'ดีไอทีพี'จัดเจรจาการค้าออนไลน์รุกตลาดเอเชียเร่งส่งออกสินค้าไทยเข้าห้างและซุปเปอร์มาร์เก็ต
กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ (DITP) เดินหน้ากิจกรรมเจรจาการค้าออนไลน์สู้วิกฤติโควิด-19 ส่งออกสินค้าอุปโภคบริโภคไทยเข้าห้างสรรพสินค้าและซุปเปอร์มาร์เก็ตชั้นนำในประเทศญี่ปุ่น เกาหลีใต้ ออสเตรเลีย จีน และมาเลเซีย กว่า 600 สาขา ภายใต้แนวคิด Taste of Thailand จัดเจรจาธุรกิจออนไลน์ 5 วัน มีมูลค่าการสั่งซื้อกว่า 200 ล้านบาท
นายวิทยากร มณีเนตร รองอธิบดีกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ กล่าวว่า ตามนโยบายของ นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ให้เร่งขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ ตลาดนำการผลิต ซึ่งมอบหมายให้กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ โดยสำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ (สคต.) หรือทูตพาณิชย์ ทำหน้าที่เป็นพนักงานขายหรือเซลส์แมนประเทศ เพื่อผลักดันการส่งออกสินค้าไทย ทั้งนี้ทางกรมฯ ได้เล็งเห็นถึงโอกาสของสินค้าอุปโภคบริโภคของไทยภายใต้สถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 จึงจัดกิจกรรม Taste of Thailand” โดยมีกิจกรรมสำคัญ 2 กิจกรรม คือ การเจรจาการค้าออนไลน์ ระหว่างผู้ประกอบการไทยและผู้ซื้อ/ผู้นำเข้าที่มีอำนาจในการสั่งซื้อของห้างสรรพสินค้าและซุปเปอร์มาร์เก็ตชั้นนำ ในประเทศญี่ปุ่น เกาหลีใต้ ออสเตรเลีย จีน และมาเลเซีย เพื่อจัดซื้อสินค้าไทยเพิ่มเติม
โดยสินค้าที่มีการสั่งซื้อสูงสุดในช่วงจัดงาน คือ ถั่วแระญี่ปุ่น อาหารสำเร็จรูป อาหารทะเลแช่แข็ง เครื่องดื่ม ขนมขบเคี้ยว อาหารกระป๋อง ไอศครีม ผงปลาแซลมอน น้ำตาลมะพร้าวออร์แกนิค ซอสปรุงรส ข้าวโพดหวาน เครื่องดื่มชูกำลัง ผักผลไม้แช่แข็ง ผลไม้อบแห้ง ข้าวผสมธัญพืช และหนังปลากรอบ เป็นต้น สินค้าที่ส่งออกไปตลาดนี้ครั้งแรก ได้แก่ ห่อหมกปลา/กุ้ง/ปู/ผัก ไก่จ๊อ ไอศครีมรสทุเรียน อาหารประเภท Plant Base มันม่วงพร้อมรับประทาน เครื่องดื่มอินทผลัม คุกกี้สำหรับสัตว์เลี้ยง เป็นต้น
หลังจากกิจกรรมการเจรจาการค้าออนไลน์ได้เสร็จสิ้น ได้กระตุ้นความต้องการรวมถึงยอดขายสินค้าไทยอย่างต่อเนื่อง โดยมีการนำสินค้าอุปโภคบริโภคของไทยมาจัดกิจกรรมส่งเสริมการขาย ในห้างสรรพสินค้าและซุปเปอร์มาร์เก็ตชั้นนำในต่างประเทศ กว่า 600 สาขา ตลอดปี 2564 อาทิ ห้างดองกี และอิออน ในญี่ปุ่น ห้างฮุนได ในเกาหลีใต้ ซุปเปอร์มาร์เก็ตวูลเวิร์ธส ในออสเตรเลีย และห้างอิออน ในมาเลเซียเป็นต้น โดยกิจกรรมดังกล่าวถือเป็นหนึ่งในกลยุทธ์ทางการตลาดที่มีประสิทธิภาพเหมาะสำหรับสินค้าอุปโภคบริโภคไทย เพราะนอกจากจะเป็นเครื่องมือในการเข้าถึงผู้บริโภคโดยตรงแล้ว ทำให้สามารถขยายฐานลูกค้าได้เพิ่มขึ้น อีกทั้งยังเป็นช่องทางในการเสริมสร้างการรับรู้และส่งเสริมแบรนด์สินค้าไทยให้เป็นรู้จัก เพิ่มจำนวนสินค้าไทยในการเจาะตลาดเอเชียอีกด้วย
ซึ่งนายวิทยากร ยังกล่าวต่อว่า ทางกรมฯ ได้เห็นถึงพลังของการจัดกิจกรรมเจรจาการค้าออนไลน์ที่สามารถทำให้ผู้ประกอบการไทยขายสินค้าได้ แม้อยู่ในสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 เนื่องจากมีทูตพาณิชย์คัดกรองผู้ซื้อที่มีคุณภาพในต่างประเทศให้มาเจรจาการค้ากับผู้ประกอบการศักยภาพของไทย โดยทั้งสองฝ่ายมีการแลกเปลี่ยนข้อมูลเพื่อศึกษากันและกันล่วงหน้าก่อนเริ่มการเจรจาการค้า การซื้อขายระหว่างกันจึงมีศักยภาพมากขึ้นสามารถช่วยเพิ่มโอกาสให้ผู้ประกอบการไทยส่งออกได้ ทั้งนี้กิจกรรมเจรจาการค้าออนไลน์ในกลุ่มสินค้าอุปโภคบริโภคไทยครั้งต่อไป กำหนดจัดขึ้นประมาณปลายเดือนมกราคม 2564