4 นักวิจัยไทยโชว์เจ๋ง คว้าทุนวิจัยแบรนด์ เฮลธ์ รีเสิร์ช อวอร์ด 2017 แสดงศักยภาพนักวิจัยไทย ยกระดับความรู้วงการสาธารณสุข
เพราะความรู้องค์รวมด้านสุขภาพเป็นความรู้พื้นฐานที่สำคัญยิ่ง เพราะเป็นจุดเริ่มต้นในการต่อยอดการดูแลสุขภาพ ป้องกันและรักษาโรคต่างๆ อย่างเป็นรูปธรรม ดังนั้นการส่งเสริมให้นักวิจัยไทย สร้างผลงานวิจัยที่เป็นประโยชน์ในการยกระดับคุณภาพชีวิตของคนไทย จึงเป็นสิ่งผู้ก่อตั้งทุนวิจัยแบรนด์ เฮลท์ รีเสิร์ช อวอร์ด เล็งเห็นความสำคัญมาโดยตลอด
บริษัท แบรนด์ ซันโทรี่ (ประเทศไทย) จำกัด ร่วมกับ คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยศิลปากร สมาคมนักกำหนดอาหารแห่งประเทศไทย ชมรมโภชนวิทยามหิดล วิทยาลัยพยาบาลกองทัพบก วิทยาลัยการแพทย์แผนตะวันออก มหาวิทยาลัยรังสิต และมูลนิธิเซเรบอสเพื่อการวิจัยสุขภาพของคนไทย ได้จัด งานประชุมวิชาการด้านโภชนาการ แบรนด์ เฮลธ์ คอนเฟอร์เรนซ์ 2017 วิชาการทางโภชนาการเรื่อง “อาหาร โภชนาการ และการส่งเสริมสุขภาพสำหรับสังคมผู้สูงอายุยุค 4.0 (Food, Nutrition and Health Promotion toward Aging Society 4.0)” พร้อมมอบรางวัลทุนวิจัยแบรนด์ เฮลธ์ รีเสิร์ช อวอร์ด 2017 โดยมีแพทย์ พยาบาล เภสัชกร นักวิชาการ เข้าร่วมงานประชุมกว่า 900 คน ณ ห้องสยามมกุฎราชกุมาร อาคารเฉลิมพระบารมี 50 ปี กรุงเทพฯ
ซึ่งทุนวิจัยฯ ดังกล่าว มีวัตถุประสงค์เพื่อสนับสนุนการค้นคว้าวิจัยทางโภชนศาสตร์ เภสัชศาสตร์ และสาขาที่เกี่ยวข้องให้แก่แพทย์ เภสัชกร นักโภชนาการ พยาบาล นักวิทยาศาสตร์ และ นักวิชาการทั่วไป เพื่อยกระดับความสามารถในการแข่งขันทางวิชาการของประเทศไทยกับนานาประเทศ ตลอดจนส่งเสริมความรู้ทางด้านโภชนาการให้แก่บุคลากรทางด้านสาธารณสุขของไทยโดยไม่คิดค่าใช้จ่ายใดๆ
ในการนี้พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี พระวรราชาทินัดดามาตุ ทรงประทานรางวัลทุนวิจัยแบรนด์ เฮลธ์ รีเสิร์ช อวอร์ด 2017 ซึ่งเป็นโครงการต่อเนื่องมาตั้งแต่ปี พ.ศ.2544 โดยให้ทุนสนับสนุนการค้นคว้าวิจัยทางโภชนศาสตร์ เภสัชศาสตร์ และสาขาที่เกี่ยวข้อง โดยทุนดังกล่าวไม่มีข้อผูกพันใดๆทั้งสิ้น ซึ่งที่ผ่านมามีนักวิจัยได้รับทุนจากโครงการไปแล้ว 53 ผลงาน อันเป็นการกระตุ้นให้เกิดการค้นคว้าวิจัยในด้านสุขภาพและโภชนาการเพิ่มมากขึ้นอย่างเป็นรูปธรรม โดยในปีนี้ มีนักวิจัย 4 ท่าน ได้รับทุนวิจัยแบรนด์ เฮลธ์ รีเสิร์ช อวอร์ด 2017 ได้แก่
1.อาจารย์ พญ.ชนนิกานต์ วิสูตรานุกูล สาขาโภชนาการ ฝ่ายกุมารเวชศาสตร์ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย เรื่อง “ผลของการให้เส้นใยอาหารที่มีคุณสมบัติเป็นอาหารของจุลินทรีย์สุขภาพต่อระดับฮอร์โมนความอิ่มของเด็กอ้วนในประเทศไทย” โดยงานวิจัยนี้เกิดจากการพบปัญหาโรคอ้วนในเด็กเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ทั้งในประเทศไทยและประเทศต่างๆ ทั่วโลก โรคอ้วนนี้ส่งผลให้เกิดโรคแทรกซ้อนต่างๆ ตามมา ได้แก่ โรคเบาหวาน โรคความดันโลหิตสูง โรคไขมันในหลอดเลือดสูง โรคหัวใจและหลอดเลือดก่อนวัยอันควร เป็นต้น จากโรคทั้งหมดที่กล่าวมาข้างต้น ส่งผลโดยตรงต่อคุณภาพชีวิต เศรษฐกิจ และสังคม รวมทั้งประเทศชาติ โดยทำให้สูญเสียงบประมาณปริมาณมากในการให้การดูแลรักษา โดยพบว่าโรคอ้วนมีสาเหตุมาจากปัจจัยทางพันธุกรรมและสิ่งแวดล้อมเป็นหลัก
ในปัจจุบันเริ่มมีการให้ความสนใจเกี่ยวกับผลของจุลินทรีย์สุขภาพ (probiotics) และอาหารของจุลินทรีย์สุขภาพ (prebiotics) ต่อการควบคุมน้ำหนักในเด็กที่เป็นโรคอ้วนมากขึ้น โดย prebiotics หมายถึง คาร์โบไฮเดรตสายยาวที่มนุษย์ไม่สามารถย่อย และไม่ถูกดูดซึมในระบบทางเดินอาหาร แต่จะถูกย่อยโดยแบคทีเรียในลำไส้ใหญ่ ซึ่งจะช่วยส่งเสริมการเจริญเติบโตของจุลินทรีย์สุขภาพและมีประโยชน์ต่อสุขภาพของมนุษย์ โดยมีการศึกษาพบว่าอาหารของจุลินทรีย์สุขภาพมีผลต่อสุขภาพของมนุษย์ด้วยการไปกระตุ้นการเจริญเติบโตของจุลินทรีย์สุขภาพ และเพิ่มความอิ่ม รวมทั้งมีส่วนช่วยลดความอยากอาหาร ซึ่งผลการวิจัยเรื่องการให้เส้นใยอาหารที่มีคุณสมบัติเป็นอาหารของจุลินทรีย์สุขภาพมีผลต่อการเปลี่ยนแปลงฮอร์โมนความอิ่มของเด็กที่มีโรคอ้วนไปในทิศทางที่ดีขึ้น ช่วยในการลดน้ำหนัก และสัดส่วนไขมันในร่างกาย น่าจะเป็นประโยชน์อย่างมากในการประยุกต์ใช้เพื่อการดูแลรักษาเด็กที่เป็นโรคอ้วน โดยพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์อาหารของไทยเพื่อการใช้เป็นส่วนหนึ่งในการดูแลรักษาเด็กที่มีโรคอ้วนในประเทศไทยและทั่วโลกต่อไป
