โจรอาละวาดตระเวนงัดบ้าน ร้านค้า วัด เอาเฉพาะเงินสด ก่อเหตุมากกว่า 5 ครั้ง

ประชาสัมพันธ์22 เม.ย. 2565 • 08:32 น.
โจรอาละวาดตระเวนงัดบ้าน ร้านค้า วัด เอาเฉพาะเงินสด  ก่อเหตุมากกว่า 5 ครั้ง
เมื่อเวลา 14.30น. วันที่ 22เม.ย.2565 ผู้สื่อข่างรายงานว่า โลกโซเชียลมีเดียและเพจต่างๆ ทั่วทั้ง จ.ขอนแก่น ได้ผยแพร่ภาพจากกล้องวงจรปิด ซึ่งติดตั้งอยู่ที่ร้านขายของชำ ตั้งอยู่ใกล้ศาลากลางบ้าน บ้านขามป้อม หมู่ 1 ต.นาข่า อ.มัญจาคีรี จ.ขอนแก่น ซึ่งสามารถบันทึกภาพคนร้ายเป็นชายวัยรุ่นอายุประมาณ 20-25 ปี ใส่เสื้อกันหนาวแขนยามมีฮู้ดด้านหลังคลุมศีรษะ สวมหน้ากากอนามัย กางเกงขาสั้น รองเท้าแตะ กำลังค่อยๆเปิดประตูร้านเข้ามาข้างใน ก่อนจะมองเห็นกล้องวงจรปิดภายในร้าน จึงได้หยิบเอาเหล็กสำหรับเปิดประตูดันกล้องวงจรปิดให้หงายขึ้นทุกตัว แล้วลงมือก่อเหตุรื้อค้น งัดลิ้นชักโต๊ะขโมยเอาเงินสดแล้วหลบหนีไป ในเวลาต่อมา ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่ไปยังบ้านเลขที่ 89 ม.1 บ้านขามป้อม ต.นาข่า อ.มัญจาคีรี จ.ขอนแก่น โดยพบกับนางทองเสี่ยน ปานเนาว์ อายุ 78 ปี เจ้าของร้านขายของชำในหมู่บ้าน ซึ่งได้พาผู้สื่อข่าวดูจุดที่ถูกคนร้ายรื้อค้นและดันกล้องวงจรปิดภายในร้าน ทั้งลิ้นชักโต๊ะ ตู้เสื้อผ้า ซึ่งเก็บเงินสดเอาไว้กว่า 10,000 บาท และเงินเหรียญที่จะใช้โปรยทานงานบวชหลานชาย ใส่ไว้ในตะกร้าพลาสติกวางไว้ในร้านค้า กว่า 7,000 บาท ก็หายไปด้วย นางทองเสี่ยน กล่าวว่า ได้เปิดร้านขายของชำมาหลายสิบปี โดยลูกๆแยกย้ายไปมีครอบครัว จะมาหาแม่ในช่วงวันหยุดเสาร์-อาทิตย์ จึงทำให้ต้องเปิดร้านขายของเพียงลำพัง ซึ่งตั้งแต้ต้นปีเป็นต้นมา มีเหตุคนร้ายลักทรัพย์ในบ้านของประชาชน และในวัดมาแล้วร่วม 10 ครั้ง ลูกๆจึงมาติดตั้งกล้องวงจรปิดให้ที่ร้านทั้งหมด 4 ตัว ตัวแรกติดที่หน้าร้าน อีก 3 ตัวติดในร้าน และหลังจากที่มีเหตุการณ์ลักทรัพย์เกิดขึ้นบ่อยๆ จึงไม่ได้นอนเฝ้าที่ร้าน เพราะเกรงจะไม่ปลอดภัย จึงไปนอนกับญาติที่บ้านอีกหลัง แต่จะห้อยลูกกุญแจไว้ที่ประตูทางเข้าหลังบ้าน เพื่อเอาไว้ให้ลูกๆ เมื่อมาหาแม่ให้เอากุญแจเปิดเข้าร้าน เข้าบ้านได้เลย แต่เมื่อเกิดเหตุคนร้ายเข้ามาลักทรัพย์ในร้านค้า จึงรู้ว่าคนร้ายน่าจะเอากุญแจที่แขวนไว้ที่ประตูหลังบ้าน เปิดเข้าในร้านแล้วขโมยเอาเฉพาะเงินสด และเงินเหรียญในตะกร้า ไป เพราะไม่มีรอยงัดแงะ ไม่มีรอยรื้อค้นทรัพย์สินแต่อย่างใด จึงโทรศัพท์บอกลูกชาย ให้มาเปิดดูวงจรปิดจึงเห็นตัวคนร้าย ซึ่งลักษณะคนร้าย ตรงกับวัยรุ่นต้องสงสัย 80% เพราะรูปร่างลักษณะการแต่งตัวตรงกัน ลูกชายจึงเอาหลักฐานดังกล่าวเป็นหลักฐานเข้าแจ้งความกับตำรวจสภ.