MEA ร่วมขับเคลื่อนความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ภาคพลังงาน แลกเปลี่ยนแนวทางบริหารความเสี่ยงระบบ IT–OT
MEA ร่วมขับเคลื่อนความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ภาคพลังงาน แลกเปลี่ยนแนวทางบริหารความเสี่ยงระบบ IT–OT ตามมาตรฐาน IEC 62443
วันนี้ (21 สิงหาคม 2569) นายดิชวัฒน์ จันทร์อี่ ผู้ว่าการ MEA หรือการไฟฟ้านครหลวง เข้าร่วมการเสวนาผู้บริหาร (Executive Panel Discussion) หัวข้อ “Bridging the Gap Between IT and OT: Governance, Compliance (IEC 62443) and Risk Management in the Energy Sector” ภายในงานสัมมนา “IT/OT Cybersecurity for Next-Generation Energy” ณ โรงแรมเดอะ เวสทิน แกรนด์ สุขุมวิท กรุงเทพฯ
การสัมมนาดังกล่าวร่วมจัดโดยสำนักงานคณะกรรมการการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์แห่งชาติ (NCSA) กระทรวงพลังงาน และบริษัท แคสเปอร์สกี้ (ประเทศไทย) เพื่อแลกเปลี่ยนองค์ความรู้และแนวทางยกระดับความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์สำหรับโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงาน ครอบคลุมการกำกับดูแล การบริหารจัดการความเสี่ยง การปฏิบัติตามมาตรฐาน IEC 62443 ตลอดจนการออกแบบและปกป้องระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ (IT) และระบบเทคโนโลยีปฏิบัติการ (OT) ให้มีความมั่นคงปลอดภัยและพร้อมรองรับการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงาน โดยมีผู้บริหารจากการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) และการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) เข้าร่วมแลกเปลี่ยนมุมมองด้วย สะท้อนถึงความตระหนักร่วมกันของทั้ง 3 การไฟฟ้าในการเสริมสร้างความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์และความต่อเนื่องของระบบไฟฟ้าของประเทศ
ในการเสวนา ผู้ว่าการ MEA ได้ร่วมแลกเปลี่ยนมุมมองเกี่ยวกับความท้าทายจากการเชื่อมโยงระบบ IT และ OT ที่เพิ่มมากขึ้น โดยเฉพาะระบบพลังงานหมุนเวียนและโรงไฟฟ้าเสมือน (Virtual Power Plant: VPP) ซึ่งเชื่อมโยงแหล่งพลังงานแบบกระจายตัว เช่น ระบบผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ ระบบกักเก็บพลังงาน และสถานีชาร์จยานยนต์ไฟฟ้า ผ่านเครือข่ายดิจิทัล ทำให้การรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ต้องครอบคลุมทั้งข้อมูล อุปกรณ์ทางกายภาพ ความปลอดภัยของผู้ปฏิบัติงาน และความต่อเนื่องของระบบไฟฟ้า
มาตรฐาน IEC 62443 ถือเป็นแนวทางสำคัญสำหรับการบริหารจัดการความมั่นคงปลอดภัยของระบบ OT และระบบควบคุมอุตสาหกรรม โดยให้ความสำคัญกับการแบ่งระบบออกเป็นโซน การกำหนดช่องทางการสื่อสารระหว่างระบบอย่างรัดกุม และการกำหนดระดับความปลอดภัยให้เหมาะสมกับความเสี่ยง พร้อมเน้นย้ำว่าความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์เป็น “ความรับผิดชอบร่วมกัน” ระหว่างเจ้าของสินทรัพย์ ผู้รวมระบบ และผู้ผลิตหรือผู้จัดจำหน่ายอุปกรณ์ เพื่อให้ระบบได้รับการออกแบบและดูแลอย่างปลอดภัยตั้งแต่ต้นทาง ทั้งนี้ องค์กรด้านพลังงานสามารถเริ่มต้นยกระดับความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์อย่างเป็นระบบ ตั้งแต่การสำรวจและจัดทำบัญชีสินทรัพย์ IT–OT การประเมินความเสี่ยงและผลกระทบ การแบ่งส่วนเครือข่ายเพื่อจำกัดวงความเสียหาย ตลอดจนการจัดทำและซักซ้อมแผนตอบสนองต่ออุบัติการณ์อย่างสม่ำเสมอ รวมถึงการเตรียมแผนสำรองเพื่อให้สามารถควบคุมและรักษาความต่อเนื่องของระบบได้ หากระบบดิจิทัลขัดข้อง
MEA ให้ความสำคัญกับการนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการระบบไฟฟ้า ควบคู่กับการยกระดับความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์อย่างต่อเนื่อง เพื่อเสริมสร้างความมั่นคงของระบบจำหน่ายไฟฟ้า รองรับระบบพลังงานแห่งอนาคต และสร้างความเชื่อมั่นในการให้บริการประชาชนอย่างปลอดภัยและยั่งยืน