GISTDA จับมือ กองทัพเรือ พลิกโฉมความมั่นคงทางทะเล ชูเทคโนโลยีอวกาศ-ดาวเทียม คุมเข้มภัยพิบัติ-ปกป้องน่านน้ำไทย

ประชาสัมพันธ์3 ก.ย. 2569 • 15:42 น.
GISTDA จับมือ กองทัพเรือ พลิกโฉมความมั่นคงทางทะเล ชูเทคโนโลยีอวกาศ-ดาวเทียม คุมเข้มภัยพิบัติ-ปกป้องน่านน้ำไทย

3 กันยายน 2569 สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (องค์การมหาชน) หรือ GISTDA ภายใต้กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ลงนามในบันทึกความเข้าใจ (MOU) กับ กองทัพเรือ ฉบับที่ 2 ว่าด้วยความร่วมมือด้านเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศอย่างเป็นทางการ เพื่อยกระดับการบูรณาการข้อมูลดาวเทียมและระบบภูมิสารสนเทศ สนับสนุนภารกิจความมั่นคงทางทะเล การจัดการภัยพิบัติ ตลอดจนการพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศของประเทศอย่างเป็นรูปธรรม พิธีลงนามจัดขึ้น ณ ห้องรับรอง ชั้น 2 อาคารกองบัญชาการกองทัพเรือ พื้นที่วังนันทอุทยาน เขตบางกอกน้อย กรุงเทพมหานคร โดยมี พลเรือเอก ไพโรจน์ เฟื่องจันทร์ ผู้บัญชาการทหารเรือ พร้อมด้วย พลเรือโท ณัฐพล พรหมขุนทอง เจ้ากรมข่าวทหารเรือ และ ดร.ปกรณ์ อาภาพันธุ์ ผู้อำนวยการ GISTDA  ร่วมในพิธี ท่ามกลางคณะผู้บริหารและเจ้าหน้าที่จากทั้งสองหน่วยงาน

ดร.ปกรณ์ อาภาพันธุ์ ผู้อำนวยการ GISTDA เปิดเผยว่า ความร่วมมือครั้งนี้ถือเป็นก้าวสำคัญในการยกระดับจากการทำงานร่วมกันในอดีต ไปสู่มิติการใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีระดับสูงที่กว้างและชัดเจนยิ่งขึ้น โดยเทคโนโลยีอวกาศและข้อมูลภาพถ่ายจากดาวเทียมจะมีบทบาทเป็น "ดวงตาจากอวกาศ" ที่ช่วยเสริมขีดความสามารถในการปฏิบัติการของกองทัพเรือ ทั้งในภาวะปกติและสถานการณ์วิกฤต ซึ่งในยุคที่ภัยคุกคามทางทะเลมีความซับซ้อน และความผันผวนทางสภาพภูมิอากาศก่อให้เกิดภัยพิบัติถี่และรุนแรงขึ้น ข้อมูลที่ถูกต้อง รวดเร็ว และแม่นยำ ถือเป็นหัวใจสำคัญสูงสุดในการตัดสินใจเชิงยุทธศาสตร์และการปฏิบัติภารกิจจริงในสนาม

ความร่วมมือครั้งนี้มุ่งเน้นการพัฒนาระบบภูมิสารสนเทศทางทะเล และโครงสร้างพื้นฐานภูมิสารสนเทศทางทะเล (Maritime Spatial Data Infrastructure: MSDI) เพื่อใช้ในการติดตาม เฝ้าระวัง และวิเคราะห์ข้อมูลเชิงพื้นที่ทางทะเลแบบเรียลไทม์ ซึ่งช่วยให้กองทัพเรือสามารถตรวจการณ์น่านน้ำไทยได้อย่างครอบคลุม ทั้งการเฝ้าระวังการบุกรุกพื้นที่ทางทะเล การทำประมงผิดกฎหมาย ตลอดจนการสนับสนุนข้อมูลภูมิสารสนเทศและภาพถ่ายดาวเทียมความละเอียดสูงในพื้นที่ความไม่สงบ หรือพื้นที่ปฏิบัติการทางทหารที่เข้าถึงได้ยาก นอกจากด้านความมั่นคงแล้ว เทคโนโลยีอวกาศยังเข้ามามีบทบาทสำคัญในการบริหารจัดการภัยพิบัติสาธารณะและการช่วยเหลือประชาชน โดยเมื่อเกิดเหตุฉุกเฉินหรือภัยธรรมชาติ GISTDA และกองทัพเรือจะบูรณาการฐานข้อมูลร่วมกัน เช่น ข้อมูลเชิงพื้นที่ ข้อมูลชั้นความสูง (DEM) และภาพถ่ายจากดาวเทียม เพื่อประเมินสถานการณ์ วางแผนเส้นทางช่วยเหลือ และส่งกำลังบำรุงเข้าถึงพื้นที่ประสบภัยได้อย่างทันท่วงที ขณะเดียวกัน กองทัพเรือจะสนับสนุนยานพาหนะ เครื่องจักรกล และกำลังพลทางทหารเพื่อปฏิบัติตามแผนบูรณาการร่วมกัน

นอกเหนือจากการแลกเปลี่ยนข้อมูล ขอบเขตความร่วมมือยังครอบคลุมถึงการจัดสรรทรัพยากรด้านเทคโนโลยีอวกาศ การใช้ประโยชน์จากห้องปฏิบัติการดาวเทียมและสถานีภาคพื้นดินร่วมกัน การพัฒนาองค์ความรู้ และการฝึกอบรมบุคลากร เพื่อสร้าง "กำลังคนด้านเทคโนโลยีอวกาศ" ให้กับประเทศ ซึ่งจะเป็นรากฐานสำคัญในการพัฒนานวัตกรรมและระบบดาวเทียมของไทยในอนาคต

การผนึกกำลังระหว่าง กองทัพเรือ และ GISTDA ในครั้งนี้ จึงไม่เพียงแต่เป็นการเสริมสร้างความมั่นคงทางทะเลและปกป้องผลประโยชน์ของชาติเท่านั้น แต่ยังเป็นการนำวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีอวกาศขั้นสูงมาปรับใช้ให้เกิดประโยชน์ต่อประชาชนและประเทศชาติอย่างแท้จริง ผู้อำนวยการ GISTDA กล่าว

แท็กที่เกี่ยวข้อง