"ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.เขตราชเทวี" แจงไม่ถือสาคนขีดเขียนป้ายหาเสียงเล่น

ประชาสัมพันธ์6 มี.ค. 2566 • 12:35 น.
"ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.เขตราชเทวี" แจงไม่ถือสาคนขีดเขียนป้ายหาเสียงเล่น

หลังจาก พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี  ประกาศความชัดเจนต่อสาธารณชนเป็นครั้งแรกเมื่อวันที่ 21 กุมภาพันธ์ 66 ถึงการแจ้งต่อที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่าจะประกาศยุบสภาในเดือน มี.ค. เพื่อจัดให้มีการเลือกตั้งทั่วไปนั้น ประเทศไทยก็เข้าสู่โหมดการเลือกตั้งแบบเต็มตัว พรรคการเมืองต่าง ๆ ทยอยเปิดตัวว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.และนโยบายพรรค เตรียมสู้ศึกเลือกตั้งปี 2566 อย่างคึกคัก 

สงคราม “ป้ายหาเสียง” และศึกแย่งชิงเสาไฟฟ้าก่อตัวขึ้นอย่างดุเดือด โดยเฉพาะในพื้นที่ชุมชนเมือง ห้ำหั่น งัดกลยุทธ์สู้กัน ทั้งด้วยจำนวนป้าย ดีไซน์ รูปแบบการสื่อสารนโยบายและจุดเด่นของว่าที่ผู้สมัครฯ แบบไม่มีใครยอมใคร แต่สิ่งที่สังเกตได้อย่างชัดเจนของป้ายเลือกตั้งในกรุงเทพครั้งนี้ คือ ป้ายเกือบทั้งหมดมีขนาดเล็กและเพรียวลงตามรอยป้ายหาเสียงผู้ว่าราชการกรุงเทพฯ ของนายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ด้วยขนาดความกว้างป้ายเพียง 40-60 ซม. 

นอกจากนี้ ด้วยแรงกระเพื่อมของคลื่นกระแสการเมืองที่ยังไม่สงบนิ่ง ส่งผลให้ป้ายของว่าที่ผู้สมัครฯ หลายราย ไม่ปรากฎชื่อพรรคการเมืองที่สังกัด มีเพียงชื่อและภาพของว่าที่ผู้สมัครฯ เองเท่านั้น คาดว่าเมื่อประกาศยุบสภาอย่างเป็นทางการแล้ว อาจได้เห็นสีสันของศึกป้ายหาเสียงในรูปแบบใหม่ๆ ที่ชัดเจนและละลานตามากกว่าเดิม 

ถึงแม้ นี่จะเป็นช่วงเริ่มต้นการสู้ศึกเลือกตั้ง ป้ายหาเสียงที่ถูกงัดเป็นอาวุธแรกๆ นี้ กลับเริ่มมีร่องรอยการขีดเขียนแต่งเติมลวดลายข้อความ หรือหนักขึ้นอีกขั้น คือ กรีดทำลาย ถอดขโมย  ซึ่งถือเป็นการกระทำความผิดตามกฎหมายอาญา มาตรา 358 ฐานทำให้เสียทรัพย์ มีโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี ปรับไม่เกิน 6,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ซึ่งหลายๆ พื้นที่เริ่มมีการร้องทุกข์กล่าวโทษแจ้งความเรื่องป้ายถูกทำลายแล้ว 

จากการสัมภาษณ์นายพณิชย์ วิทยาภัทร์ หนึ่งในว่าที่ผู้สมัคร ส.ส. เขตราชเทวี เปิดเผยว่า ป้ายของตนถูกขีดเขียนเล่นจำนวนหลายป้าย แต่ไม่ถือสาหรือติดใจเอาความ เมื่อตนตั้งใจมาเป็นคนสาธารณะแล้ว ตนก็พร้อมยอมรับและเข้าใจในความแตกต่างของการแสดงออกของคนในรูปแบบต่างๆ โดยมองว่าอย่างน้อยป้ายนี้ก็ได้รับความสนใจจากคนๆ หนึ่งแล้ว ถ้าป้ายตนสร้างความสุขให้กับคนเขียนได้ แล้วคนเห็นป้ายก็ขบขัน สนุกสนาน ตนก็ยินดี และกล่าวฝากท้ายติดตลกว่า "เขียนได้ครับ ผมไม่ถือสา แต่ขอให้ยังพอเหลือให้เห็นหน้าหล่อๆ ของผมบ้าง อ่านชื่อของผมออกหน่อยนะครับ อย่าถึงขั้นทำลายป้ายเลย" 

ต่อจากนี้ ศึกเลือกตั้งและสงคราม “ป้ายหาเสียง” จะเป็นอย่างไร ว่าที่ผู้สมัครของแต่ละพรรคจะเป็นใคร คงจะชัดเจนเมื่อคลื่นสงบหลังยุบสภา หรือจะมีคลื่นลูกใหม่ซัดเข้ามาอีกหรือไม่ คงต้องติดตามต่อไป