข้าใจต้นฉบับมากเท่าไร ก็ยิ่งมีพื้นที่เลือกว่าจะสื่อสารตัวเองออกมาอย่างไร ทั้งน้ำหนักของการเคลื่อนไหว สีหน้า การจัดพลังของทีม และรายละเอียดเล็ก ๆ ที่ทำให้การแสดงชุดเดียวกันไม่เคยให้ความรู้สึกเหมือนกันทั้งหมด

สำหรับ ทีม Novarise จากสถาบันสอนเต้น U.A. Academy การเต้นจึงไม่ใช่เพียงการทำตามศิลปินที่ชอบ แต่เป็นโอกาสให้เด็กธรรมดาได้มองเห็นความเป็นไปได้ของตัวเอง น้องณิชา-ณัฎฐณิชา มูณีผล อายุ 11 ปี ตัวแทนทีม เล่าว่า “ทุกครั้งก่อนขึ้นเวทีพวกเราซ้อมกันหนักมาก บางวันใช้เวลาหลายชั่วโมงเพื่อให้ทุกจังหวะพร้อมที่สุด ถึงจะเหนื่อยแต่ไม่มีใครบ่นเพราะทุกคนมีเป้าหมายเดียวกันคืออยากพัฒนาตัวเองให้เก่งขึ้น และหวังว่าสักวันหนึ่ง จะได้ยืนบนเวทีในฐานะศิลปินที่สร้างแรงบันดาลใจให้เด็กคนอื่น เหมือนที่พวกเราได้รับแรงบันดาลใจในวันนี้”

สิ่งที่น่าสนใจจึงอาจไม่ใช่คำถามว่าเด็ก ๆ เต้น “เหมือน” แค่ไหน แต่อยู่ที่ระหว่างทางพวกเขาเริ่มมองเห็นหรือยัง ว่าจุดแข็งของตัวเองคืออะไร อยากเป็นนักแสดงแบบไหน และต้องพัฒนาอะไรต่อไป เวที Cover Dance จึงทำหน้าที่ คล้ายพื้นที่ทดลองตัวตนที่ไม่ต้องรอให้เด็กโตพอจะเลือกอาชีพเสียก่อน

A group of girls posing for a picture

AI-generated content may be incorrect.

A group of young girls dancing on stage

AI-generated content may be incorrect.

เวทีประกวดทำให้ “ความฝัน” มีปฏิทิน

ความฝันในวัยเด็กมักเริ่มจากประโยคว่า “สักวันหนึ่ง” แต่การแข่งขันทำให้สักวันหนึ่งนั้นมีวันซ้อม วันขึ้นเวที และช่วงเวลาที่ต้องรับผิดชอบต่อเพื่อนทั้งทีม จากความชอบที่ดูเป็นนามธรรม เด็ก ๆ ต้องเปลี่ยนให้กลายเป็นแผนงาน จริง ตั้งแต่แบ่งเวลา แก้ท่าที่ยังไม่พร้อม รับฟังความคิดเห็น ไปจนถึงกลับมาซ้อมใหม่หลังทำผิดพลาด

แม้สมาชิก ทีม The D Monster & K!SS D จากสถาบันสอนเต้น D PLANET DANCE STUDIO จะยังมีอายุน้อย แต่พวกเขามองเห็นบทเรียนที่เกิดขึ้นนอกเหนือจากท่าเต้นแล้ว น้องวาเลน-กัญญานันท์ สมบูรณ์ศิริ อายุ 7 ปี บอกว่า “การเต้นทำให้พวกเราได้เรียนรู้หลายอย่าง ไม่ว่าจะเป็นความกล้าแสดงออก การฟังกันในทีม และการช่วยเหลือกันเวลาเพื่อนทำพลาด คุณครูสอนว่าการเป็นนักเต้นที่ดีไม่ใช่แค่จำท่าได้ แต่ต้องมีวินัยและไม่ยอมแพ้”

ประโยคสั้น ๆ นี้สะท้อนอีกด้านของ Cover Dance ที่มักไม่อยู่ในคลิปการแสดงไม่กี่นาที นั่นคือชั่วโมงซ้อมที่เด็กต้องเรียนรู้ว่าจะทำอย่างไรเมื่อความสามารถ ความเร็วในการจำท่า หรือความมั่นใจของแต่ละคน ไม่เท่ากัน   การเต้นให้พร้อมกันจึงไม่ได้เกิดจากการที่ทุกคนเหมือนกัน แต่เกิดจากการรู้ว่าจะปรับตัวและพาทีม ไปถึงเป้าหมายร่วมกันอย่างไร

 

A group of young girls posing for a picture

AI-generated content may be incorrect.

