สสส.จับตา 7 ทิศทางสุขภาพคนไทย ปี 2567 กระตุ้นสังคมปรับตัวพร้อมรับมืออย่างเท่าทัน
เมื่อเทคโนโลยีดิจิทัล ได้เข้ามาเปลี่ยนแปลงวิถีชีวิตของผู้คนให้เปลี่ยนไปจากเดิม เกิดเป็นพฤติกรรมใหม่ ๆ ของผู้บริโภคและแนวทางการทำตลาดแบบใหม่ โดยเฉพาะการเปลี่ยนแปลงทางด้านสุขภาพ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ตระหนักถึงปัญหาดังกล่าว ได้จัดงาน ThaiHealth Watch 2024 จับตาทิศทางสุขภาพคนไทย ปี 2567 : Next Gen Living คุณภาพชีวิตในอนาคต เพื่อสะท้อนอนาคตทิศทางสุขภาพพร้อมแนวทางลดความเสี่ยงทางสุขภาพที่มีแนวโน้มเกิดขึ้นใหม่
นางเบญจมาภรณ์ ลิมปิษเฐียร ผู้ช่วยผู้จัดการอาวุโส สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) และรักษาการผู้อำนวยการศูนย์เรียนรู้สุขภาวะ สสส. กล่าวว่า งาน ThaiHealth Watch 2024 ได้รวบรวมองค์ความรู้ผ่านหลักการ 3S ได้แก่ 1.Situation สถานการณ์พฤติกรรมสุขภาพ จากรายงานสุขภาพคนไทย ปี 2566 2.Social Trend กระแสความสนใจในสื่อสังคมออนไลน์ 3.Solution ข้อแนะนำ ทั้งระดับปัจเจกบุคคลและข้อเสนอเชิงนโยบายต่อสังคม เกิดเป็น 7 ประเด็นทิศทางสุขภาพสำคัญ มุ่งกระตุ้นสังคมปรับตัวพร้อมรับมือกับสถานการณ์ในสังคมอย่างเข้าใจและเท่าทัน ลดความเหลื่อมล้ำการเข้าถึงนวัตกรรมสุขภาพเพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตของทุกคนในสังคมอย่างเท่าเทียม
สำหรับ 7 ประเด็นสุขภาพที่น่าจับตามองในปี 2567 ได้แก่ 1.ปรับมุมมอง เปลี่ยนความคิด เมื่อวันที่ไทยต้องเป็นครอบครัวข้ามรุ่น โครงสร้างของครอบครัวที่เปลี่ยนแปลงส่งผลต่อสุขภาพจิตของสมาชิก พบ Gen X เสาหลักของบ้านรู้สึกเครียดกับปัญหาทางการเงิน 65% Gen Z พบความขัดแย้ง เผชิญความเครียดทางอารมณ์และความบกพร่องทางจิตใจ 51% การพัฒนา ‘นักสื่อสารสุขภาวะ’ ของคนหลากหลายวัย ช่วยลดช่องว่างระหว่างวัยได้
2.ขนมขบเคี้ยว และเครื่องดื่มรสหวาน มิตรยามว่างหรือศัตรูเรื้อรังเด็กไทย พบ 1 ใน 3 ของเด็กไทยกินขนมพร้อมน้ำที่มีส่วนผสมของน้ำตาลทุกวัน เนื่องจากกลยุทธ์การส่งเสริมการตลาดอาหารและเครื่องดื่มทำลายสุขภาพ ซึ่งเด็กที่อ้วนมีแนวโน้มเป็นผู้ใหญ่ที่ป่วยโรค NCDs โดยเฉพาะโรคเบาหวานถึง 31%
ประเด็นที่ 3.เยาวชนไทยบนโลกแห่งการพนันไร้พรมแดน พบโทรศัพท์มือถือเป็นช่องทางเล่นพนันมากที่สุด เกมสล็อตครองแชมป์ยอดนิยม ที่น่าห่วงคือ นักเล่นพนันหน้าใหม่คิดว่าการพนันไม่อันตราย สสส. ผลักดันให้เกิดกลไกเครือข่ายเฝ้าระวังและสื่อสาร สร้างความรู้เท่าทันการพนัน ลดผลกระทบจากการพนันระดับพื้นที่ทุกภูมิภาค
