มกธ. ผนึกกำลัง 4 องค์กรภาครัฐร่วมลงนาม MOU พัฒนานวัตกรรมทางการแพทย์

ประชาสัมพันธ์19 มิ.ย. 2567 • 19:48 น.
มกธ. ผนึกกำลัง 4 องค์กรภาครัฐร่วมลงนาม MOU พัฒนานวัตกรรมทางการแพทย์

วันที่ 19 มิถุนายน 2567 ณ อาคารปฏิบัติการ การโรงแรมและการท่องเที่ยว ชั้น 2  มหาวิทยาลัยกรุงเทพธนบุรี ศ.ดร.บังอร เบ็ญจาธิกุล อธิการบดี มหาวิทยาลัยกรุงเทพธนบุรี (มกธ.)  ได้เริ่มโครงการใหม่ "นวัตกรรมทางการแพทย์เพื่อฟื้นฟูสุขภาพและคืนความอ่อนเยาว์" (Revitalizing & Rejuvenating Innovation Course for Health: 2RICH) โดยการร่วมมือกับหน่วยงานภาครัฐและเอกชน 4 หน่วยงานดังนี้ กรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก กระทรวงสาธารณสุข, สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (องค์การมหาชน) (NIA), สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.), และธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (SME D Bank) เพื่อพัฒนาและนำเสนอนวัตกรรมทางการแพทย์ที่ทันสมัยแก่ประเทศไทย
              
ภายใต้นโยบายการส่งเสริมและพัฒนาความร่วมมือระหว่างภาครัฐ และเอกชนในด้านนวัตกรรมทางการแพทย์และเทคโนโลยีชีวภาพ เป้าหมายหลักของโครงการนี้คือการเพิ่มโอกาสในการพัฒนาองค์ความรู้และการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีเพื่อฟื้นฟูสุขภาพและคืนความอ่อนเยาว์ สำหรับแพทย์และผู้ดำเนินธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับสุขภาพ  ซึ่งจะมีส่วนสำคัญในการสนับสนุนด้านการท่องเที่ยวเชิงการแพทย์ (Medical Tourism) ของประเทศไทย


              
ทั้งนี้ คณะแพทยศาสตร์ มกธ. โดย ศ.เกียรติคุณ นพ.สารเนตร์ ไวคกุล  คณบดี  นพ.องอาจ  ศิริกุลพิสุทธิ์    นายแพทย์ชำนาญการพิเศษ กรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก  ผศ.เชาวรีย์  อรรถลังรอง  ผอ.ศูนย์พันธุวิศวกรรมและเทคโนโลยีชีวภาพแห่งชาติ  สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ  น.ส.กริชผกา  บุญเฟื่อง  ผอ.สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (องค์การมหาชน)  และนายพิชิต  มิทราวงศ์  กรรมการผู้จัดการ  ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย  ร่วมลงนามในบันทึกข้อตกลงความร่วมมือดังกล่าว โดยมี รศ.ดร.ดวงฤทธิ์  เบ็ญจาธิกุล  ชัยรุ่งเรือง  สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พร้อมด้วยผู้บริหารของ มกธ.   และหน่วยงานที่ร่วมลงนามความร่วมมือ  ตลอดจคณาจารย์  นักศึกษา และสื่อมวลชนร่วมเป็นสักขีพยานในโอกาสนี้ด้วย นอกจากนี้  ความร่วมมือดังกล่าวยังจะมีส่วนสำคัญต่อการส่งเสริมสนับสนุนการพัฒนาศักยภาพเพื่อยกระดับขีดความสามารถของบุคลากรทางการแพทย์ของประเทศไทย  รวมทั้งผู้ประกอบการ  หรือผู้ที่ปฏิบัติงานในภาคอุตสาหกรรมด้านสุขภาพให้สามารถนำองค์ความรู้ที่ได้รับไปประยุกต์ใช้อย่างถูกต้องเหมาะสม  และสามารถเข้าถึงแหล่งเงินทุนสำหรับต่อยอดธุรกิจ  ซึ่งจะเอื้อต่อการสนับสนุนด้านการสร้างชื่อเสียงในภาคอุตสาหกรรมด้านสุขภาพของไทย  รวมถึงการผลักดันให้เกิดการใช้นวัตกรรมทางการแพทย์จากแหล่งความรู้ที่น่าเชื่อถืออีกด้วย


             
การพัฒนาความก้าวหน้าจากความร่วมมือของทั้ง 5 หน่วยงานดังกล่าว จะก่อให้เกิดการเติมเต็มการเผยแพร่ และการพัฒนางานวิจัยร่วมกัน  รวมทั้งการประสานความร่วมมือในการพัฒนาองค์ความรู้ที่เกี่ยวข้อง  การบริการ  และกิจกรรมของทั้ง 5 หน่วยงานที่เป็นประโยชน์ต่อผู้มีส่วนได้ส่วนเสียในหน่วยงาน  และภาคธุรกิจด้านสุขภาพ  ซึ่งถือเป็นการสร้างภาพลักษณ์ที่ดีต่อการพัฒนาธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับสุขภาพสู่ความสำเร็จที่ยั่งยืนในอนาคต