กระทรวงสาธารณสุข เดินหน้ารุกศาสตร์แพทย์แผนไทยและการแทพย์ทางเลือก ส่งเสริมกระตุ้นเศรษฐกิจไทย ให้ประชาชนลดการใช้ยา
การดูแลสุขภาพแบบองค์รวมเป็นเรื่องสำคัญที่ประชาชนสามารถนำไปปฏิบัติและดูแลสุขภาพของตนเองได้ โดยการอบรมหลักสูตรประกาศนียบัตรบัณฑิตนวัตกรรมการจัดการสุขภาพยุคดิจิทัล หรือ HIDA รุ่นที่ 2 ณ โรงแรมชาเทรียม ริเวอร์ไซค์
นายแพทย์ธงชัย เลิศวิไลรัตนพงศ์ อธิบดีกรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก บรรยายในหัวข้อ “ศาสตร์การแพทย์แผนไทย” ว่า มีส่วนสนับสนุนส่งเสริมเชิงเศรษฐกิจของประเทศ ซึ่งเป็นไปตามนโยบายของรัฐบาลและกระทรวงสาธารณสุข สามารถนำไปขยายผลในเชิงขับเคลื่อนเศรษฐกิจต่อไปในอนาคต
ทั้งนี้ หลักคิดของศาสตร์การแพทย์แผนไทย เน้นการดูแลรักษาคนไข้ที่สามารถจัดการตนเองได้ ทำให้เกิดความสมดุลในร่างกาย โดยแพทย์แผนไทยมี 4 สาขา ประกอบด้วย เภสัชกรรมไทย เวชกรรมไทย นวดไทย และ ผดุงครรภ์ไทย หลักการป้องกันและรักษาด้วยศาสตร์การแพทย์แผนไทย เน้นการดูองค์รวม ไม่ใช่ดูเพียงแค่อวัยวะเท่านั้น เป็นการรักษาแบบบูรณการร่วมกันทั้งศาสตร์การแพทย์แผนไทย และศาสตร์แพทย์แผนปัจจุบัน โดยศาสตร์แพทย์แผนไทยเน้นส่งเสริมสุขภาพ และสร้างความสมดุลในร่างกายและจิตใจ เช่นการปรับเปลี่ยนพฤติกรรม การออกกำลังกาย ความสมดุลของร่างกายเป็นหัวใจที่ทุกคนต้องดูแลตัวเอง นำไปสู่การมีสุขภาพร่างกายที่แข็งแรง การรักษาโดยการไม่ใช้ยา ปัจจุบันศาสตร์แผนไทยช่วยสนับสนุนและส่งเสริม เอาความรู้ที่มีอยู่มาบูรณาการเข้าไปในระบบทำอย่างไรให้ประชาชนได้รับประโยชน์ในการรักษา ประเทศไทยลดค่าใช้จ่าย และ ประชาชนลดการใช้ยา ทำให้เกิดความสมดุลในประเทศ
นายแพทย์ธงชัย กล่าวต่อว่า การแพทย์แผนไทยกับการสนับสนุนส่งเสริมระบบบริการสุขภาพของประเทศนั้น จะเห็นได้ชัดเจนในช่วงสถานการณ์การแพร่ระบาดโควิด-19 คนไทยทุกคนมีสิทธิ์รับการรักษา 99.99% รัฐบาลสนับสนุนเงินในการใช้หลักประกับสุขภาพถ้วนหน้าดูแลประชาชน มีหลายโรคที่รัฐบาลดูแล เช่น โรคไตวายเฉียบพลัน โรคหัวใจ
