ส.ผู้สื่อข่าวเศรษฐกิจ ครวญตำรวจทำคดียักยอกทรัพย์สมาคมฯ อืด

ประชาสัมพันธ์4 พ.ย. 2562 • 15:53 น.
ส.ผู้สื่อข่าวเศรษฐกิจ ครวญตำรวจทำคดียักยอกทรัพย์สมาคมฯ อืด
สมาคมผู้สื่อข่าวเศรษฐกิจ ครวญตำรวจทำคดีอืด หลังแจ้งความให้ดำเนินคดีอดีตรองผู้จัดการสมาคมฯ ยักยอกทรัพย์นานครึ่งปีคดีไม่คืบ เมื่อวันที่ 4 พ.ย.62 สมาคมผู้สื่อข่าวเศรษฐกิจ ได้ทำหนังสือถึงสมาชิกและพันธมิตรสมาคมผู้สื่อข่าวเศรษฐกิจ แจ้งถึงการติดตามความคืบหน้าคดียักยอกทรัพย์สมาคมฯ ว่า ตามที่สมาคมผู้สื่อข่าวเศรษฐกิจได้แจ้งความร้องทุกข์กับสถานีตำรวจนครบาลพหลโยธินเมื่อวันที่ 28 พ.ค.62 เพื่อดำเนินคดี อดีตรองผู้จัดการสมาคมฯ ข้อหายักยอกทรัพย์ คดีอาญาเลขที่ 490/2562 จากการติดตามความคืบหน้าของคดีล่าสุด ทางสมาคมฯ ได้รับแจ้งจากพนักงานสอบสวนเจ้าของสำนวนคดีว่าคดีนี้อยู่ระหว่างประสานงานให้ผู้ถูกกล่าวหามาพบ เพื่อนำตัวให้อัยการส่งฟ้องศาลอาญาเป็นขั้นตอนต่อไป ซึ่งในขณะนี้พนักงานสอบสวนได้รับแจ้งจากผู้ต้องหาว่าอยู่ระหว่างเดินทางไปต่างจังหวัด และจะกลับมาพบพนักงานสอบสวนอีกครั้งในช่วงต้นเดือนพ.ย.นี้ เพื่อดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมายดังกล่าว ซึ่งกรรมการและสมาชิกสมาคมผู้สื่อข่าวเศรษฐกิจ ต่างมีความเห็นว่าคดีมีความล่าช้ามาก โดยมีสมาชิกส่วนหนึ่งได้ตั้งข้อสังเกตว่า ในฐานะผู้ประกอบวิชาชีพสื่อมวลชนเองยังได้รับผลกระทบจากการดำเนินการดังกล่าว 890 นอกจากเรื่องการดำเนินคดีแล้วตลอด 8 เดือนที่ผ่านมา คณะกรรมการฯ พยายามฟื้นฟูกิจการของสมาคมฯ โดยการจัดกิจกรรมมาอย่างต่อเนื่อง ดังนี้ 1.จัดงาน Dinner Talk เพื่อระดมทุนนำมาใช้ดูแลสวัสดิการของสมาชิก เช่น มอบทุนการศึกษาบุตร ธิดาของสมาชิก ,ทุนภาษาต่างประเทศ ,รวมถึงค่าใช้จ่ายว่าจ้างสำนักงานบัญชีเพื่อทำงบดุลย้อนหลัง 2 ปี จ่ายภาษีย้อนหลัง ค่าใช้จ่ายสำนักงานทนาย และภาระหนี้สินที่ผ่านมา 2.จัดโครงการพัฒนาศักยภาพผู้สื่อข่าวเศรษฐกิจระดับสูง (พศส.) หัวข้อ Digital Transformation : เทคโนโลยีเปลี่ยน โลกเปลี่ยน 3.ล่าสุดจัดงานแรลลี่การกุศล ตะลุย EECi 4.ขณะนี้กำลังเตรียมจัดงานสัมมนาใหญ่ประจำปี และ5.การจัดประกวดบทความของสถาบันป๋วย อึ้งภากรณ์ ที่ผ่านมากรรมการได้เดินทางเข้าพบพันธมิตรที่ให้การสนับสนุนมาอย่างต่อเนื่อง และได้รับความอนุเคราะห์เป็นอย่างดีจากหน่วยงานต่างๆ ที่ให้ความเชื่อมั่นต่อสมาคมฯ ได้ทยอยนัดหมายขอเข้าพบและแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกับกรรมการมาอย่างต่อเนื่อง ทำให้ปัจจุบันสมาคมฯ มียอดเงินฝากคงค้างในบัญชีจำนวนหนึ่ง ซึ่งคณะกรรมการขอตั้งมั่นและยืนยันที่จะบริหารสมาคมฯ ด้วยความโปร่งใสตรวจสอบได้ พร้อมแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้น และพัฒนาสมาคมฯ ให้สนับสนุน ส่งเสริม พัฒนาวิชาชีพสื่อมวลชนต่อไป