โว้ก ไทยแลนด์จับมือวธ.เปิดตัวป็อปอัพสโตร์ ยกระดับผลผลิตจากชุมชนสู่ผลงานดีไซน์สุดล้ำ

ประชาสัมพันธ์23 ธ.ค. 2564 • 08:38 น.
โว้ก ไทยแลนด์จับมือวธ.เปิดตัวป็อปอัพสโตร์  ยกระดับผลผลิตจากชุมชนสู่ผลงานดีไซน์สุดล้ำ
กรมส่งเสริมวัฒนธรรม กระทรวงวัฒนธรรม ร่วมกับ โว้ก ประเทศไทย (VOGUE Thailand) ยกระดับผลผลิตจากชุมชนรังสรรค์เป็นงานดีไซน์สุดล้ำ เปิดตัวป็อปอัพสโตร์ “THAI TONE SHOP” สร้างมูลค่าเพิ่มให้กับหัตถกรรมไทยทุกแขนงจากชุมชนท้องถิ่น ทั้งนี้ กุลวิทย์ เลาสุขศรี บรรณาธิการบริหาร โว้ก ประเทศไทย กล่าวว่า ทางนิตยสารโว้ก ประเทศไทย ได้ร่วมกับกรมส่งเสริมวัฒนธรรม กระทรวงวัฒนธรรม จัดทำโครงการพัฒนาผลผลิตของชาวบ้านในชุมชนด้วยการให้ความรู้ ความเข้าใจ รวมถึงการส่งเสริมทักษะทั้งในด้านออกแบบและการสร้างภาพลักษณ์ที่ทันสมัยเข้ากับความต้องการของผู้บริโภคปัจจุบันมากขึ้น พร้อมกับต่อยอดให้ชุมชนได้มีการพัฒนาฝีมือและแนวคิดในการผลิตผลงานที่สอดคล้องกับความต้องการของตลาดในอนาคตอย่างยั่งยืน โดยเป็นการส่งเสริมและยกระดับผลิตภัณฑ์จากชุมชนท้องถิ่นทั่วประเทศ โดยมีไทยดีไซเนอร์แบรนด์ชั้นนำ อาทิ ASAVA, T AND T, KLOSET รวมถึงดีไซเนอร์รุ่นใหม่ที่ได้รับการยอมรับทั้งในและต่างประเทศ ไม่ว่าจะเป็น SARRAN, SSAP, LA ORR, RENIM PROJECT, TORBOON และทีมงานผู้เชี่ยวชาญจากนิตยสารโว้ก มาร่วมกันสร้างสรรค์ผลงานที่ผลิตจากวัตถุดิบอันโดดเด่นของชุมชนต่างๆ ให้เป็นสินค้าคอลเลคชั่นพิเศษ เพื่อตอบโจทย์กับความต้องการของตลาด ตลอดจนช่วยเป็นสื่อกลางในการประชาสัมพันธ์และจัดจำหน่ายสินค้าคอลเลคชั่นพิเศษนี้ผ่านช่องทางต่างๆ ซึ่งผลงานที่รังสรรค์มาจากวัตถุดิบฝีมือชาวบ้านในพื้นที่หลากหลายชุมชน อาทิ ผ้าทอจากชุมชนหนองบัวแดง จ.ชัยภูมิ กลุ่มทอผ้าย้อมครามบ้านคำประมง จ.สกลนคร, ผ้าบาติก ซาโลมา ปาเต๊ะ อำเภอสุไหงโก-ลก จ.นราธิวาส และ ย่านลิเภาจากแหล่งผลิตชุมชนย่านลิเภา จ.นครศรีธรรมราช เป็นต้น โดยจะได้รับการพัฒนาและต่อยอดทั้งลวดลายและสีสันตามเทรนด์หนังสือ Thai Textiles Trend Book S/S 2022 ให้กลายเป็นผลิตภัณฑ์ที่ประณีต งดงาม สะท้อนถึงเอกลักษณ์ของวัฒนธรรมในแต่ละท้องถิ่น ขณะเดียวกันก็ยังมีความทันสมัยและแฝงเอกลักษณ์ของดีไซเนอร์แต่ละแบรนด์ไว้อย่างมีชั้นเชิง สำหรับผลิตภัณฑ์คอลเลคชั่นสุดพิเศษนี้ ครอบคลุมทั้งหมวดแฟชั่นและไลฟ์สไตล์ อาทิ เสื้อผ้า กระเป๋า เครื่องประดับ หมวก ผ้าห่ม เสื่อ และที่นอนสุนัข โดยเป็นสินค้าลิมิเต็ด เอดิชั่น ที่ผลิตจำนวนจำกัดและบางชนิดมีเพียงชิ้นเดียวเท่านั้น ไม่ว่าจะเป็น เสื้อบราท็อป และเบลเซอร์จากแบรนด์ KLOSET เสื้อพาร์กาผ้าฝ้าย และหมวกปีกกว้างผ้าฝ้ายจาก ASAVA เดรสผ้ายืดสีขาวตัดต่อกระโปรงผ้าทอย้อมสีเหลืองและกระเป๋าผ้าทอย้อมสีธรรมชาติจาก T AND T กระเป๋าผ้าฝ้ายทอมือย้อมสีธรรมชาติจาก TORBOON สร้อยคอและต่างหูจากเศษผ้าไหมเหลือใช้จาก LA ORR ต่างหูและแหวนย่านลิเภาจาก SARRAN เสื้อเชิ้ตแขนยาวและกระเป๋าผ้าฝ้ายทอลายโบราณและผ้าฝ้ายย้อมสีธรรมชาติ ตัดต่อกับผ้ายีนส์จาก RENIM PROJECT, เสื่อกกทอลายและกางเกงจาก SSAP เป็นต้น สามารถติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.vogue.co.th