เปิดเวที “เลิกบุหรี่แล้วดีอย่างไร” เครือข่ายหนุนนักเทคนิคการแพทย์ เข้าใจพฤติกรรมผู้ที่ต้องการเลิกบุหรี่ทุกกลุ่ม
เครือข่ายวิชาชีพเทคนิคการแพทย์เพื่อสังคมไทยปลอดบุหรี่ จัดเวที “เลิกบุหรี่แล้วดีอย่างไร” หนุนนักเทคนิคการแพทย์ เข้าใจพฤติกรรมผู้ที่ต้องการเลิกบุหรี่ทุกกลุ่ม เพื่อให้คำปรึกษาช่วยเหลือและส่งต่อจนสามารถเลิกได้อย่างเด็ดขาด
เครือข่ายวิชาชีพเทคนิคการแพทย์เพื่อสังคมไทยปลอดบุหรี่ จัดการอบรมทางไกลครั้งที่ 4 เรื่อง "เลิกบุหรี่แล้วดีอย่างไร" ทนพญ.วรรณิกา มโนรมณ์ ประธานเครือข่ายวิชาชีพเทคนิคการแพทย์เพื่อสังคมไทยปลอดบุหรี่ กล่าวว่า นักเทคนิคการแพทย์ถือว่ามีบทบาทสำคัญอย่างมากในการเชิญชวนให้ผู้มารับบริการเลิกบุหรี่ รวมทั้งแนะนำได้ว่าเลิกบุหรี่แล้วดีอย่างไร โดยสรุปบทเรียน “ชนะในความแพ้” และประโยชน์ของการเลิกบุหรี่ ซึ่งจุดเปราะบางที่คนอยากเลิกบุหรี่จะพ่ายแพ้คือบรรยากาศ เพื่อนชวนและความเคยชิน
ส่วนจุดแข็งที่จะทำให้เลิกบุหรี่ได้ คือ ความตั้งใจ หาสิ่งที่รักแล้วเลือกทางเดิน ให้ยึดถือว่า "สุขภาพ" คือสิ่งที่มีค่ามากที่สุด เงินซื้อไม่ได้ และสุดท้ายคือจะต้องชนะใจตนเองให้ได้ ส่วนสิ่งที่สามารถนำมาสร้างแรงจูงใจในการเลิกบุหรี่ คือครอบครัว สุขภาพกาย สุขภาพใจ เศรษฐกิจ ภาพลักษณ์และสังคม
ทั้งนี้ จากการสัมภาษณ์ผู้ที่เลิกบุหรี่ได้ จะเห็นตรงกันว่า ประโยชน์ของการเลิกบุหรี่ คือ สุขภาพดีขึ้น โรคประจำตัวทุเลาลง ประหยัดเงินได้มากขึ้น ไม่ส่งกระทบต่อบุคคลใกล้ชิดในครอบครัว ได้ประกอบอาชีพที่รักต่อไป
“นักเทคนิคการแพทย์ ยินดีจะให้คำแนะนำในการเลิก พร้อมสนับสนุนและช่วยให้คนไทยเลิกบุหรี่ได้ โดยไม่ต้องกังวลว่าเลิกบุหรี่แล้วจะทำให้เกิดผลกระทบต่อร่างกายด้านอื่น ๆ เพราะใจของผู้ที่อยากเลิกสำคัญที่สุด” ทนพญ.วรรณิกา กล่าวย้ำ
นอกจากนี้ ประธานเครือข่ายวิชาชีพเทคนิคการแพทย์เพื่อสังคมไทยปลอดบุหรี่ได้ ยังกล่าวอีกว่า แผนงานวิชาชีพเทคนิคการแพทย์แผนไทยร่วมใจต้านภัยบุหรี่ ปี 2563-2565 ภายใต้การสนับสนุนจากสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) โดยมีเป้าหมายที่จะให้สามารถเลิกบุหรี่ได้ 2,000 ราย จาก 30 หน่วยงาน ซึ่งทำได้ 1,553 ราย จาก 28 หน่วยงาน โดยเป็นการเลิกสูบบุรี่ภายใน 6 เดือน 194 ราย ยังเลิกไม่ได้ 678 ราย ติดตามไม่ได้ 1,814 ราย
“และหากเปรียบเทียบผลงานการให้บริการเลิกบุหรี่ภายใน 6 เดือน จะพบว่า ช่วงเดือนพฤศจิกายน 2563 -พฤษภาคม 2564 เลิกได้ 194 ราย จากทั้งหมด 1,053 ราย คิดเป็น 18.4% ถือว่ามากกว่าช่วงเดือนธันวาคม 2561 - เมษายน 2563 ที่มีผู้เลิกได้ 143 ราย จาก 1,217 ราย คิดเป็น 11.7%”