A group of girls on a stage

AI-generated content may be incorrect.

ความฝันไม่ได้เติบโตลำพัง แต่มี “ทีมหลังเวที” คอยเติมพลัง

เบื้องหลังเด็กหนึ่งคนที่กล้าขึ้นเวที มักมีคนอีกหลายคนร่วมกันทำให้ความกล้านั้นเกิดขึ้นได้ ทั้งครูที่ช่วยแปลงความชอบ ให้เป็นทักษะ เพื่อนร่วมทีมที่ทำให้การฝึกหนักยังสนุก และครอบครัวที่มอบทั้งเวลา ความเข้าใจ และโอกาสให้เด็กได้ลองผิดลองถูก 

ทีม Glitter จากสถาบันสอนเต้น PM Performance Studio เป็นภาพแทนของระบบสนับสนุนดังกล่าว น้องไบร์ทกี้-สิรินทิพย์ ศรีศิริกุล อายุ 9 ปี เล่าว่า สมาชิกในทีมมีศิลปิน T-Pop เป็นไอดอล มีคุณครูคอยฝึกสอนและผลักดัน รวมถึงคุณพ่อคุณแม่ที่สนับสนุนให้ทำในสิ่งที่รัก ก่อนแข่งขันทุกคนซ้อมร่วมกัน สัปดาห์ละ 2-3 ครั้ง “ถึงจะเหนื่อยบ้าง แต่พอได้ขึ้นเวที ได้ยินเสียงเชียร์ และเห็นทุกคนสนุกไปกับการแสดง ความเหนื่อยก็หายไปเลย ความฝันของพวกหนูคือการได้พัฒนาตัวเองไปเรื่อย ๆ และมีโอกาสขึ้นแสดงบนเวทีใหญ่ เหมือนไอดอลที่เป็นแรงบันดาลใจค่ะ”

มุมนี้ทำให้การตามหาความฝันของเด็กรุ่นใหม่ไม่จำเป็นต้องถูกเล่าเป็นเรื่องของพรสวรรค์หรือความพยายาม แบบลำพังเสมอไป เพราะโอกาสหนึ่งครั้งอาจเกิดจาก “พลังร่วม” ของบ้าน โรงเรียนสอนเต้น เพื่อน และเวทีสาธารณะที่ช่วยยืนยันกับเด็กว่า สิ่งที่เขาทุ่มเทมีพื้นที่ให้เติบโต

 

A group of women dancing

AI-generated content may be incorrect.

A group of women dancing on a stage

AI-generated content may be incorrect.

ไม่ได้มีเพียงเส้นทางศิลปิน แต่คือการทดลองอนาคตผ่านประสบการณ์จริง

สำหรับเด็กบางคน Cover Dance อาจพาไปสู่ออดิชั่นและอาชีพในวงการบันเทิง ขณะที่อีกหลายคนอาจค้นพบว่าตนเองสนใจงานเบื้องหลัง การออกแบบโชว์ การสอนเต้น การทำคอนเทนต์ หรือเพียงได้รู้จักความสามารถอีกด้านของตัวเอง สิ่งสำคัญจึงไม่ใช่ทุกคนต้องลงเอยด้วยการเป็นศิลปิน แต่คือทุกคนได้ใช้เวทีจริงสำรวจว่า ความชอบของตนสามารถต่อยอดไปทางใดได้บ้าง

