กรมอนามัยชวนท้องถิ่นรณรงค์ “วันน้ำโลก” ทำน้ำประปาให้สะอาด เพียงพอ เท่าเทียม

ประชาสัมพันธ์22 มี.ค. 2562 • 13:34 น.
กรมอนามัยชวนท้องถิ่นรณรงค์ “วันน้ำโลก” ทำน้ำประปาให้สะอาด เพียงพอ เท่าเทียม
กรมอนามัยเผยจากการสุ่มตรวจคุณภาพน้ำประปาหมู่บ้านในปี 2561 จำนวน 445 แห่ง พบว่า คุณภาพน้ำประปาหมู่บ้านผ่านเกณฑ์คุณภาพน้ำประปาดื่มได้กรมอนามัย ร้อยละ 19.1 ส่วนมากจะปนเปื้อนโคลิฟอร์มแบคทีเรียและฟีคัลโคลิฟอร์มแบคทีเรีย บ่งบอกว่าน้ำประปาหมู่บ้านมีโอกาสปนเปื้อนเชื้อโรคสูง สาเหตุมาจากไม่มีการเติมคลอรีนฆ่าเชื้อโรค หวั่นหน้าร้อนนี้จะทำให้เกิดโรคทางเดินอาหารที่มาจากน้ำไม่สะอาด เนื่องจากแหล่งน้ำดิบขาดแคลน คุณภาพน้ำดิบเริ่มมีปัญหา นอกจากนั้นการที่มีอุณหภูมิสูงขึ้นทำให้เชื้อโรคเจริญเติบโตได้ดีขึ้น ประกอบกับคลอรีนอิสระที่หลงเหลือในน้ำประปาก็สามารถสลายตัวได้ง่ายขึ้นด้วย จึงขอความร่วมมือจากองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นร่วมกันรณรงค์เนื่องในวันน้ำโลก (22 มีนาคมของทุกปี) ตามคำขวัญการรณรงค์ในปีนี้ “Leave no one behind : เราจะไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง” โดยเข้มงวดผู้ดูแลระบบประปาหมู่บ้านในการเติมคลอรีนฆ่าเชื้อโรคในน้ำประปา เพื่อให้มีน้ำประปาที่สะอาด เพียงพอ บริการแก่ประชาชนในเขตชนบทอย่างเท่าเทียมกันกับประชาชนในเขตเมือง นายแพทย์ดนัย ธีวันดา รองอธิบดีกรมอนามัย กล่าวว่า คุณภาพน้ำประปานอกจากจะต้องได้มาตรฐานตามเกณฑ์คุณภาพน้ำประปาดื่มได้ตามคำแนะนำขององค์การอนามัยโลกแล้ว น้ำประปาควรมีคลอรีนอิสระหลงเหลืออยู่ 0.2-0.5 ส่วนในล้านส่วนหรือมิลลิกรัมต่อลิตร จึงจะสามารถป้องกันการปนเปื้อนของเชื้อโรคได้ ทั้งนี้ ประชาชนที่บริโภคน้ำประปาในช่วงหน้าร้อนอาจจะได้กลิ่นคลอรีนแรงมากขึ้น ซึ่งถ้าไม่สบายใจในการบริโภคน้ำดังกล่าวอาจจะตั้งทิ้งไว้ก่อนประมาณ 30 นาทีเพื่อให้คลอรีนระเหยไปหรืออาจจะใช้เครื่องกรองที่มีถ่านกัมมันต์ หรือ Activated carbon เป็นสารกรองเพื่อกำจัดคลอรีนในน้ำประปาก่อนนำมาบริโภคในครัวเรือนก็ได้ กรณีที่จำเป็นต้องนำขวดพลาสติกเก่ามาใช้ก็ควรทำความสะอาดให้ทั่วถึงและต้องสังเกตลักษณะของขวด หากมีรอยชำรุด รั่ว แตกร้าว บุบ ไม่ควรนำมาใช้ หรือหากเป็นขวดที่มีการปนเปื้อนดินก็ควรหลีกเลี่ยงในการนำมาใช้ซ้ำเช่นกัน ซึ่งในปี 2561 กรมอนามัยได้สุ่มเก็บตัวอย่างน้ำดื่มบรรจุขวด ขนาด 20 ลิตรในครัวเรือน เพื่อตรวจสอบคุณภาพตามเกณฑ์คุณภาพน้ำประปาดื่มได้ พบผ่านเกณฑ์มาตรฐาน ร้อยละ 53.42 โดยส่วนใหญ่มีการปนเปื้อนเชื้อโคลิฟอร์มแบคทีเรีย และฟีคัลโคลิฟอร์มแบคทีเรีย แสดงว่ามีความเสี่ยงที่น้ำดื่มบรรจุภาชนะดังกล่าวจะเกิดการปนเปื้อน ซึ่งการดูแลรักษาความสะอาดภาชนะก็มีส่วนที่ทำให้น้ำดื่มมีความสะอาดปลอดภัย ประชาชนจึงควรให้ความสำคัญ นอกจากนี้ต้องระวังการขัดถูเพื่อล้างทำความสะอาดภาชนะพลาสติกอาจทำให้เกิดรอยขูดขีดหรือการบุบชำรุดของขวดที่เกิดจากการนำมาใช้ซ้ำ หรือหากขวดน้ำตั้งอยู่ในบริเวณที่มีความร้อนหรือได้รับแสงแดดอาจทำให้สารเคมีจากขวดพลาสติกปนเปื้อน ลงในน้ำที่อยู่ในขวดได้ สำหรับพื้นที่ทุรกันดารที่ขาดแคลนน้ำสะอาด ก่อนนำมาดื่มควรต้มให้เดือดอย่างน้อย 1-2 นาที เก็บในภาชนะที่สะอาด มีฝาปิดมิดชิด ส่วนการนำน้ำจากแม่น้ำ ลำคลอง หรือแหล่งน้ำผิวดินแหล่งอื่น ๆ มาใช้โดยตรง ควรปรับปรุงคุณภาพน้ำและฆ่าเชื้อโรคก่อน ด้วยการแกว่งสารส้มชนิดก้อนในน้ำและให้สังเกตตะกอนในน้ำ หากเริ่มจับตัวให้ตั้งทิ้งไว้จนตกตะกอน แล้วนำเฉพาะน้ำใสมาฆ่าเชื้อโรคโดยใช้หยดทิพย์ อ.32 ของกรมอนามัย ซึ่งเป็นสารละลายคลอรีนชนิดเข้มข้น 2 เปอร์เซ็นต์ ในอัตราส่วน 1 หยดต่อน้ำ 1 ลิตร ปล่อยไว้ให้มีระยะเวลาฆ่าเชื้อโรคอย่างน้อย 30 นาที ก่อนนำไปใช้ ซึ่งจะช่วยป้องกันเชื้อโรคที่ปนเปื้อนในน้ำ ที่สำคัญควรล้างมือให้สะอาดทุกครั้งก่อนกรอง รอง หรือตักน้ำใส่ภาชนะบรรจุ เพื่อป้องกันการปนเปื้อนของจุลินทรีย์จากมือที่ไม่สะอาด ทำให้ประชาชนได้บริโภคน้ำที่สะอาด ปลอดภัย เป็นการป้องกันการเจ็บป่วยจากโรคที่เกิดจากน้ำเป็นสื่อ