อิทธิพลของวัฒนธรรมจีนต่อวุฒิภาวะของการเป็นผู้นำจีน

ประชาสัมพันธ์9 ก.พ. 2566 • 20:25 น.
อิทธิพลของวัฒนธรรมจีนต่อวุฒิภาวะของการเป็นผู้นำจีน

นักวิชาการด้านปรัชญาการเมืองจีน บอกเล่าความสำคัญเกี่ยวกับแนวคิดของสำนักต่างๆที่เป็นอิทธิพลของวัฒนธรรมและเป็นภูมิปัญญาจีนในการบริหารและปกครองประเทศจีน ให้กับผู้เข้ารับการศึกษาหลักสูตร วทจ.รุ่นที่ 5 

ผู้เข้ารับการศึกษาหลักสูตรวิทยาการผู้นำไทย-จีน หรือ วทจ.รุ่นที่ 5 รับฟังการบรรยาย เรื่อง “อิทธิพลของวัฒนธรรมจีนต่อวุฒิภาวะของการเป็นผู้นำจีน” โดย ศ.(พิเศษ) วิบูลย์ ตั้งกิตติภากรณ์ ประธานบริษัท ที่ปรึกษากฎหมายฟาร์อีสต์ จำกัด ได้บอกเล่าเรื่องราวเกี่ยวกับ ปรัชญาการเมืองของสำนักความคิดต่างๆ ได้แก่ สำนักสัจธรรม สำนักคุณธรรม สำนักนิติธรรม สำนักการทหาร,การประยุกต์ใช้ภูมิปัญญาจีนในการบริหารประเทศของประธานาธิบดี สี จิ้นผิง และ การประยุกต์ใช้ภูมิปัญญาจีนในการปกครองประเทศของพรรคคอมมินิสต์จีน

โดยกล่าวว่าวัฒนธรรม คือสิ่งที่ทำให้ประเทศอยู่ได้ ซึ่งวัฒนธรรมจีนยาวนาน 5 พันปี จนถึงปัจจุบัน ยุคที่ปรัชญาความคิดรุ่งเรืองคือช่วง 2-3 พันปี สมัยราชวงศ์ซาง  เป็นยุคที่เจริญมากสุด เรียกร้อยบุฝผาบานสะพรั่ง ร้อยสำนักแข่งประชัน และมีหลายสิบสำนักความคิด ที่มีอิทธิพลต่อการพัฒนา คือ คัมภีร์สำนักสัจธรรม พูดเรื่องสัจจะ หรือโลกุตระ หรือ ธรรมชาติ ท่านฝูซี ได้เขียนตำรา เป็นรหัสที่ใช้ตีความ และอ่านโดยขงจื้อในภายหลัง คัมภีร์ของท่านฝูซีว่าด้วย อี้จิง  อี้ คือการเปลี่ยนแปลง จิง แปลว่าคัมภีร์ แปลว่าคัมภีย์ที่ว่าด้วยการเปลี่ยนแปลง  เป็นการเปลี่ยนแปลงว่าด้วยวิถีแห่งฟ้า หรือว่าด้วยวิถีแห่งธรรมชาติ มีบทเริ่มต้นที่ว่า “ สรรพสิ่งเมื่อถึงที่สุดแล้ว จะกลับคืนสู่สามัญ เพื่อเปลี่ยนแปลงเคลื่อนไหวสู่ความสมดุลตลอดเวลาเพื่อให้ภาวะนั้นอยู่ได้ 

ไท้จี๋ หรือไทเก๊ก เริ่มจากไม่มีคือ จากไม่มีขั้ว สู่สุดขั้ว แตกเป็นสอง สองแยกเป็นสี่ สี่เกิดเป็นแปด แปดคือปัจจัยพื้นฐาน หรือ หัวใจหลักของการเปลี่ยนแปลง 

ปริศนาของปากั้ว คือรหัสที่ว่าด้วยกฎเกณฑ์ธรรมชาติ มีทั้งหมด 8 กั้ว ได้แก่ กั้วฟ้า หรือรหัสฟ้า มี 3 เส้นทึบ เปลี่ยนแปลงระดับล่างสุด คือ ลม และระดับกลางขึ้นมาของการเปลี่ยนแปลงคือ ไฟ ชั้นสูงสุดที่เคลื่อนไหวตลอดเวลาคือ ฝน ชั้นล่างสุดคือแผ่นดิน และที่เปลี่ยนแปลงที่สุดคือ อสุนี และแม่น้ำ สุดท้ายคือส่วนเหนือของพื้นดินที่มีการเปลี่ยนแปลงคือ ภูเขา 8 ปัจจัยนี้ถ้าเราอยู่กับมันได้ก็จะปลอดภัย ถ้าอยู่ไม่ได้จะบรรลัย ดังนั้นต้องอยู่ให้ได้อย่างปลอดภัย 

ปากั้ว 8 ปัจจัยหลัก หรือการเปลี่ยนแปลงจะเป็นไปตามกฎเกณฑ์ธรรมชาติ ดังนั้นโบราณต้องศึกษาเช่น การสร้างบ้าน แปงเมืองที่ต้องสอดคล้องกับกฎเกณฑ์ธรรมชาติ ชีวิตย่อมปลอดภัยมั่นคง ชีวิตที่ฝ่าฝืนธรรมชาติย่อมบรรลัย

