'จุรินทร์' จับมือ Amazon.com ดันสินค้าไทยเข้าสู่ตลาดสหรัฐอเมริกา สร้างรายได้กว่า 500 ล้านบาทภายใน 3 ปี
นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ กล่าวว่า กระทรวงพาณิชย์ โดยกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ (DITP) จับมือ บริษัท อเมซอน โกลบอล เซลลิ่ง ประเทศไทย จัดงาน Amazon Global Selling Thailand Seller Conference 2020 ซึ่งถือได้ว่าเป็นงานระดับนานาชาติของแพลตฟอร์มที่ใหญ่ที่สุดของประเทศสหรัฐอเมริกาที่เคยจัดในประเทศไทยเป็นครั้งแรก ถือเป็นการยกระดับความร่วมมือระหว่างแพลตฟอร์ม thaitrade.com และ Amazon.com ขึ้นไปอีกหนึ่งขั้น พร้อมทั้งประกาศความร่วมมือระหว่างรัฐบาลไทยกับ Amazon.com ในการร่วมสนับสนุนผู้ประกอบการ SMEs ทั้งผู้ผลิต และเจ้าของแบรนด์ไทย สามารถแสดงศักยภาพและขยายโอกาสในการส่งออกสินค้า Made in Thailand เข้าสู่ตลาดสหรัฐอเมริกา ซึ่งผลจากการรวมพลังของ Seller หรือกลุ่มผู้ขายสินค้าไทย กว่า 2,000 ราย ที่เข้าร่วม Conference น่าจะเป็นกลไลสำคัญในการผลักดันสินค้าไทยเข้าสู่ตลาดสหรัฐอเมริกา และสร้างรายได้ให้ประเทศได้เพิ่มขึ้นอีกไม่น้อยกว่า 500 ล้านบาทภายใน 3 ปีนับจากนี้
ซึ่งจากนโยบายหลักของกระทรวงพาณิชย์ต่อจากนี้ จะเน้นการสนับสนุนและร่วมมือส่งเสริมผู้ประกอบการและสินค้าไทยเข้าสู่แพลตฟอร์ม Amazon.com อย่างต่อเนื่อง เพื่อผลักดันให้ธุรกิจไทยสามารถใช้เป็นช่องทางในการเข้าถึงตลาดสหรัฐอเมริกาและตลาดใหม่ๆทั่วโลกได้อย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมทั้งสร้างผู้ขายหน้าใหม่ๆ ในทุกกลุ่มสินค้าศักยภาพและในทุก Generation ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มนักศึกษา Gen Z หรือจะเป็นกลุ่มผู้ประกอบการในระดับ SMEs ให้สามารถเติบโตขึ้นเป็นผู้ขายสินค้าไทยที่มีประสิทธิภาพได้ในอนาคต
โดยที่ผ่านมา แพลตฟอร์มพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ของกระทรวงพาณิชย์ Thaitrade.com ได้ร่วมมืออย่างใกล้ชิดกับ บริษัท อเมซอน โกลบอล เซลลิ่ง ประเทศไทย ในการร่วมกันผลักดันผู้ประกอบการไทยให้สามารถขายสินค้าตัวเองบน Amazon.com ภายใต้โครงการ JumpStart และโครงการ Cross Border E-Commerce Solution and Business Matching ซึ่งเป็นโครงการที่ให้ความรู้และจับคู่ธุรกิจ ที่ประสบความสำเร็จ เพื่อผลักดันให้ผู้ประกอบการไทยสามารถซื้อขายสินค้าไทยบนแพลตฟอร์ม amazon.com โดยในปัจจุบันมีจำนวนมากกว่า 10,000 ราย
นอกจากนี้ กระทรวงพาณิชย์โดยกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ ยังได้เปิดร้านค้าออนไลน์ของกรม ภายใต้ชื่อ TOPTHAI Store บนแพลตฟอร์ม Amazon.com อีกด้วย ซึ่งร้านดังกล่าวได้เริ่มเปิดจำหน่ายสินค้าไทยตั้งแต่เดือนกันยายนเป็นต้นมา เพื่อช่วยเพิ่มประสิทธิภาพของการบุกเจาะตลาดสู่กลุ่มผู้บริโภคในตลาดสหรัฐอเมริกาให้ดียิ่งขึ้น ด้วยทีมงานมืออาชีพที่เข้ามาช่วยในการวางแผนการตลาดและกำหนดกลยุทธ์ให้แก่สินค้าแบรนด์ไทย พร้อมทั้งช่วยขยายการรับรู้แบรนด์สินค้าไทยให้เป็นที่รู้จักในตลาดอย่างกว้างขวาง มุ่งเน้นไปที่กลุ่มสินค้าอาหารและกลุ่มสินค้าสุขภาพและความงามซึ่งถือได้ว่าเป็น กลุ่มสินค้าไทยที่มีศักยภาพสูงในตลาดสหรัฐอเมริกา ทั้งนี้คาดว่า ร้านค้าดังกล่าวนี้จะสามารถสร้างยอดขายให้สินค้าไทยได้ไม่น้อยกว่า 50 ล้านบาทภายใน 2 ปี