ขณะเดียวกัน เครือข่ายวิชาชีพเทคนิคการแพทย์เพื่อสังคมไทยปลอดบุหรี่ ยังให้ความสำคัญเรื่องการทบทวนความรู้พิษภัยบุหรี่และทักษะการให้คำปรึกษาแก่ผู้รับบริการเรื่องเลิกบุหรี่ ค้นหาผู้สูบบุหรี่ ตามจำนวนเป้าหมายที่กำหนดไว้ให้ครบถ้วนในเดือนที่ 1 และชวนเลิก ที่จุดเจาะเลือดหรือจุดรับบริการโลหิต อธิบายให้เห็นความสำคัญของการมีสุขภาพที่ดีจากการเลิกสูบบุหรี่ ส่งต่อผู้รับบริการ ประสานทีมสหวิชาชีพในการส่งต่อผู้รับบริการให้เลิกบุหรี่ในคลินิกฟ้าใส หรือคลินิกเลิกบุหรี่ หรือแนะนำให้โทร Quit Line 1600 รวมทั้งติดตามผู้รับบริการ เรื่องการเลิกบุหรี่ได้สำเร็จหรือไม่ ภายใน 6 เดือน และตรวจหา Urine Cotinine อีกครั้ง หากได้รับแจ้งว่าเลิกสูบได้แล้วเพื่อยืนยัน จากนั้นจะบันทึกข้อมูลในโปรแกรมรายงาน และจบการทำงานใน Lot 1 ภายในเดือนที่ 6
ด้าน แพทย์หญิงธญรช ทิพยวงษ์ สถาบันบำบัดรักษาและฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติดแห่งชาติบรมราชชนนี กล่าวว่า การสูบบุหรี่ทำให้เกิดโรคสมองติดยา คือภาวะเสียสมดุลของสมองส่วนที่คิดด้วยสติปัญญาและเหตุผลกับสมองส่วนอยาก ส่วนภาวะเสพติดบุหรี่ได้แก่ ภาวะเสพติดทางจิตใจ เป็นเรื่องทัศนคติ ความเชื่อ เช่น สูบเพื่อผ่อนคลาย เพื่อสร้างสมาธิ กระตุ้นให้ตื่นตัว ภาวะเสพติดทางสังคม หรือความเคยชิน ซึ่งองค์ประกอบเหล่านี้จะเป็นตัวบ่งบอกแนวทางในการรักษาและบำบัดผู้ที่ติดบุหรี่
ส่วนขั้นตอนของการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรม หรือความพร้อมในการเลิกที่จะเกิดขึ้นหลังประเมินภาวะการติดนิโคตินนั้น จะพบคนได้หลายกลุ่ม เช่น กลุ่มที่เมินเฉย จะไม่สนใจการเลิกบุหรี่ กลุ่มลังเล ซึ่งถือเป็นกลุ่มสำคัญที่ต้องให้เวลากับคนกลุ่มนี้มาก ๆ เพราะถ้าให้ชักชวนให้เลิกอย่างต่อเนื่อง สุดท้ายแล้วจะเลิกได้ กลุ่มที่ตัดสินใจเลิก กลุ่มนี้พร้อมเลิก แต่ไม่รู้จะเลิกอย่างไร กลุ่มที่ลงมือเลิก กลุ่มนี้จะพยายามทำทุกวิถีทางเพื่อเลิกบุหรี่ และสำหรับกลุ่มที่คงอยู่กับการเลิก ก็กับกลุ่มที่เลิกสำเร็จแล้ว แต่ยังต้องให้คำปรึกษาอย่างต่อเนื่อง เพื่อไม่ให้กลับไปเสพ และกลุ่มสุดท้ายคือเสพซ้ำ กลุ่มนี้ต้องให้ความหวัง ให้กำลังใจ เพื่อเสริมสร้างความมั่นใจ ซึ่งทุกกลุ่มที่กล่าวมานี้ จะต้องให้คำแนะนำและแนวทางการเลิกที่แตกต่างกัน เพื่อไปสู่เป้าหมายสำคัญคือสามารถเลิกบุหรี่ได้อย่างเด็ดขาด
ทั้งนี้ในปัจจุบัน นอกจากการให้คำแนะนำแล้ว ยังมีสามารถใช้ยาเพื่อเพื่อช่วยเลิกบุหรี่ ได้อีกด้วย ทั้งนิโคตินทดแทนหมากฝรั่ง แผ่นแปะ ยา nortriptyline , clonidine , varenicline , bupropion น้ำยาอมอดบุหรี่ สมุนไพรช่วยเลิกบุหรี่ คือ หญ้าดอกขาว มีสารสำคัญที่จะออกฤทธิ์ช่วยเลิกบุหรี่ คือ ฟลาโวนอยด์ ไอโซฟลาโวน เคเทซิน ฟีโนลิก ซึ่งสารทุกตัวในหญ้าดอกขาวช่วยลดความอยากบุหรี่ ส่วนการรักษาแบบทางเลือก คือ การฝังเข็ม และกดจุดสะท้อนเท้า