จากอี้จิง สู่โจวอี้ ปากั้วสู่หกสิบสี่กั้ว  มาจาก โจวเหวินหวัง วิเคราะห์เอาแปดกั้วคูณกันเป็น 64 กั้ว 64 กั้วจึงกำหนดสรรพสิ่ง โจวเหวินหวังเอากั้ว 2กั้วมาผสมกัน หรือวิถีชีวิตของคนลิขิตแห่งฟ้า  หรือ เฉียนกั้ว  ถึงกาลเวลาสิ้นสุดวาสนา สูงสุดย่อมคืนสู่สามัญแน่นอน  เพราะฉะนั้นคนข้างกายต้องขึ้นมาแทนตัวเอง วิธีให้อยู่นานขึ้นคือจัดการกับคนข้างกายหรือ กั้วห้า ตำราจีน กษัตริษย์หรือฮ่องเต้ขึ้นแล้วไม่อยากลง จึงใช้วิธีการ เสร็จศึกฆ่าขุนพล 

วิถีชีวิตของคนจากลิขิตแห่งฟ้า มาจากเฉียนกั้ว ถึงกาลเวลาสิ้นสุดวาสนา สูงสุดย่อมคืนสู่สามัญ 

อี้จิงกับตำราพิชัยสงคราม  ในเลขมีศิลป์ ในศิลป์มีเลข หยินหยางปรับสมดุล ย่อมเกิดโอกาส โอกาสไม่อาจสร้าง สร้างได้ไม่อาจถูก การศึกที่ได้เปรียบทางปัจจัยธรรมชาติ ย่อมได้กำลังพลเหนือศรัตรูหลายแสนเท่า 

หยินหยางปรับสมดุล แพ้ชนะเป็นของคู่กัน สรรพสิ่งดูเหมือนจะอยู่ตรงข้ามกัน แต่ในขณะเดียวกันก็เป็นเอกภาพกัน เมื่อผิดหวังจงอย่าได้เสียใจ เมื่อสมหวังจงอย่าได้ชะล่าใจ  สรรพสิ่งแม้จะตรงข้ามกันแต่ก็เสริมซึ่งกันและกัน

อีกท่านหนึ่งของสำนักสัจจธรรมและคุณธรรม คือ เต้าเต๋อจิง วิถีแห่งเต๋าคือ วิถีแห่งธรรมชาติคือวิถีแห่งสัจธรรม  ธรรมชาตินั้นใหญ่จนไม่มีนอก เล็กจนไม่มีใน 

การปกครองประเทศใหญ่ เปรียบเสมือนนึ่งปลาเล็ก เป็นประโยคแรกที่ประธานาธิบดี สี จิ้นผิงพูด แปลว่า การไม่ล้างเครื่องใน ไม่กำจัดเกล็ดก่อนปรุง ย่อมอันตราย  เครื่องปรุงต้องได้อัตราส่วน ความร้อนและเวลาต้องพอดี การพลิกตัวปลาบ่อยๆ ย่อมจะทำให้เนื้อปลายุ่ย การปกครองที่เปลี่ยนนโยบายบ่อย ย่อมทำให้ประชาสับสน การตรากฎหมายมากมาย ย่อมทำให้ประชาชนเดือดร้อน ผู้ปกครองที่ไม่กล้าปราบคอร์รัปชั่น ย่อมอันตราย การปกครองที่ไม่มีธรรมาภิบาล ย่อมวุ่นวาย  เรื่องยากใต้หล้า ต้องทำให้เป็นเรื่องง่าย เรื่องใหญ่ใต้หล้า ต้องทำให้เป็นเรื่องเล็ก การออกคำสั่งพร่ำเพรื่อย ย่อมเป็นพันธนาการประชาราชฎร์ ผู้ปกครองที่ไร้ความสามารถ ย่อมเป็นกรรมของประเทศชาติ  การปกครองที่ดีคือ การปกครองที่สอดคล้องกับวิถีแห่งธรรม การปกครองที่ดีคือ การปกครองที่ประชาราษฎ์ไม่รู้สึกว่าถูกปกครอง

นอกจากนี้ยังบอกเล่าถึงตำราพิชัยสงครามสู่การปกครองจีน,ตำราพิชัยสงครามสู่คัมภีร์การค้า ,ปรัชญาจีนกับพิชัยสงคราม ,ตำราพิชัยสงครามของเหมาเจ๋อตุง “ยุทธวิธีสงครามจรยุทธ”, ตำราพิชัยสงครามของเติ้ง เสี่ยวผิง ,ยุคแห่งการแสดงบทบาทในทุกวันนี้คือ ประธานาธิบดี สี จิ้นผิง  และ คติธรรมจากวัฒนธรรมจีน ซึ่งกล่าวถึง ชัยชนะและความสำเร็จ  ซึ่งประกอบด้วย 5 สิ่ง เช่น คำว่าพินาศ และหายนะ ซึ่งหมายถึง ชัยชนะที่ไม่ชอบธรรม จะนำมาซึ่งความพินาศ ชนะแล้วอย่าประมาท ประมาทจะหายนะ วิกฤตแฝงเร้นอยู่ในโอกาสเสมอ  

สำหรับการศึกษาหลักสูตรวิทยาการผู้นำไทย-จีน หรือ วทจ.เป็นหลักสูตรที่เกิดจากความร่วมมือของ มหาวิทยาลัยปักกิ่ง และมหาวิทยาลัยหัวเฉียวเฉลิมพระเกียรติ โดยมีนายอรัญ เอี่ยมสุรีย์ กรรมการสภามหาวิทยาลัยหัวเฉียวฯ และเป็นประธานคณะกรรมการบริหารสถาบัน วทจ.