มัญจาคีรี ให้ทำการสืบสวนจับกุมคนร้ายมาดำเนินคดีตามกฎหมาย" ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่าในระหว่างที่ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่นั้น มีชาวบ้านที่เป็นผู้เสียหายที่ถูกคนร้ายลักลอบเข้าไปลักทรัพย์ในบ้านพัก แต่ไม่มีวงจรปิดและหลักฐานที่จะเอาผิดคนร้ายได้ มาให้ข้อมูลที่ตรงกันว่า เหตุลักทรัพย์ที่เกิดขึ้นในหมู่บ้านนั้น เกิดขึ้นติดต่อกันมาหลายปี แต่ตำรวจยังจับคนร้ายไม่ได้ ในช่วงปี 2565 เกิดขึ้นบ่อยครั้ง โดยที่คนร้ายนั้นน่าจะเป็นคนในหมู่บ้าน จะเลือกเอาทรัพย์สินที่เป็นเงินสด ไม่เอาทองรูปพรรณ และทรัพย์สินอื่นๆ โดยที่ร้านนางทองเสี่ยน ถูกคนร้ายลักเอากุญแจเปิดเข้าไปลักทรัพย์และวงจรปิดบันทึกภาพคนร้ายได้ ตำรวจก็น้าจะติดจามจับกุมคนร้ายได้ง่ายขึ้น และเชื่อว่าน่าจะเป็นคนร้าย คนเดียวที่ก่อเหตุลักทรัพย์ในหมู่บ้านทั้งหมด ด้านนายนิยม นาทา อายุ 57 ปี ผู้ใหญ่บ้าน บ้านขามป้อม ม.1 กล่าวว่า ยอมรับว่ามีเหตุลักทรัพย์เกิดขึ้นในหมู่บ้านมาหลายสิบครั้ง ชาวบ้านก็มีทั้งแจ้งความและไม่แจ้งความ เพราะต่างก็ไม่มีหลักฐานในการที่จะเอาผิดคนร้ายซึ่ง ตั้งแต่ต้นปีมีเหตุเกืดขึ้นหลายครั้ง ล่าสุดคือบ้านและร้านค้าของนางทองเสี่ยน ปานเนาว์ นอกจากนี้ยังมีวัดประจำหมู่บ้านอีก 2 แห่งที่คนร้ายเข้าไปลักเอาเงินในย่ามพระ ตู้บริจาค และซองเงินผ้าป่าไปกว่า 40,000บาท และคนร้ายก็เอาซองผ้าป่าไปเผาทิ้งในป่าห่างจากวัดไปประมาน 500 เมตร แต่ไฟไหม้ไม่หมด "โดยเหตุการณ์ครั้งล่าสุด ที่ร้านค้าของนางทองเสี่ยนนั้น มีกล้องวงจรปิด บันทึกภาพคนร้ายเอาไว้ได้ และคนร้ายรายดังกล่าวก็ตรงกับผู้ต้องสงสัยที่ชาวบ้านสงสัยกันคือชายวัยรุ่นอายุ 21 ปี เพิ่งผ่านการเกณฑ์ทหารไป และติดยาเสพติด เมื่อก่อเหตุลักทรัพย์สำเร็จ ซึ่งคนร้ายจะเลือกเอาเฉพาะเงินสดเท่านั้น และเมื่อลงมือก่อเหตุเสร็จจะไม่อยู่บ้าน จะหายไปประมาณ 4-5 วันแล้วกลับมาที่บ้าน ซึ่งข้อมูลเหล่านี้ได้มอบให้เจ้าหน้าที่ตำรวจไปหมดแล้ว จึงเชื่อว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจน่าจะจับกุมตัวได้ในเร็วๆนี้"