UNHCR เดินหน้าโครงการรอมฎอนนี้เพื่อพี่น้องและทานประจำปีซะกาตปีที่ 6 ช่วยเหลือผู้ลี้ภัยทั่วโลก
สำนักงานข้าหลวงใหญ่ผู้ลี้ภัยแห่งสหประชาชาติ (UNHCR) ร่วมกับ สำนักจุฬาราชมนตรี ธนาคารอิสลาม และพันธมิตรในประเทศไทย ประกาศขยายความร่วมมือ โครงการรอมฎอนนี้เพื่อพี่น้องและทานประจำปีซะกาต ปีที่ 6 เพื่อสร้างการรับรู้และการระดมทุนทานประจำปีซะกาตและซอดาเกาะห์ ช่วยเหลือผู้ที่ตกอยู่ในความทุกข์ยาก และมอบความคุ้มครองแก่ผู้ลี้ภัยและผู้พลัดถิ่นชาวมุสลิมทั่วโลก ผ่านโครงการเงินช่วยเหลือฉุกเฉินให้พวกเขาสามารถตอบสนองความจำเป็นในชีวิตประจำวันได้ในเดือนรอมฎอนอันศักดิ์สิทธิ์นี้
โดย จูเซ็ปเป้ เด วินเซ็นทีส ผู้แทนข้าหลวงใหญ่ผู้ลี้ภัยแห่งสหประชาชาติ ประจำประเทศไทย กล่าวว่า ปีนี้ สงคราม ความขัดแย้ง ความรุนแรง และการประหัตประหาร บังคับให้ผู้คนมากกว่า 103 ล้านคนทั่วโลกต้องพลัดถิ่นจากบ้านของตนเองเพื่อแสวงหาความปลอดภัย เป็นสถิติที่สูงที่สุดในประวัติการณ์ โดยกว่าครึ่งคือชาวมุสลิม ในปีนี้ พวกเขากำลังจะศีลอดในช่วงเวลาที่มีความท้าทายถึงขีดสุดอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน ด้วยวิกฤตเศรษฐกิจโลก ความยากจน ความขาดแคลนด้านอาหาร ภัยพิบัติและภาวะฉุกเฉินด้านสภาพภูมิอากาศ รวมถึงงบประมาณและความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมที่ไม่เพียงพอ
"พันธกิจของเราคือการมอบความช่วยเหลือในวิกฤตด้านมนุษยธรรมทั่วโลก รวมถึงในเหตุขัดแย้งและวิกฤตทางสภาพภูมิอากาศ เช่น ในประเทศซีเรีย เยเมน หรือจะงอยแอฟริกา ซึ่งส่งผลกระทบและทำให้ผู้คนต้องพลัดถิ่นหลายล้านคน เราจึงต้องการความร่วมมือจากทุกภาคส่วนในสังคมเพื่อขยายความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน และมอบความช่วยเหลือแก่ผู้ลี้ภัยและผู้พลัดถิ่น เพื่อให้เราสามารถมอบความคุ้มครองแก่พี่น้องผู้ลี้ภัยที่กำลังทุกข์ยากต่อไป" จูเซ็ปเป้ กล่าว
ด้าน อาจารย์ซากีย์ พิทักษ์คุมพล รองเลขานุการจุฬาราชมนตรี กล่าวว่า ผู้ลี้ภัยชาวมุสลิมหลายล้านคนต้องถือศีลอดในเดือนรอมฎอนนี้อย่างยากลำบากที่สุดท่ามกลางสถานการณ์โลกที่มีความท้าทายเกิดขึ้นใหม่ เราอยากให้สังคมมอบความช่วยเหลือแก่ครอบครัวที่ขาดแคลนในช่วงเวลาที่ยากลำบาก และเพิ่มความหวังในหัวใจของชาวมุสลิมในเดือนอันศักดิ์สิทธิ์นี้
ขณะที่ ดร. ทวีลาภ ฤทธาภิรมย์ กรรมการและผู้จัดการ ธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย กล่าวถึงความร่วมมือจากธนาคารอิสลามด้านความรับผิดชอบต่อสังคมโลก ว่า การร่วมมือกับ UNHCR ครั้งสำคัญนี้มีจุดมุ่งหมายการทำงานเดียวกัน ธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย จะได้ขยายขอบเขตการช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมสู่ระดับนานาชาติ โดยเฉพาะเรื่องผู้ลี้ภัย ซึ่งเป็นเรื่องเร่งด่วนระดับโลกตอนนี้ เพื่อให้ชาวไทยมุสลิมได้มีส่วนร่วมสร้างสังคมที่ดีขึ้นเพื่อเพื่อนมนุษย์ทุกคน ในช่วงเดือนรอมฎอนที่กำลังจะมาถึง
ทั้งนี้ โครงการฯ ทานซะกาตและซอดาเกาะห์ที่จัดทำขึ้นทั่วโลกของ UNHCR ได้มอบความช่วยเหลือแก่ครอบครัวผู้ลี้ภัยไปแล้วมากกว่า 6 ล้านคน ใน 26 ประเทศทั่วโลก อาทิ อัฟกานิสถาน อิรัก ปากีสถาน บังคลาเทศ มาเลเซีย เยเมน และไนจีเรีย รวมถึงและได้ขยายการรับรองระดับโลกจากนักวิชาการศาสนา (นักฟัตวา) มากถึง 15 ท่าน จาก 10 ประเทศ รวมถึงประเทศไทย เพิ่มความช่วยเหลือถึงผู้ลี้ภัยชาวมุสลิมทั่วโลกที่กำลังพลัดถิ่นจากวิกฤตที่ยาวนานอย่างยั่งยืน ซึ่งในเดือนรอมฎอนอันศักดิ์สิทธิ์นี้ โปรดอย่าลืมผู้ลี้ภัย ร่วมบริจาคทานของท่านได้ที่เว็บไซต์ www.unhcr.org/th