สรรหา "เลขา กลต." คนใหม่

ประชาสัมพันธ์19 เม.ย. 2566 • 14:10 น.
สรรหา "เลขา กลต." คนใหม่

ท่ามกลางสถานการณ์การเมืองไทยร้อนแรงที่ขณะนี้บรรดาพรรคการเมืองลงพื้นที่หาเสียง เร่งสปีดเรียกคะแนนเสียงจากประชาชนเพื่อหวังจะชนะศึกเลือกตั้งครั้งใหม่ ทำให้นานาประเทศจับจ้องรอดูการเปลี่ยนผ่านของการเมืองไทย พรรคใดจะได้คะแนนเสียงจากประชาชนเป็นแกนนำในการจัดตั้งรัฐบาลและใครจะได้เป็นนายกรัฐมนตรีคนใหม่ เพื่อเรียกความเชื่อมั่นจากนักลงทุนทั้งชาวไทยและต่างชาติให้กลับคืนมา 

ห้วงเวลานี้ นอกจากการจับตาสถานการณ์การเมืองไทยแล้ว อีกหนึ่งสถาบันที่ต้องจับตาแบบไม่กระพริบ คือ สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ถืออีกหนึ่งสถาบันด้านการลงทุนสำคัญ ที่ได้รับความสนใจจากนักลงทุนทั้งชาวไทยและต่างชาติ ที่กำลังจับจ้องรอดูการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญ… ใครจะเป็นเลขาธิการ ก.ล.ต.คนที่ 13 ต่อจาก นางสาวรื่นวดี สุวรรณมงคล เลขาธิการ ก.ล.ต. คนปัจจุบัน ที่กำลังจะครบวาระการทำงาน 4 ปี ในวันที่ 30 เม.ย.นี้

โดยขณะนี้คณะกรรมการ ก.ล.ต.ได้ดำเนินการสรรหาบุคคลที่เหมาะสมนั่งเก้าอี้เลขาธิการ ก.ล.ต.คนใหม่ โดยได้เสนอ 2 รายชื่อรายได้แก่ นางวรัชญา ศรีมาจันทร์ รองเลขาธิการ สำนักงาน ก.ล.ต.คนปัจจุบัน ซึ่งมีอาวุโสสูงสุด และรศ. ดร.พรอนงค์  บุษราตระกูล ซึ่งมาจากสายนักวิชาการ โดยเป็นหัวหน้าภาควิชาการธนาคารและการเงิน คณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ทำงานวิจัยที่โดดเด่นด้านตลาดทุนและการออมเพื่อการเกษียณ และอดีตกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ คณะกรรมการกำกับตลาดทุน เพื่อเสนอต่อนายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รมว.คลัง พิจารณาตัดสินเป็นขั้นตอนสุดท้ายให้เหลือเพียง 1 ชื่อ ก่อนเสนอคณะรัฐมนตรีพิจารณาแต่งตั้งเป็นเลขาธิการสำนักงาน ก.ล.ต.คนใหม่  

เรียกว่าไม่ใช่เรื่องง่ายสำหรับการเข้ามาเป็น เลขาธิการ ก.ล.ต. คนใหม่ที่ต้องผ่านหลายขั้นตอนในการคัดเลือกผู้ที่เหมาะสมจะเข้ามารับตำแหน่งดังกล่าว เพราะตำแหน่งเลขาธิการมีอำนาจหน้าที่และความรับผิดชอบในการบริหารจัดการกิจการและการดำเนินงานของสำนักงาน ให้บรรลุวัตถุประสงค์ ตลอดจนให้เป็นไปตามกฎหมาย ข้อบังคับ นโยบาย และหลักธรรมาภิบาล ที่ ก.ล.ต.และตลาดหลักทรัพย์กำหนดกำกับดูแลตลาดทุน โดยมุ่งผลสัมฤทธิ์ เป็นไปเพื่อความยั่งยืน เสริมสร้างการแข่งขัน และนำนวัตกรรม เทคโนโลยีมาใช้อย่างรับผิดชอบ ใช้มาตรการและกฎเกณฑ์ที่เหมาะสม ชัดเจน ปฏิบัติได้ สร้างกลไกตลาดที่แข็งแรงที่เอื้อให้ภาคธุรกิจเกิดการแข่งขันที่เป็นประโยชน์ต่อผู้ลงทุน

นอกจากนี้ บทหน้าที่สำนักงาน กลต มีอำนาจหน้าที่ส่งเสริมและ พัฒนา ตลอดจนกำกับดูแลตลาดทุนและตลาดสินทรัพย์ดิจิทัล อาทิ การระดมทุนจากการเสนอขายหลักทรัพย์ เช่น หุ้นและหุ้นกู้หรือการเสนอขายโทเคนดิจิทัลเพื่อการลงทุน ผู้ประกอบธุรกิจที่เกี่ยวข้อง รวมถึง การกระทำอัน ไม่เป็นธรรม ตามขอบเขตอำนาจหน้าที่ที่กำหนดตามกฎหมาย นอกจากนี้ ต้องปรับเปลี่ยนองค์กรของ ก.ล.ต.ให้มีอำนาจในการสอบสวนคดี เช่นเดียวกับอัยการ และต้องเดินหน้าในส่วนของคดีที่เกี่ยวพันกับคริปโตเคอเรนซี่ใหญ่ เช่น บริษัท บิทคัพ บริษัท ซิปแม็ก ที่ก่อให้เกิดความเสียหายต่อประชาชนจำนวนมาก หรือ คดีใหญ่ที่เกี่ยวพันกับกรณีหุ้น มอร์รีเทิร์น และโบรกเกอร์ รวมถึงต้องมีความเด็ดขาดสั่งปิดกิจการบริษัทหลักทรัพย์ที่ทำผิดกฎหมาย 