2.ดร.วรารัตน์ เชียงจง, ภาควิชากุมารเวชศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล เรื่อง “การค้นพบเปปไทด์ที่มีฤทธิ์ยับยั้งการเจริญเติบโตของเซลล์มะเร็งเม็ดเลือดขาวในน้ำนมมารดา” โดยพบกว่ามะเร็งเม็ดเลือดขาวเป็นโรคมะเร็งที่พบได้ถึง 30% ของมะเร็งในเด็กทั้งหมด มะเร็งเม็ดเลือดขาวในเด็กที่พบได้บ่อยมีทั้งชนิดเฉียบพลันแบบลิมโฟซิติค (ALL) และแบบไมอิลอยด์ (AML) ในการศึกษาที่ผ่านมาพบว่าเด็กทารกที่ได้รับนมแม่ตั้งแต่หกเดือนขึ้นไปสามารถลดความเสี่ยงในการเกิดมะเร็งเม็ดเลือดขาวได้ถึง 20% เมื่อเทียบกับเด็กทารกที่ได้รับนมแม่ในระยะเวลาน้อยกว่าหกเดือนหรือไม่ได้รับนมแม่เลย
ดังนั้นน้ำนมแม่จึงเป็นเป้าหมายในการค้นหายาในการรักษามะเร็งเนื่องจากเป็นส่วนประกอบที่ไม่ทำให้เกิดอาการแพ้และไม่เป็นพิษต่อร่างกาย การรักษามะเร็งเม็ดเลือดขาวนั้นต้องใช้ยาต้านมะเร็ง ซึ่งส่วนใหญ่มักมีผลข้างเคียงโดยสามารถทำลายเซลล์ปกติได้ด้วย และด้วยคุณสมบัติต่อต้านภูมิคุ้มกันของร่างกายน้อยและมีปรากฏการณ์การดื้อยาต่ำของยาที่ผลิตจากเปปไทด์ ทำให้เปปไทด์เป็นเป้าหมายในการพัฒนายาต้านมะเร็งเม็ดเลือดขาว ดังนั้นเปปไทด์ในน้ำนมแม่ซึ่งเป็นสารสกัดที่มาจากธรรมชาติจึงได้
ถูกนำมาทดสอบเพื่อหาเปปไทด์ที่มีฤทธิ์ในการยับยั้งการเจริญเติบโตของเซลล์มะเร็งแต่ทำให้เกิดประโยชน์ต่อเซลล์ปกติได้ในคราวเดียวกัน
3.ดร.ดาลัด ศิริวัน สถาบันค้นคว้าและพัฒนาผลิตภัณฑ์อาหาร ม.เกษตรศาสตร์ สถาบันโภชนาการ ม. มหิดล เรื่อง “การศึกษาสารออกฤทธิ์ทางชีวภาพ และสมบัติต้านโรคอัลไซเมอร์จากสารสกัดผลไม้ไทยจำนวน 10 ชนิด โดยการใช้วิธีทางเอนไซม์ การเพาะเลี้ยงเซลล์ และแมลงหวี่ดัดแปลงพันธุกรรม” ซึ่งโครงงานวิจัยนี้มีจุดเริ่มต้นจากการพบว่าโรคอัลไซเมอร์เป็นโรคสมองเสื่อมชนิดที่พบมากที่สุด ราว 60 – 80 เปอร์เซ็นต์ของโรคสมองเสื่อมชนิดอื่น คาดว่าทั่วโลกมีผู้ป่วยกว่า 50 ล้านคนสำหรับในประเทศไทย พบผู้ป่วยประมาณ 600,000คนต่อปี และมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นซึ่งถือว่าเป็นความท้าทายสำคัญของระบบสาธารณสุขในไทย ซึ่งต้องเตรียมพร้อมรองรับผู้ป่วยโรคนี้ด้วยเหตุนี้นักวิทยาศาสตร์จึงมีความสนใจในการศึกษาฤทธิ์ต้านโรคอัลไซเมอร์จากสารสกัดใหม่ๆ ซึ่งพบมากในพืช ผัก และผลไม้
