เลขาศาลฯ ปัดตอบ แชทไลน์ ล็อบบี้หาเสียง “ก.ต.”

ประชาสัมพันธ์16 ก.ค. 2564 • 15:24 น.
เลขาศาลฯ ปัดตอบ แชทไลน์ ล็อบบี้หาเสียง  “ก.ต.”
วันที่ 16 ก.ค.64ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้า กรณีนายชำนาญ รวิวรรณพงษ์ ผู้พิพากษาอาวุโสในศาลอุทธรณ์คดีชำนาญการพิเศษ และอดีตประธานแผนกคดีล้มละลายในศาลฎีกาทำหนังสือถึงนางเมทินี ชโลธร ประธานศาลฎีกา เรื่อง “ขอให้ตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงและดำเนินการตามกฎหมาย กรณีที่มีเหตุอันควรสงสัยว่า ข้าราชการตุลาการ(ก.ต.)กระทำผิดวินัย กรณีหาเสียงเพื่อให้ข้าราชการตุลาการลงคะแนนหรืองดเว้นลงคะแนนเลือกบุคคลหนึ่งบุคคลใดเป็นกรรมการตุลาการศาลยุติธรรมผู้ทรงคุณวุฒิ” ตามมาตรา 36 (3) แห่ง พ.ร.บ. ระเบียบข้าราชการฝ่ายตุลาการศาลยุติธรรม พ.ศ.2543 โดยระบุว่า ผู้ใช้ชื่อในแอพลิเคชั่นไลน์ คือ J29 Anuruk, S.Tany ,rlex เป็นผู้ดำเนินการล็อบบี้หาเสียง และนายชำนาญยังยื่นคำร้องในเรื่องนี้ถึงประธานคณะกรรมการปราบปรามการทุจริตเเห่งชาติ (ป.ป.ช.) ร้องเรียนเมื่อวันที่ 9 มิ.ย. 2564 โดยนายชำนาญได้แนบหลักฐานคือสำเนาหนังสือสำนักงานศาลยุติธรรม พร้อมหลักเกณฑ์การห้ามหาเสียงเลือกกรรมการหรืออนุกรรมการใด ๆ , สำเนาหนังสือสำนักงานศาลยุติธรรมพร้อมสำเนาประกาศ ก.ต. เรื่องแนวทางพิจารณาเกี่ยวกับจริยธรรมในการหาเสียง,เอกสารจากหน้าจอไลน์จำนวน 69 เเผ่น , เอกสารจากหน้าจอไลน์แสดงการโพสต์ข้อความของผู้ใช้ชื่อโปรไฟล์ไลน์ว่า J29 Anuruk จำนวน 11แผ่น ,เอกสารจากหน้าจอไลน์กลุ่มต่างๆที่มีบุคคลอื่น โพสต์ข้อความอันเข้าลักษณะเป็นการหาเสียงให้แก่ผู้สมัคร ก.ต. จำนวน 19 แผ่น ประกอบคำร้อง ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ช่วงนี้สำนักงานศาลยุติธรรมกำลังพิจารณาการแต่งตั้งโยกย้ายประจำปี2565 และเรื่องนี้ยังไม่มีความคืบหน้าใดๆ ผู้สื่อข่าวสอบถามนายพงษ์เดช วานิชกิตติกูล เลขาธิการสำนักงานศาลยุติธรรมถึงความคืบหน้าในเรื่องนี้ นายพงษ์เดช กล่าวว่า “ยังไม่ขอให้ข้อมูลในเรื่องดังกล่าว” แหล่งข่าวจากสำนักงานศาลยุติธรรมเปิดเผยว่า กรณีที่นายชำนาญร้องเรียนมายังประธานศาลฎีกาและยื่นเรื่องไปยังปปช.เรื่องข้าราชการตุลาการ (ก.ต.)กระทำผิดวินัย กรณีหาเสียงเพื่อให้ข้าราชการตุลาการลงคะแนนแต่ยังไม่มีความคืบหน้านั้น เป็นที่น่ากังวลว่า อาจจะเกิดความกังขาในการแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการสำนักงานศาลยุติธรรมประจำปี2565เป็นอย่างยิ่ง เพราะหากพบว่าการกระทำดังกล่าวของ ก.ต.บางท่านที่ดำเนินการเช่นข้อร้องเรียนของนายชำนาญ เกิดขึ้นจริง และก.ต.ท่านนั้นกลับไปมีส่วนร่วมในการประชุมแต่งตั้ง โยกย้ายข้าราชการสำนักงานศาลยุติธรรมประจำปี2565ด้วยนั้น น่าจะเกิดผลเชิงลบและผลทางกฎหมายหลายอย่างกับสถาบันตุลาการแน่นอนเพราะสื่อมวลชนและสังคมได้ติดตามเรื่องนี้อย่างต่อเนื่อง แหล่งข่าวกล่าวว่า หากยังไม่มีความชัดเจนใดๆในเรื่องข้างต้นจากสำนักงานศาลยุติธรรมในเร็วๆนี้ อาจจะเกิดการร้องเรียนหรือฟ้องร้องผู้บริหารสำนักงานศาลยุติธรรมหรือก.ต.ชุดนี้ว่าปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบจนอาจเกิดวิกฤตตุลาการขึ้นอีกครั้งก็เป็นได้