สภากาชาดไทยประกาศแนวทางปฏิบัติการรับบริจาคโลหิต ในสถานการณ์การระบาดโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ฉบับที่ 3 ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ

ประชาสัมพันธ์13 พ.ค. 2565 • 15:53 น.
 สภากาชาดไทยประกาศแนวทางปฏิบัติการรับบริจาคโลหิต ในสถานการณ์การระบาดโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ฉบับที่ 3  ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ
ประกาศแนวทางปฏิบัติการรับบริจาคโลหิต ในสถานการณ์การระบาดโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ฉบับที่ 3 ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ สภากาชาดไทย กำหนดแนวทางปฏิบัติการรับบริจาคโลหิต ในสถานการณ์การระบาด COVID-19 เพื่อให้มีโลหิตเพียงพอปลอดภัยทั้งผู้บริจาคโลหิตและผู้ป่วย ทั่วประเทศ รองศาสตราจารย์แพทย์หญิงดุจใจ ชัยวานิชศิริ ผู้อำนวยการศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ เปิดเผยว่า จากสถานการณ์การระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ที่ระบาดอย่างต่อเนื่อง ปัจจุบันมีข้อมูลและคำแนะนำเพิ่มเติมจากหน่วยงานต่างๆ อาทิ กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข องค์การอาหารและยาแห่งสหรัฐอเมริกา (FDA) ร่วมกับ การฉีดวัคซีนป้องกันโรคโควิด-19 ของประชาชนที่เพิ่มมากขึ้น ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ จึงกำหนดแนวทางปฏิบัติการรับบริจาคโลหิต ในสถานการณ์ การระบาดของโรค COVID-19 ดังนี้ 1.ผู้บริจาคโลหิตคัดกรองและประเมินตนเองก่อนมาบริจาคโลหิต เพื่อความปลอดภัยของท่าน และส่วนรวม 2.กรณีได้รับวัคซีน COVID-19 ให้เว้น 7 วัน หรือหากมีอาการข้างเคียงหลังฉีดวัคซีน เมื่อหายแล้ว ให้เว้น 7-14 วัน จึงจะบริจาคโลหิตได้ 3.ผู้ที่ติดเชื้อ COVID-19 แต่ไม่แสดงอาการใดๆ งดบริจาคโลหิต 10 วัน หลังตรวจพบเชื้อ 4.ผู้สัมผัสเสี่ยงสูง งดบริจาคโลหิต 5 วัน ดังนี้ ● ผู้ที่ไม่ได้สวมหน้ากากอนามัย หรือไม่ได้สวมชุด PPE เมื่อสัมผัสใกล้ชิดผู้ป่วย ● ผู้ที่อยู่ใกล้ พูดคุยกับผู้ติดเชื้อ COVID-19 ในระยะ 2 เมตร นานกว่า 5 นาที ● ผู้ป่วย ไอ จาม ใส่ โดยไม่สวมหน้ากากอนามัย ● ผู้ที่อยู่ในสถานที่ปิด ไม่มีอากาศถ่ายเทร่วมกับผู้ติดเชื้อ COVID-19 นานกว่า 30 นาที 5. ผู้ป่วย COVID-19 งดบริจาคโลหิต 14 วัน นับตั้งแต่หายป่วย ไม่มีอาการใดๆ หลงเหลืออยู่ 6. กรณีติดเชื้อ COVID-19 ภายใน 7 วัน หลังการบริจาคโลหิต ให้แจ้งหน่วยงานที่รับบริจาคโลหิตทราบทันที