สภาผู้นำชุมชน รพ.สต.โมเดลสุขภาพที่ยั่งยืน เพื่อสร้างชุมชนน่าอยู่ร่วมกันสุขภาพที่ดีหาซื้อไม่ได้ แต่เราทุกคนต้องสร้างขึ้นมาเอง
ด้วยความมุ่งมั่นที่อยากจะสร้างชุมชนน่าอยู่ที่ทุกคนมีส่วนร่วมอย่างแท้จริง เพราะฉะนั้นตลอด 5 ปีที่ผ่านมา สำนักสร้างสรรค์โอกาส (สำนัก 6) สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) จึงเข้าไปทำงานร่วมกับชุมชนต่างๆ ทั่วประเทศ จนเกิดเป็นโครงการกว่า 300 โครงการที่ช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตของพี่น้องประชาชนอย่างยั่งยืน
เบื้องหลังความสำเร็จ มาจากการปรับเปลี่ยนวิธีการทำงาน จากเดิมที่เน้นการทำงานจากบนลงล่างมาสู่การเปิดโอกาสให้ทุกคนในชุมชนเข้ามามีส่วนร่วมมากที่สุด ผ่านกลไกที่เรียกว่า ‘สภาผู้นำชุมชน’ ซึ่งประกอบไปด้วยตัวแทนในระดับพื้นที่ อาทิ คณะกรรมการหมู่บ้าน ตัวแทนองค์กรปกครองท้องถิ่น เจ้าหน้าที่โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล ปราชญ์ชาวบ้าน ผู้นำชุมชน เครือข่ายประชาสังคม และจิตอาสา ฯลฯ มาร่วมกันพูดคุย พร้อมวิเคราะห์ข้อมูลต่างๆ ในพื้นที่ แล้วออกแบบเป็นแผนงานและโครงการพัฒนาสุขภาวะที่เป็นรูปธรรม ก่อนจะนำเสนอกับ สสส. เพื่อของบประมาณในการดำเนินงานต่อไป

ข้อดีของกระบวนการนี้ก็คือ ข้อเสนอที่มาจากสภาผู้นำชุมชนนั้นมักจะสอดคล้องกับสภาพปัญหาที่เกิดขึ้นในพื้นที่ เนื่องจากคนในท้องถิ่นย่อมเข้าใจปัญหาของตัวเองได้ดีที่สุด ทราบดีว่าจุดแข็งและจุดอ่อนในพื้นที่เป็นอย่างไร และเมื่อนำมาพัฒนาแล้วโอกาสที่จะได้รับความร่วมมือจากภาคส่วนต่างๆ และสร้างความเปลี่ยนแปลงในระยะยาวก็ย่อมมีมากขึ้นตามไปด้วย
เพื่อให้การดำเนินงานราบรื่นและมีประสิทธิภาพ กุญแจสำคัญที่สภาผู้นำชุมชนนำมาใช้ขับเคลื่อน ก็คือ ‘กลไกพี่เลี้ยง’ โดยพี่เลี้ยงหลักที่ได้รับมอบหมาย ก็คือ เจ้าหน้าที่สาธารณสุข จากโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล สำนักงานสาธารณสุขอำเภอ และสำนักงานสาธารณสุขจังหวัด ซึ่งมีหน้าที่ดูแลทุกข์สุขของชาวบ้านอยู่แล้ว เพียงแต่ที่ผ่านมา การทำงานเป็นลักษณะตั้งรับคือ กระทรวงสาธารณสุขมอบหมายหรือมีนโยบาย แล้วนำมาขับเคลื่อนหรือส่งเสริมต่ออีกที

แต่ในโมเดลใหม่นี้ พวกเขาต้องหันมารับฟังเสียงและความต้องการของพี่น้องในชุมชน เพื่อนำมาออกแบบ และพัฒนาเป็นโครงการหรือกติกาของชุมชนต่อไป
ผลลัพธ์ที่เห็นได้ชัดเจนที่สุด อย่างแรกก็คือ เมื่อความคิดทั้งหมดมาจากภาคประชาชน ชาวบ้านจึงเข้าใจ เกิดความร่วมมือ และนำไปสู่การปฏิบัติตามด้วยความเต็มใจ ซึ่งจะทำการรับมือกับปัญหาต่างๆ มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น เช่น การจัดการควบคุมโรคระบาด อย่างบางชุมชนสามารถควบคุมโรคไข้เลือดออกได้สำเร็จภายในระยะเวลาอันสั้น นอกจากนี้ยังช่วยลดภาระของบุคลากรด้านสาธารณสุข ซึ่งมีจำนวนจำกัดลง เนื่องจากผู้คนในชุมชนต่างก็มีศักยภาพในการดูแลตัวเอง รวมทั้งยังสร้างนวัตกรรมต่างๆ ที่ช่วยให้พี่น้องประชาชนในพื้นที่มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น

แต่ที่สำคัญที่สุดคือ ความสำเร็จของโมเดลเหล่านี้ยังสามารถต่อยอดไปสู่การพัฒนาชุมชนท้องถิ่นอื่นๆ โดยเวลานี้คณะกรรมการระบบสุขภาพปฐมภูมิ กระทรวงสาธารณสุข เห็นชอบที่นำเครื่องมือสภาผู้นำชุมชนไปส่งเสริมในโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลทั่วประเทศ เพราะหากประชาชนเรียนรู้ที่จะดูแลและแก้ปัญหาต่างๆ ด้วยตัวเองแล้ว สำนัก 6 ก็เชื่อมั่นเป็นอย่างยิ่งว่า โอกาสที่เราจะเห็นสังคมแห่งความสุขที่ยั่งยืน ก็ไม่ใช่เรื่องที่ไกลเกินเอื้อมอย่างแน่นอน
สามารถติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ในคลิปนี้
https://www.facebook.com/watch/?v=599090805519834