ตำรวจทางหลวงนครราชสีมา แจงกรณีเรียกตรวจรถตู้เปิดไฟไฟวับวาบไร้คนเจ็บ
วันที่ 7 ส.ค.ที่ ตำรวจทางหลวงนครราชสีมา พ.ต.ท.วิษณุ คำโนนม่วง สารวัตรตำรวจทางหลวงนครราชสีมา กล่าวว่าจากกรณีที่มีการเผยแพร่ในสื่อสังคมออนไลน์ ในบัญชีเฟซบุ๊กสุรินทร์ ดีเซล ได้แชร์คลิปวิดีโอวิจารณ์การทำงานเจ้าหน้าที่ตำรวจทางหลวง ในเส้นทาง ทล.๓๐๔ (กบินทร์บุรี-ปักธงชัย) ต.ภูหลวง อ.ปักธงชัย จ.นครราชสีมา เรียกเสียค่าปรับประชาชนที่จะกำลังจะไปรับผู้ป่วยโควิด 5 ราย กลับมารักษาตัวที่ภูมิลำเนาตัวเองที่ อ.ศรีณรงค์ จว.สุรินทร์ นั้น พล.ต.ต.เอกราช ลิ้มสังกาศ ผบก.ทล. ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ตำรวจทางหลวง ติดตามและตรวจสอบกรณีที่ปรากฏในสื่อโซเชียลมีเดีย ดังกล่าว
พ.ต.ท.วิษณุ กล่าวว่า เบื้งต้นได้ดำเนินการตรวจสอบทราบว่า เมื่อวันที่ 5 สค.64 เวลาประมาณ13.00น. ขณะรถวิทยุ 6122 ออกตรวจพื้นที่ในเขตรับผิดชอบ ถึงบริเวณ ทล.304 ต.ภูหลวง อ.ปักธงชัย จ.นครราชสีมา ซึ่งเป็นเส้นทางที่เกิดอุบัติเหตุบ่อยครั้ง พบรถตู้สีม่วง มี นายอุทิศ บุญมา เป็นผู้ขับขี่ โดยรถตู้คันดังกล่าวเป็นทะเบียนป้ายฟ้า ไม่มีสัญลักษณ์ทีมกู้ภัยหรืออาสา ขับมาด้วยความเร็ว อยู่ในช่องทางด้านขวา เปิดสัญญาณไฟวับวาบโดยที่ช่องทางด้านซ้ายไม่มีรถวิ่งแต่อย่างใด เจ้าหน้าที่ตำรวจทางหลวง จึงได้ส่งสัญญาณเตือน เพื่อให้รถตู้ชิดขอบทางด้านซ้าย และรถความเร็ว เพื่อตรวจสอบว่าเป็นตู้ลักษณะใด เนื่องจากมีการติดสัญญาณไฟวับวาบ ด.ต.รุศรัณย์ กาญจนพิมาย จึงได้ลงจากรถและเดินเข้าไปสอบถาม เรื่องใบอนุญาตสัญญาณไฟ แต่คนขับไม่มีใบอนุญาต และให้เจ้าหน้าที่ตำรวจทางหลวงเขียนไปสั่ง และจากการตรวจสอบเพิ่มเติมพบว่าไม่มีผู้ป่วยโควิด เป็นเพียงที่นั่งเปล่า เกรงว่าจะเป็นรถตู้ ที่มีการดัดแปลง แอบอ้างเป็นรถขนผู้ป่วยโควิด แล้วมาทำผิดบนท้องถนน เนื่องจากรถคันดังกล่าว ไม่มีสัญลักษณ์ของกู้ภัย รถพยาบาล และเป็นทะเบียนป้ายฟ้า และสีเดิมของรถ คือ สีเทา แต่เปลี่ยนมาเป็นสีม่วง เจ้าหน้าที่ตำรวจทางหลวงจึงได้ออกใบสั่ง ข้อหา “ขับรถไม่ชิดขอบทางด้านซ้าย และใช้สัญญาณแสงวับวาบโดยไม่ได้รับอนุญาต”
ภายหลังเจ้าหน้าที่ได้ทำการตรวจสอบโดยละเอียดพบว่า ชื่อผู้ครอบครองรถ คือ นางสาวดารุณี ปรึกษาดี ที่อยู่ 187 หมู่ 10 ต.ศรีสุข อ.ศรีณรงค์ จ.สุรินทร์ พบว่าเป็นรถขนส่งผู้ป่วยจริง ด.ต.รุศรัณย์ จึงได้เดินทางไปพบชี้แจงทำความเข้าใจกับ นายอุทิศ คนขับขี่ แต่ด้วยสถานกาณ์โควิด นายอุทิศ อยู่ระหว่างกักตัว จึงพูดคุยผ่านทาง ผอ.รพ.สต.ศรีสุก อำเภอศรีณรงค์ จ.สุรินทร์ ที่ทำการดูแลหมู่บ้านของนายอุทิศอาศัยอยู่ ซึ่งนายอุทิศ ได้เข้าใจการทำงานของเจ้าหน้าที่ โดยเฉพาะประเด็นค่าปรับ 2,000 บาท ซึ่งยังไม่ได้ชำระและมีการว่ากล่าวตักเตือนไปแล้วและทำการโพสเฟคบุ๊คแก้ไขในความเข้าใจผิดแล้ว
ทั้งนี้ ตำรวจทางหลวง ไม่ได้มุ่งเน้นเรื่องการจับกุม แต่มุ่งเน้นเรื่องความปลอดภัยบนท้องถนนเพื่อป้องกันอุบัติเหตุ และที่ผ่านมาจะคอยนำ ประสานจุดพักรถ และอำนวยความสะดวกร่วมปฏิบัติกับรถขนผู้ป่วยโควิดมาต่อเนื่อง แต่กรณีดังกล่าวเป็นความเข้าใจผิด ตำรวจทางหลวงทำตามหน้าที่ เนื่องจากเกรงว่าจะมีการแอบอ้างเรื่องการขนย้ายผู้ป่วย จากการตรวจสอบแล้ว พบว่าเป็นรถขนผู้ป่วยจริง จึงได้เข้าไปเพื่อขอโทษและปรับความเข้าใจกัน จนเป็นที่พอใจทั้งสองฝ่าย หากประชาชนพบเห็นการกระทำความผิด สามารถแจ้งได้ที่สายด่วน 1193 ตำรวจทางหลวง.