ร้องสื่อแจ้งกองปราบปรามคดีเงียบอดีตคนสนิท รองปธ.สภาฯ เรียกเงิน 25 ล.แลกเคลียร์ใบอนุญาต
ผู้สื่อข่าวรายงาน ผู้รับเหมาในแวดวงธุรกิจผลิตและจำหน่ายน้ำยางพาราเพื่อใช้ในงานก่อสร้างถนน เข้าร้องเรียนกับสื่อมวลชนให้ช่วยตรวจสอบ กรณี ถูกคนสนิทรองประธานสภาผู้แทนราษฎรรายหนึ่ง ใช้ตำแหน่งหน้าที่เรียกรับเงินจำนวน 25 ล้านบาท เพื่อแลกเปลี่ยนในการประสานงานผลักดันเรื่องให้มีการยกเลิกออกใบรับรองมาตรฐานวัสดุน้ำยางพาราผสมสารเพิ่มของเอกชนกลุ่มหนึ่งที่ได้รับการอนุมัติจากคณะกรรมการของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ซึ่งมีลักษณะผูกขาด เอกชนรายใดต้องการเข้าร่วมประมูลงานก่อสร้างถนนยางของรัฐบาลจะต้องซื้อน้ำยางพาราผสมสารฯ กับเอกชนกลุ่มนี้เท่านั้น ซึ่งมีลักษณะเป็นไปโดยมิชอบไม่ปฏิบัติตามหลักเกณฑ์คู่มือปฏิบัติงาน ส่งผลให้บริษัทของตนไม่สามารถเข้าร่วมขายน้ำยางพาราผสมสารฯ แต่หลังจากนั้นไม่มีความคืบหน้า และเมื่อทวงถามขอเงินคืน กลับไม่ยอมคืนให้ โดยอ้างว่านำเงินส่งให้กับนักการเมืองใหญ่ในภาคอีสานไปแล้ว
ผู้รับเหมาระบุว่า เหตุการณ์นี้ เกิดขึ้นในช่วงปี 2562 อดีตคนสนิทรองประธานสภาผู้แทนราษฎ รายนี้ อ้างว่ามีความสนิทสนมกับนักการเมืองในภาคอีสานหลายคน รวมถึงรัฐมนตรีในรัฐบาลชุดปัจจุบัน ว่า สามารถประสานงานได้ทุกกระทรวง รวมไปถึงกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เพื่อให้ยกเลิกการออกใบรับรองมาตรฐานวัสดุน้ำยางพาราผสมสารเพิ่มของเอกชนกลุ่มนี้ ซึ่งจะใช้ระยะเวลาเร็วกว่าการพิจารณาของศาลปกครอง เมื่อปรึกษาทนายความแล้ว จึงยินยอมจ่ายเงินให้ไป แต่หลังจากนั้นก็ไม่มีความคืบหน้าอะไร เมื่อไปทวงถามก็ไม่ยอมคืนเงินให้ โดยอ้างว่า นำเงินไปมอบให้นักการเมืองที่มีความสนิทสนมด้วยหมดแล้ว ไม่มีเงินคืนให้”
ผู้รับเหมา ระบุอีกว่า หลังจากเกิดเรื่องได้ตรวจสอบประวัติข้อมูล ของอดีตคนสนิทรองประธานสภาผู้แทนราษฎรรายนี้ พบว่า เคยต้องโทษถูกจำคุก ฐานความผิด ปล้นทรัพย์โดยมีอาวุธ ในช่วงปี 2551 พ้นโทษออกมาในช่วงปี 2559 ก่อนที่ในเวลาต่อมาจะมีการเปลี่ยนชื่อนามสกุลใหม่หลายครั้ง และยังอ้างตำแหน่งทางวิชาการหลายตำแหน่งแบบผิดสังเกต และเข้ารับตำแหน่งเป็นข้าราชการรัฐสภาฝ่ายการเมือง ติดตามทำงานให้นักการเมืองชื่อดังในภาคอีสาน และมีชื่อเป็น ที่ปรึกษากิตติมศักดิ์ คณะกรรมการวิสามัญ เข้าร่วมการอบรมหลักสูตรดังต่างๆ
เรื่องนี้ตนได้เข้าแจ้งความร้องทุกข์ต่อกองกำกับการ 1 กองปราบปราม แต่เรื่องยังไม่มีความคืบหน้าจึงร้องทุกข์ผ่านสื่อมวลชนดังกล่าว