"ARDA" นำคณะวกส. รุ่นที่ 5 บินลัดฟ้าเยือนประเทศญี่ปุ่น เจาะทริคการวิเคราะห์ตลาด ใช้นวัตกรรมสร้างสินค้าเกษตรมูลค่าสูง
สำนักงานพัฒนาการวิจัยการเกษตร (องค์การมหาชน) – ARDA นำคณะผู้เข้าอบรมหลักสูตร “วิทยาการเกษตรระดับสูง (วกส.) รุ่นที่ 5” เดินทางไปยังประเทศญี่ปุ่นเพื่อศึกษาดูงานด้านการนำนวัตกรรมและเทคโนโลยีด้านการเกษตร ร่วมขับเคลื่อนภาคการเกษตรไทย ภายใต้หลักการ “ตลาดนำการผลิต และเศรษฐกิจพอเพียงเพื่อความสมดุล มั่นคงและยั่งยืน“ ระหว่างวันที่ 3 – 8 กรกฎาคม 2567 ณ ประเทศญี่ปุ่น นายชวลิต ชูขจร ประธานกรรมการสำนักงานพัฒนาการวิจัยการเกษตร กล่าวว่า จากการที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ มีนโยบายขับเคลื่อนภาคการเกษตรไทยไปสู่สินค้าเกษตรและผลิตภัณฑ์ที่มีมูลค่าสูงด้วยการใช้นวัตกรรมและเทคโนโลยีที่ทันสมัยเข้ามาพัฒนาภาคการเกษตรด้านต่างๆ โดยตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา ARDA ได้ให้ความสำคัญกับนโยบายดังกล่าว และมีนโยบายสนับสนุนทุนวิจัยให้สอดคล้องกับยุทธศาสตร์ 20 ปี (พ.ศ. 2561 – 2580) เพื่อพัฒนาเศรษฐกิจภาคการเกษตรไทยอย่างต่อเนื่อง ลดปัญหาความเหลื่อมล้ำ สร้างรายได้และคุณภาพชีวิตให้แก่ของประชาชนและเกษตรกร “การวิเคราะห์ตลาดเพื่อสร้างสินค้าเกษตรมูลค่าสูง” จึงเป็นอีกหนึ่งนโยบายที่รัฐบาลให้ความสำคัญ ดังนั้น การพัฒนาศักยภาพและสร้างผู้นำระดับสูงให้มีความรู้ ความสามารถ ด้านการพัฒนาการเกษตรรวมทั้งก่อให้เกิดการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ วิสัยทัศน์ และประสบการณ์ ระหว่างผู้นำ ทั้งภาครัฐ เอกชนและภาคประชาชน ในรูปแบบ "ประชารัฐ" มุ่งสู่การเกษตรวิถีใหม่ จึงเป็นเรื่องที่คณะผู้จัดอบรมหลักสูตร “วิทยาการเกษตรระดับสูง (วกส.) ให้ความสำคัญเป็นอย่างยิ่ง
สำหรับการนำคณะวกส. รุ่นที่ 5 เดินทางมาศึกษาดูงานที่ประเทศญี่ปุ่นในครั้งนี้ถือเป็นโอกาสที่ดี เนื่องจากประเทศญี่ปุ่น ถือเป็นหนึ่งในประเทศผู้นำทางด้านเทคโนโลยีของโลก โดยได้มีโอกาสเดินทางไปพบ นายโทชิโอะ โยชิมูระ อดีตประธานสมาพันธ์ความสัมพันธ์ฉันมิตรไทย-ญี่ปุ่น สภาจังหวัดฟูกูโอกะ ร่วมให้การต้อนรับ นอกจากนี้ ได้มีบรรยายถึงศักยภาพทางเศรษฐกิจและยุทธศาสตร์การเกษตรจังหวัดฟุกุโอกะ โดยนายโทกุดะ รองอธิบดีการเกษตร การป่าไม้ การประมง และ นายมิยูกิ อธิบดีอุตสาหกรรมการค้า จังหวัดฟุกุโอกะ ซึ่งได้ถ่ายทอดองค์ความรู้เกี่ยวกับการใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมผลิตสินค้าเกษตรมูลค่าสูง ทั้งพืช ปศุสัตว์ และประมง พร้อมนี้ ได้รับฟังการบรรยายหัวข้อ “โอกาสทางการค้าและการเกษตร” โดย นางบุณฑริกา กระจ่างวงษ์ อัครราชทูตที่ปรึกษา (ฝ่ายเกษตร) ประจำกรุงโตเกียว ที่ได้นำเสนอภาพรวมสถานการณ์การนำเข้าสินค้าเกษตรในประเทศญี่ปุ่น และโอกาสในการนำเข้า – ส่งออก ผลิตภัณฑ์ทางการเกษตรของประเทศไทย นอกจากนี้ ได้ศึกษาดูงานแหล่งปลูกผลไม้ที่สำคัญของประเทศญี่ปุ่นที่นำนวัตกรรมมาปรับใช้ในการเพาะปลูกและแปรูปผลไม้เพื่อสร้างมูลค่า ณ เมืองคุระเมะ อาทิ “Blueberry no mura" ฟาร์มปลูกบลูเบอรี่ 10 สายพันธุ์ รวมกว่า 4,000 ต้น ที่มีการนำนวัตกรรมการเกษตรที่ทันสมัยมาปรับใช้ ได้แก่ การใช้เซ็นเซอร์ในการตรวจสอบสภาพแวดล้อม การใช้ระบบชลประทานอัตโนมัติ และการใช้เทคโนโลยีการเก็บเกี่ยว เพิ่มผลิต “ผลดก โตไว” และต่อยอดการแปรรูปผลิตภัณฑ์ให้เป็นของฝากประจำท้องถิ่น เป็นต้นแบบการท่องเที่ยวเชิงเกษตรอย่างครบวงจร “Beniotome Shuzo” โรงงานสาเกที่มีชื่อเสียงในจังหวัดฟุกุโอกะ โดยเฉพาะสาเกที่ทำจากงาดำ
ที่มีใช้งานวิจัยในการเลือกพันธุ์งาดำที่ให้รสชาติและกลิ่นหอมที่เป็นเอกลักษณ์ ผ่านเทคโนโลยีการหมักและการกลั่น และการพัฒนารูปแบบผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ เพื่อกระตุ้นความต้องการของตลาดและผู้บริโภคที่แตกต่างกัน “Kyoho Winery” โรงบ่มไวน์เคียวโฮไวเนอรี่ เรียนรู้การปลูกองุ่นพันธุ์เคียวโฮ ที่เริ่มมีการวิจัยและพัฒนาพันธุ์ปลูกที่เมืองคุรุเมะ เป็นที่แรก องุ่นเคียวโฮมีขนาดใหญ่ รสชาติหวาน เนื้อนุ่ม เหมาะกับการทำไวน์ โดยผู้เข้าอบรมได้ลงพื้นที่บริเวณโรงบ่มไวน์ใต้ดิน สัมผัสกระบวนการผลิตไวน์ และชิมรสชาติที่หลากหลาย ถือเป็นกลไกที่สร้างรายได้ให้ชุมชม ผ่านกิจกรรมการท่องเที่ยวเชิงเกษตร
นายชวลิต ชูขจร กล่าวในตอนท้ายว่า หลักสูตร วกส. ปัจจุบันถือเป็นหลักสูตรอันดับหนึ่งด้านการเกษตรของประเทศ ที่ให้ความสำคัญกับการนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาใช้กับกระบวนการผลิต การตลาด เพื่อให้เข้าผู้บริโภคซึ่งจะเป็นการสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับภาคเกษตรกรรมควบคู่กับการผลักดันให้เกิดการขับเคลื่อนเศรษฐกิจสู่การพัฒนามาตรฐานของสินค้าเกษตรให้ตอบโจทย์ความต้องการของโลกมากขึ้น สอดคล้องกับนโยบาย BCG Model และ Smart Farming ของไทยอย่างยั่งยืนต่อไป