โครงการวิจัยนี้ต้องการศึกษา สารออกฤทธิ์ทางชีวภาพ ฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระ และฤทธิ์ต้านโรคอัลไซเมอร์ โดยศึกษากลไกการยับยั้งโปรตีนเบต้าอะไมลอยด์และเอนไซม์ที่เกี่ยวข้องกับการทำลายสารสื่อประสาท ตัวอย่างที่ใช้ในการทดสอบจะเลือกมาจากผลไม้ไทย 10 ชนิด ที่เคยทำการวิจัยแล้วและเป็นผลไม้ที่คนไทยนิยมบริโภค ผลการศึกษาจากโครงการนี้จะเป็นแนวทางในการศึกษาวิจัยต่อยอดการพัฒนาผลิตภัณฑ์อาหารฟังก์ชั่นสำหรับผู้สูงอายุ หรือผลิตภัณฑ์อาหารเพื่อสุขภาพชนิดอื่นๆ และนำไปสู่การเพิ่มมูลค่าวัตถุดิบทางการเกษตรภายในประเทศ
4.ผู้ช่วยศาสตราจารย์เบญจพร สุขประเสริฐ นักศึกษาหลักสูตรพยาบาลศาสตรดุษฎีบัณฑิตคณะพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล เรื่อง “อิทธิพลของปัจจัยเชิงนิเวศวิทยาต่อภาวะน้ำหนักเกินในเด็กวัยเรียนระดับชั้นประถมศึกษา กรุงเทพมหานคร: การศึกษาย้อนหลังจากเหตุผลไปหาเหตุ” โดยการศึกษานี้เกี่ยวกับอิทธิพลของปัจจัยเชิงนิเวศวิทยาต่อภาวะน้ำหนักเกิน โดยใช้แบบสอบถาม 121 ข้อ เพื่อให้ได้คำตอบแล้วเก็บข้อมูลนำมาวิเคราะห์ตามตัวแปล ให้ออกมาเป็นผลลัพธ์และวัดค่าออกมาหาสาเหตุของปัจจัยที่ส่งผลทำให้เด็กมีน้ำหนักเกินในวัยเรียน เนื่องจากวัยนี้สามารถอ่านโจทย์ได้ โต้ตอบแบบสอบถามได้ รวมทั้งเด็กในช่วงวัยนี้มีภาวะน้ำหนักที่เกินเกณฑ์มาตรฐานจำนวนมาก โดยพบปัจจัยสำคัญที่มีผลต่อการศึกษา ได้แก่บุคคลในครอบครัว และ โรงเรียน ตามลำดับที่ส่งผลโดยตรงต่อพฤติกรรมที่ทำให้เด็กวัยเรียนมีภาวะน้ำหนักเกิน โดยผู้วิจัยมีข้อเสนอแนะ
ในการอบรมให้เด็กปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการกิน ทั้งในส่วนของครอบครัว และในส่วนของโรงเรียนโดยเฉพาะครูซึ่งจะเป็นกุญแจสำคัญที่จะถ่ายทอดสู่เด็กได้ดี เพราะช่วงเวลาของเด็กที่มาโรงเรียนจะค่อนข้างมากกว่าครอบครัว ทางโรงเรียนสามารถมีนโยบายการเรียนการสอนในห้องได้อีกด้วย ซึ่งขั้นตอนต่างๆจะต้องใช้เวลาและปฏิบัติอย่างจริงจังจึงจะได้ผลดีที่สุด
การส่งเสริมให้เกิดคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นกับคนไทยทุกคน เป็นเป้าหมายสำคัญที่บุคคลากรทางด้านสาธารณสุขตั้งเป้าและคาดหวังที่จะให้เกิดขึ้นโดยเร็วที่สุด ซึ่งสุขภาพที่ดีเป็นพื้นฐานที่สำคัญในการประกอบกิจกรรมทุกอย่าง ดังนั้นทุกภาคส่วนจึงควรให้การสนับสนุน เพื่อให้เกิดสุขภาพที่ดีกับคนไทยทั้งประเทศอย่างเป็นรูปธรรม