ในปี 2565 กระทรวงสาธารณสุขมีนโยบายมุ่งเน้นส่งเสริมกรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก เน้นการจัดบริการการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือกในระบบสุขภาพปฐมภูมิ การบูรณาการแหล่งผลิตยาสมุนไพรในกระทรวงสาธารณสุขอย่างมีคุณภาพ ประสิทธิภาพอย่างยั่งยืน ส่งเสริมและสนับสนุน สมุนไพร กัญชา กัญชง แบบครบวงจรทั้งในภาครัฐและเอกชน เพื่อประโยชน์ในการส่งเสริมสุขภาพ ผลิตภัณฑ์สุขภาพ เวชสำอาง และการรักษาโรครวมถึงเพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจของประเทศไทย วางรากฐานการพัฒนาบุคคลากรเพื่อตอบสนองต่อบทบาทภารกิจในระยะกลางและระยะยาว
ดอกเตอร์เภสัชกรหญิงมณฑกา ธีรชัยสกุล ผู้อำนวยการกองสมุนไพรเพื่อเศรษฐกิจ กรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก กล่าวบรรยายในหัวข้อ “ศาสตร์ HOMEOPATHY” ว่า เป็นการแพทย์พื้นบ้านของยุโรป มีต้นกำเนิดจุดเริ่มต้นเกิดในประเทศเยอรมัน เป็นการลดการพึ่งยาและหมอจากโรงพยาบาล เพื่อให้เป็นทางเลือกในการดูแลสุขภาพ ไม่มีสารเคมี เป็นสารธรรมชาติที่คุ้นเคยกับร่างกายของมนุษย์มากกว่า
ทั้งนี้ ศาสตร์ Homeopathy เป็นการแพทย์องค์รวม ที่มองทั้งจิตใจและร่างกายก่อนตัดสินใจใช้การรักษาอย่างใดอย่างหนึ่ง ใช้หลักกการที่มีความเข้าใจถึงพื้นฐานในร่างกายและจิตใจของมนุษย์ มีความเชื่อว่า ธรรมชาติของร่างกายสามารถรักษาด้วยตัวเอง และเชื่อว่าเป็นการรักษาเฉพาะตัวบุคคล
หลักวิชา Homeopathy มี 5 หลักคือยารักษาต้องได้รับการพิสูจน์ ต้องอยู่ภายใต้ความเหมือน มีการนำสารจากธรรมชาติมาใช้ เช่น พืช สัตว์ แร่ธาตุ สารไร้น้ำหนัก เช่น กระแสไฟ พลังจากดวงจันทร์ เน้นใช้ยาปริมาณที่น้อยเป้าหมายใช้กระตุ้นให้ร่างกายเยียวยาตัวเองได้ ต่อสู้กับโรคด้วยตัวเอง มีลักษณะคล้ายวัคซีน จิตที่ดีทำงานได้เพียงหนึ่ง และ มีการจัดการโรคเรื้อรังด้วยตัวเองโดยหลัก Homeopathy มี 2โรคเฉียบพลัน กับ โรคเรื้อรัง
กรอบแนวคิดการรักษาศาสตร์ Homeopathy กระบวนการทำความเข้าใจคนไข้ตามศาสตร์โฮมีโอพาร์ที ต้องใช้ข้อมูลสามส่วน ดูจากทางร่างกาย พฤติกรรมการใช้ชีวิต สิ่งแวดล้อมที่เจอ เพื่อหายาที่เหมาะสมของแต่ละคน
ดอกเตอร์เภสัชกรหญิงมณฑกา กล่าวด้วยว่า Homeopathy ในปัจจุบันมีหลายรูปแบบ มีการเซ็ทเป็นขั้นตอนมาแล้ว รูปแบบเฉพาะเพศ และ มีการผลิตยาที่แตกต่างกัน โดยยามาจากพืชกว่า60% ในอินเดียมีแพทย์ด้าน Homeopathy กว่า 2 แสนคน จากทั่วโลกที่มีแพทย์กว่า 3 แสนคน ที่รักษาแบบ Homeopathy โดยคนเยอรมันใช้มากที่สุด รองลงมา ฝรั่งเศส ออสเตรีย และ สเปน