4.สุราท้องถิ่นนอกระบบ คุณค่าความหลากหลายบนความเสี่ยงทางการควบคุม ความเสี่ยงจากสุราเถื่อน พบสารแปลกปลอมอ้างสรรพคุณด้านชูกำลัง หรือเสริมสมรรถนะทางเพศ ทั้งพิษจากสัตว์ สารเคมีกำจัดวัชพืชและแมลง ส่งผลกระทบทางสุขภาพถึงขั้นเสียชีวิตทั้งผู้ผลิตและผู้บริโภค
5.เยาวชนกับภูมิคุ้มกัน ในยุคที่ยาเสพติดเข้าถึงง่าย พบปัจจัยที่ทำให้วัยรุ่นใช้ยาเสพติด 1) อยากลอง 2) ความรุนแรงในครอบครัว 3) ปัญหาด้านการเงิน 4) สังคม สิ่งแวดล้อม การเสริมศักยภาพและสร้างกลไกป้องกันให้เยาวชนใช้เวลาเป็นประโยชน์จึงเป็นสิ่งสำคัญ
ประเด็นที่ 6.ลมหายใจในม่านฝุ่น ต้นตอปัญหาที่แตกต่างหลากหลาย จำเป็นต้องเร่งสร้างความร่วมมือลดปัญหาจาก 3 แหล่งกำเนิด 1) ท่อไอเสียรถยนต์ 2) โรงงานอุตสาหกรรมและการก่อสร้าง 3) การเผาในที่โล่ง ที่ทำให้ปี 2566 พบ 1,730,976 คนเป็นผู้ป่วยโรคที่เกี่ยวข้องกับมลพิษทางอากาศ
ประเด็นที่ 7.โลกเดือดสะเทือนไทย ทางออกในวิกฤติความมั่นคงทางอาหาร มีโอกาส 50% ที่จะร้อนขึ้นอีก 1.5 องศาเซลเซียส ในอีก 5 ปี กระทบความมั่นคงทางอาหาร กลไกการบริหารจัดการระบบอาหาร จัดสรรพื้นที่สาธารณะในชุมชนใช้ผลิตอาหารปลอดภัยเพื่อการบริโภคและสร้างรายได้ ช่วยสร้างความมั่นคงทางอาหารให้ชุมชนได้อย่างยั่งยืน
นอกจากนี้ยังมีช่วง Talk เดี่ยว : รากของปัญหาฝุ่น PM 2.5 (Clean Air for a Healthier Future) โดย นพ.อรรถพล แก้มสัมฤทธิ์ รองอธิบดีกรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข และคุณชัชวาล ทองดีเลิศ ประธานสภาลมหายใจเชียงใหม่ โดยช่วง Talk ได้พูดถึง PM2.5 ก่อให้เกิดปัญหาใหญ่อย่างมลพิษทางอากาศ เมื่อเข้าสู่ร่างกายเข้าไปในปอดได้ลึกและเชื่อมโยงกับปัญหาสุขภาพมากมาย เช่นโรคหัวใจและมะเร็งปอด และกลุ่มโรคที่พบสูงสุดได้แก่ กลุ่มโรคทางเดินหายใจ กลุ่มโรคผิวหนังอักเสบ และกลุ่มโรคตาอักเสบ
หากร่างกายได้รับสาร PM 2.5 ในปริมาณมากและยาวนานเกินไป ก่อให้เกิดโรคมะเร็งปอด หรือมะเร็งชนิดต่อม ผู้หญิงมีโอกาสเป็นมะเร็งชนิดนี้มากกว่าผู้ชาย 2 เท่า นอกจากนี้ยังพบว่าผู้สูงอายุมากกว่า 60 ปี มีความเสี่ยงที่จะเจ็บป่วยด้วยโรคหัวใจและหลอดเลือด โรคหลอดเลือดสมอง โรคปอดอุดกั้นเรื้อรัง และโรคมะเร็งปอด รวมถึงเด็ก หญิงตั้งครรภ์ และผู้มีโรคประจำตัว
ส่วนที่มาของฝุ่นควันในภาคเหนือจะมีปัจจัย 3 หลัก คือ 1.ลักษณะประเทศที่กักขังการไหลเวียนของอากาศ 2.ภูมิอากาศเกิดการผกผันของอุณภูมิที่ชั้นบรรยากาศด้านบนมีอุณภูมิที่สูงขึ้น ทำให้อากาศไม่หมุนเวียน และ3. การเผาชีวมวล หรือวัสดุเหลือทิ้งทางการเกษตร เมื่อวันที่ 9 มีนาคม 2566 เชียงใหม่กลายเป็นจังหวัดที่มีอากาศแย่ที่สุดในโลก ส่วนกรุงเทพฯอยู่ที่อันดับ 5 ที่ถูกพูดถึงมากในสังคมออนไลน์ สสส.เล็งเห็นถึงการแก้ปัญหาอย่างเป็นรูปธรรม ได้ขับเคลื่อน โครงการห้องปลอดฝุ่น เพื่อลดและป้องกันผลกระทบต่อสุขภาพจากฝุ่นละอองขนาดเล็กในศูนย์พัฒนาเด็กเล็กในพื้นที่เสี่ยง และเร่งฟื้นฟูธรรมชาติผ่านโครงการ “ขับเคลื่อนการจัดการป่าชุมชนเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน”