ทีม Shooting Star จากสถาบันสอนเต้น M2K Studio in Budokan มองการแข่งขันเป็นสนามฝึกก่อนก้าวไปสู่โอกาสที่ใหญ่ขึ้น น้องดาด้า-สิตา กานิธิ อายุ 12 ปี ตัวแทนทีม กล่าวว่า “ทุกการแข่งขันทำให้เราได้เรียนรู้ทั้งเรื่องการแสดง ความมั่นใจ การแก้ปัญหาเฉพาะหน้า และการทำงานเป็นทีม เวลาที่ได้เจอทีมอื่น ๆ ก็ยิ่งทำให้รู้ว่าประเทศไทยมีเด็กเก่งอีกเยอะ และเป็นแรงผลักดันให้เราพัฒนาตัวเองต่อไป ความฝันของพวกเราคือการได้ก้าวไปออดิชั่น และสักวันหนึ่งอยากเป็นศิลปินที่ส่งต่อแรงบันดาลใจให้คนรุ่นต่อไป”

หากมองจากมุมการศึกษา เวทีลักษณะนี้จึงเป็นมากกว่ากิจกรรมนอกห้องเรียน เพราะเด็กไม่ได้เพียงแสดง สิ่งที่ซ้อมมา แต่ได้พบมาตรฐานใหม่จากทีมอื่น รับมือกับสถานการณ์จริง และกลับไปพร้อมคำถามว่า ครั้งต่อไปตนเอง อยากทำอะไรให้ดีขึ้น นี่คือการเรียนรู้ที่เริ่มจากความสมัครใจ และขับเคลื่อนด้วยความหมายที่เด็กเป็นคนเลือกเอง

 

A person standing in front of a wall with posters

AI-generated content may be incorrect.

มร.ชินยา โยชิดะ ผู้อำนวยการส่วนงานขายและการตลาด สำนักงานใหญ่ประจำภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ บริษัท พานาโซนิค เอเนอร์จี (ประเทศไทย) กล่าวว่า “พานาโซนิค เอเนอร์จี เชื่อว่าเด็กทุกคนมีพลัง และรูปแบบการแสดงออกที่เป็นของตัวเอง สิ่งที่ผู้สนับสนุนสามารถทำได้ คือช่วยให้พลังนั้น มีพื้นที่ได้ถูกค้นพบ ฝึกฝน และมองเห็น การสนับสนุน Zeer Cover Dance Contest #2 จึงไม่ใช่เพียงการจัดการแข่งขัน แต่เป็นการต่อยอดกลยุทธ์ Music Marketing ด้วยการสร้างโอกาสให้เยาวชนได้ลงมือทำจริง เรียนรู้ร่วมกับผู้อื่น และเติบโตผ่านสิ่งที่รัก”

เวทีหนึ่งเวทีอาจไม่ได้ทำให้ความฝันสำเร็จในทันที และผู้สนับสนุนก็ไม่สามารถเดินตามความฝันแทนเด็กได้ แต่การมีพื้นที่ให้ขึ้นแสดง มีเส้นทางให้มุ่งไปหา มีเพื่อนร่วมทีมให้รับผิดชอบ และมีผู้ชมที่พร้อมมองเห็น ล้วนเป็นพลัง ชิ้นเล็ก ๆ ที่ช่วยให้คำว่า “อยากเป็น” ค่อย ๆ เปลี่ยนเป็น “กำลังลงมือทำ”

การแข่งขัน Cover Dance Contest  จึงสะท้อนเทรนด์ของ Cover Dance ในอีกความหมายหนึ่ง นี่ไม่ใช่เพียง วัฒนธรรมการเต้นตามศิลปินที่ชื่นชอบ แต่เป็นวัฒนธรรมการเรียนรู้แบบลงมือทำของคนรุ่นใหม่ เป็นพื้นที่สร้างตัวตน ร่วมกับผู้อื่น และเป็นเวทีที่ทำให้เด็กๆ ได้ค้นพบว่า ก่อนจะไปถึงความฝันที่อยู่ไกล พวกเขาสามารถเริ่มต้นด้วยพลังที่ มีอยู่ในวันนี้ได้อย่างไร โดยพานาโซนิค เอเนอร์จี ยินดีที่จะเป็นหนึ่งในแรงสนับสนุนที่ช่วยทำให้พื้นที่แห่งโอกาสนี้เกิด ขึ้นจริง

แท็กที่เกี่ยวข้อง