จาก 2 รายชื่อที่ได้รับการเสนอชื่อ นางวรัชญา ศรีมาจันทร์ และ รศ. ดร.พรอนงค์  บุษราตระกูล ได้มีการตั้งข้อสงสัยว่า รศ.ดร.พรอนงค์ บุษราตระกูล ดำรงตำแหน่งหัวหน้าภาควิชาการธนาคารและการเงิน / ประธานหลักสูตรวิทยาศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาการกำกับดูแลกิจการ / อาจารย์ประจำภาควิชาการเงินและการธนาคาร จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ซึ่งตำแหน่งหัวหน้าภาควิชา อาจไม่เข้าข่ายคุณสมบัติในข้อ 3.1 (ก)  กรณีเป็นหรือเคยเป็นผู้บริหารส่วนราชการ ต้องดำรงตำแหน่งไม่ต่ำกว่าระดับรองของผู้บริหารสูงสุดของส่วนราชการระดับกรมหรือเทียบเท่ามาไม่น้อยกว่า 1 ปี โดยมีประสบการณ์ที่เกี่ยวข้องกับตลาดเงินหรือตลาดทุนเป็นระยะเวลาไม่น้อยกว่า 5 ปี

ขณะเดียวกัน คุณสมบัติที่เป็นกรรมการ การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) อาจไม่ตรงกับคุณสมบัติในข้อ 3.1 (ข)กรณีเป็นหรือเคยเป็นผู้บริหารรัฐวิสาหกิจ หน่วยงานของรัฐ หรือองค์กรระหว่างประเทศ ต้องดำรงตำแหน่งไม่ต่ำกว่าระดับรองของผู้บริหารสูงสุดหรือผู้บริหารระดับสูงที่รายงานตรงต่อผู้บริหารสูงสุดมาไม่น้อยกว่า 1 ปี โดยมีประสบการณ์ที่เกี่ยวข้องกับตลาดเงินหรือตลาดทุนเป็นระยะเวลาไม่น้อยกว่า 5 ปี รวมทั้งอาจไม่เข้าข่ายในส่วนประสบการณ์ที่เกี่ยวข้องกับตลาดเงินหรือตลาดทุน

ทั้งนี้ จากประเด็นดังกล่าว รศ.ดร.พรอนงค์ ได้ออกมาชี้แจงว่า มีความมั่นใจไม่ขาดคุณสมบัติตามที่มีการนำเสนอข่าว โดยการยื่นใบสมัครมีกระบวนการที่ชัดเจน และคุณสมบัติเหล่านั้นมีการสอบทาน โดยสำนักงาน ก.ล.ต. และเชื่อมั่นในระบบสอบทานผ่านคุณสมบัติต่างๆ ครบถ้วน 

และ จากการตรวจสอบข้อมูล พบว่า รศ.ดร.พรอนงค์ บุษราตระกูล เคยเป็นกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิของคณะกรรมการกำกับตลาดทุน ถึง 2 สมัย คือ 8 เม.ย.2557-24 ก.ค.2561 และ 25 ก.ค.2561-19 ก.ค.2564 รวมถึงเคยทำงานในด้านต่างๆ ร่วมกับตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) และ สำนักงาน ก.ล.ต. 

ดังนั้น การสรรหาเลขาธิการ ก.ล.ต. รอบปี 2566 นี้ เป็นรอบที่มีความสำคัญอย่างยิ่ง เนื่องจากเลขาธิการคนใหม่นอกจากจะต้องมีความรู้ความสามารถแล้ว ยังต้องมี “ความกล้าหาญทางจริยธรรม” ที่จะกอบกู้ความน่าเชื่อถือของ ก.ล.ต. ในสายตาคนนอก ตลอดจนตรวจสอบข้อกล่าวหาและข้อร้องเรียนต่างๆ เกี่ยวกับธรรมาภิบาลภายในองค์กรได้อย่างเป็นอิสระ เพราะ ความน่าเชื่อถือของ ก.ล.ต. ในสายตา “คนนอก” ถดถอยจากหลายกรณีที่เกิดความเสียหายอย่างกว้างขวางในตลาดทุน การบริหารงานหลายด้านไม่ได้ตั้งอยู่บนหลักธรรมาภิบาล ทำให้สำนักงาน ก.ล.ต. ได้อ่อนแอลงอย่างมาก

การพิจารณาบุคคลที่จะเข้ารับตำแหน่งเลขาธิการ กลต คนใหม่ นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รักษาการ รมว.คลัง ผู้ที่ชี้ขาดจะให้ใครได้นั่งเก้าอี้เลขาธิการ กลต คนใหม่ คงต้องพิจารณารอบคอบและรอบด้าน ต้องเปิดใจมองกว้างให้ทันโลกยุคสมัยที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว ต้องให้บุคคลที่ไม่มีประวัติด่างพร้อย พร้อมทำงานทุ่มเทให้กับองค์กรอย่างเต็มที่ และต้องมีหลักธรรมาภิบาล เพื่อเรียกความเชื่อมั่นความน่าเชื่อถือของ ก.ล.ต. ในสายตานักลงทุนทั้งชาวไทยและต่างชาติให้กลับคืนมาโดยเร็วที่สุด