ขณะที่การเสวนา ความมั่นคงทางอาหารอันเป็นผลจากการเปลี่ยนแปลงทางสภาพภูมิอากาศ โดย ดร.นพ.ไพโรจน์ เสาน่วม ผู้ช่วยผู้จัดการกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ผศ.ชล บุนนาค อาจารย์ประจำ คณะเศรษฐศาสตร์มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และผู้อำนวยการศูนย์วิจัยและสนับสนุนเป้าหมายเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน และ ดร.กฤษฎา บุญชัย เลขาธิการสถาบันชุมชนท้องถิ่นพัฒนา โดยล่าสุดรายงานจากองค์การอุตุนิยมวิทยาโลก ระบุว่า อุณภูมิของโลกจะทำสถิติใหม่สูงเกิน 1.5 องศาเซลเซียส เป็นครั้งแรก ระหว่างปีนี้ไปจนถึงปี 2570 หรือ 4 ปีข้างหน้าเนื่องจากภาวะโลกร้อนมีแนวโน้มเร่งตัวเร็วขึ้น และถ้าอุณภูมิของโลกสูงเกินกว่า 1.5 องศาฯ ติดต่อกัน 10 ปี หรือ 20 ปี จะเกิดผลกระทบกับห่วงโซ่อาหารโลก
จากภาวะการเปลี่ยนแปลงสภาพอากาศโลก ประเทศไทยเป็นหนึ่งที่ได้รับผลกระทบในหลากหลายด้าน โดยเฉพาะความเสียหายต่อเศรษฐกิจ ไม่ว่าจะเป็นภาคการท่องเที่ยว และภาคการเกษตรที่ได้รับผลกระทบสูงสุด เกิดภัยแล้งและเอลนีโญ่ ทำให้ของแพงขึ้น ต้นทุนการผลิตสูงขึ้น กระทบกับธุรกิจเกี่ยวเนื่องกับการเกษตร และความมั่นคงทางอาหาร ขณะเดียวกันกลุ่มคนยากจนและผู้มีรายได้น้อย ก็ถูกซ้ำเติมด้วยวิกฤตความมั่นคงทางอาหารด้วยเช่นกัน
โครงการหนองสนิทโมเดล ต.สนม อ.สนม จ.สุรินทร์ หนึ่งในโครงการต้นแบบที่ สสส. ได้ริเริ่มและดำเนินการจนประสบความสำเร็จ พร้อมนำไปปรับใช้ขยายผลเพื่อสร้างความมั่นคงทางอาหารในชุมชนทั่วประเทศไทย อบต.หนองสนิท เป็นพื้นที่ต้นแบบที่มีความเข้มแข็งด้านอาหาร ตั้งแต่การผลิต สนับสนุนต้นแบบแหล่งผลิตอาหารปลอดภัย เกษตรอินทรีย์ เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม จำกัดการใช้สารเคมี การกระจายและสร้างตลาดอาหาร ส่งเสริมช่องทาง สนับสนุนเศรษฐกิจอาหาร เชื่อมโยงผลผลิตอินทรีย์สู่ผู้บริโภค พัฒนาทักษะการบริโภคอาหารเพื่อสุขภาวะ และสามารถต่อยอดขยายผลไปแล้วกว่า 155 องค์การปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) เครื่อข่ายร่วมสร้างชุมชนท้องถิ่นน่าอยู่ของ สสส. ใน 46 จังหวัดทั่วประเทศ ทำให้เกิดเกษตรกรรมยั่งยืน สร้างความมั่นคงทางอาหารให้ชุมชนทั่วไทย
ผู้สนใจสามารถดาวน์โหลดข้อมูลได้ที่เว็บไซต์ https://resourcecenter.thaihealth.or.th/thaihealth-watch และสามารถรับข้อมูลสุขภาพเฉพาะรายบุคคลได้ที่แอปพลิเคชัน Persona Health