“รมว.ดีอีเอส” ไขข้อข้องใจ PDPA ทุกมิติ ยันคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล

ประชาสัมพันธ์20 มิ.ย. 2565 • 16:01 น.
“รมว.ดีอีเอส” ไขข้อข้องใจ PDPA ทุกมิติ ยันคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล

“รมว.ดีอีเอส” ไขข้อข้องใจ PDPA ทุกมิติ ยันคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ชี้โปร่งใส-ตรวจสอบ-ขอยกเลิกได้ ยันยกระดับคุณภาพชีวิตของโลกดิจิทัลให้เกิดความปลอดภัยมากยิ่งขึ้น เตรียมออกกฎหมายลูกผ่อนปรนการบังคับใช้กับกลุ่มที่ยังไม่มีความพร้อม

วันที่ 20 มิ.ย. 65 ที่ชมรมนักข่าวสายเทคโนโลยีสารสนเทศ สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ได้ร่วมเสวนาจิบน้ำชา “ไขข้อข้องใจ PDPA ในทุกมิติ” โดยนายชัยวุฒิ ได้ข่าวตอนหนึ่งว่า ความท้าทายของโลกเทคโนโลยีดิจิทัล เริ่มเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของการดำเนินชีวิตอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ โดยตลอดปี 2564 ประเทศไทยมีผู้ใช้งานอินเทอร์เน็ตกว่า 69.5% ของคนทั้งประเทศ นับว่าสูงกว่าค่าเฉลี่ยการใช้งานอินเทอร์เน็ตทั่วโลก เรามีการใช้งานราว 8.44 ชั่วโมงต่อวัน ซึ่งเป็นตัวเลขที่สูงมาก หากเรานับว่า 1 วันมี 24 ชั่วโมงเกือบครึ่งวันเราหมดไปกับการใช้ชีวิตอยู่กับโลกออนไลน์ สะท้อนให้เห็นโอกาสของการพลั้งเผลอที่อาจจะปล่อยข้อมูลส่วนตัว เข้าสู่ระบบเครือข่ายเทคโนโลยี จนกลายเป็นอันตรายต่อตนเองอย่างไม่ตั้งใจ วันนี้รัฐบาลประกาศให้มีการบังคับใช้กฎหมาย พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 อย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 1 มิ.ย.ที่ผ่านมา ซึ่งเจตนาของข้อกฎหมายก็เพื่อควบคุมการเรียกเก็บข้อมูลส่วนบุคคลของภาคเอกชนให้มีความปลอดภัยยิ่งขึ้น PDPA หรือ กฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ไม่ได้มีวัตถุประสงค์เพื่อขัดขวางหรือเป็นอุปสรรคต่อการใช้ข้อมูลส่วนบุคคลขององค์กรแต่อย่างใด แต่ในทางกลับกันจะช่วยยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศไทยให้มีความเข้มแข็งแข่งขันได้กับนานาประเทศ
ขณะที่ภาคประชาชนเองก็จะได้มั่นใจได้ว่า เรามีกฎหมายเพื่อคุ้มครองความปลอดภัยของข้อมูลส่วนบุคคล เพื่อป้องกันการถูกนำไปใช้โดยไม่ได้รับความยินยอมแต่อย่างใด ซึ่งก็จะมีวิธีการและแนวทางปฏิบัติที่ชัดเจนผ่านงานเสวนาแห่งนี้ในช่วงถัดไป

รมว.ดีอีเอส กล่าวว่า เนื่องจากการบังคับใช้ข้อมูลส่วนบุคคลยังเป็นช่วงเริ่มต้นของการมีกฎหมายเช่นนี้ ซึ่งเป็นเรื่องใหญ่ที่ส่งผลกระทบกับทุกคนอย่างทั่วถึง ทำให้เกิดข้อสงสัยถึงแนวทางปฏิบัติว่า กลุ่ม บุคคล บริษัท หน่วยงานราชการ ตลอดจนทุกกลุ่มอาชีพที่เกี่ยวข้องกับการเข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคลจะต้องปฏิบัติตัวตามอย่างไร ตนในฐานะของรมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมมีหน้าที่ในการควบคุมหรือกำกับให้มีการปฏิบัติการต่างๆที่เกี่ยวข้องในเรื่องการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล.ก็ขอยืนยันว่าเราพร้อมสนับสนุนให้เกิดความเข้าใจถึงข้อปฎิบัติที่ถูกต้องในทุกภาคส่วน เพื่อทำให้เกิดการนำข้อมูลส่วนบุคคลไปใช้ในทางที่ถูกต้อง บนพื้นฐานของการไม่ละเมิดสิทธิ์ของผู้หนึ่งผู้ใด ขณะที่แนวปฎิบัติของการบังคับใช้ในระยะเริ่มต้นนั้น เราก็จะพยายามช่วยลดภาระและหาวิธีการที่เรียบง่าย ในการช่วยให้ทุกภาคส่วน สามารถจะเริ่มต้นเข้าสู่รูปแบบของ PDPAได้อย่างง่ายดายยิ่งขึ้น นอกจากนี้เรายังมีการเตรียมที่จะออกกฏหมายลูก เพื่อผ่อนปรนการบังคับใช้ให้กับกลุ่มที่ยังไม่มีความพร้อมจริง ๆ แต่กระนั้นก็เป็นเพียงแค่การผ่อนปรนโทษ และเน้นที่การตักเตือนกลุ่มองค์กรขนาดเล็กในระยะเริ่มต้นเท่านั้น

“เจตนาของข้อกฎหมายก็เพื่อคุ้มครองการใช้ข้อมูลส่วนบุคคล ให้เกิดความโปร่งใส ผู้ที่ถูกนำข้อมูลส่วนบุคคลไปใช้ก็สามารถตรวจสอบได้ ขอยกเลิกได้ เพื่อช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตของโลกดิจิทัลให้เกิดความปลอดภัยมากยิ่งขึ้น ขณะที่ภาคเอกชนหรือหน่วยงานของรัฐเองก็จะได้ปรับตัวเข้าสู่การจัดระเบียบข้อมูลที่มีความละเอียดอ่อนให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น ช่วยยกระดับมาตรฐานการเชื่อมต่อด้านข้อมูลให้นานาประเทศยอมรับมากขึ้น ดังเช่นการหารือของผมกับผู้นำสิงคโปร์ก่อนหน้านี้ ที่ยืนยันว่าการเริ่มบังคับใช้ PDPA ของเราเป็นเรื่องดีที่จะช่วยพัฒนาประเทศไทยเข้าสู่มาตรฐานอีกระดับของโลกยุคดิจิทัลต่อไป”นายชัยวุฒิ กล่าว