ผุด “ศูนย์อุตสาหกรรมฮาลาลไทย” ยกระดับผลิตภัณฑ์ฮาลาล เติบโตในตลาดโลก
ปี 2566 การส่งออกสินค้าอาหารฮาลาลของไทย มีมูลค่า 222,287 ล้านบาท ขยายตัว ในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา เฉลี่ย 2-3 เปอร์เซ็นต์ต่อปีเท่านั้น และในระยะยาวอาหารฮาลาลมีแนวโน้มขยายตัวเร็วกว่าอาหารทั่วไป เนื่องจากประชากรมุสลิมโลกเพิ่มขึ้น เศรษฐกิจในกลุ่มประเทศมุสลิมขยายตัว ความไม่มั่นคงทางอาหารในกลุ่มประเทศมุสลิมผลักดันให้เกิดความต้องการนำเข้าอาหารมากขึ้น หลายประเทศให้ความสำคัญ มีนโยบายสนับสนุนอุตสาหกรรมฮาลาล อย่างเป็นรูปธรรม
สำหรับประเทศไทย ได้ขับเคลื่อนอุตสาหกรรมฮาลาลไทย ให้เป็นศูนย์กลางอุตสาหกรรมฮาลาลในภูมิภาค ผ่านการจัดตั้งศูนย์อุตสาหกรรมฮาลาลไทย ยกระดับศักยภาพด้านมาตรฐานของผู้ประกอบการฮาลาลในประเทศ รวมถึงส่งเสริมให้ขยายการส่งออกไปยังตลาดที่มีศักยภาพทั่วโลก เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของสินค้าฮาลาลไทยในตลาดโลก
ล่าสุด สถาบันอาหาร กระทรวงอุตสาหกรรม ได้เปิดบูธศูนย์อุตสาหกรรมฮาลาลไทยอย่างเป็นรูปธรรม ในงาน THAIFEX-Anuga Asia 2024 โดยมี นางสาวพิมพ์ภัทรา วิชัยกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม พร้อมด้วย นางนลินี ทวีสิน ผู้แทนการค้าไทย เปิดบูธศูนย์อุตสาหกรรมฮาลาลไทย และมี ดร.ศุภวรรณ ตีระรัตน์ ผู้อำนวยการสถาบันอาหาร ให้การต้อนรับ
นางสาวพิมพ์ภัทรา วิชัยกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม กล่าวว่า อยากเห็นหน่วยงานของกระทรวงอุตสาหกรรมรวบรวมหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับฮาลาลเข้ามาอยู่ด้วยกัน วันนี้ได้ขับเคลื่อนจนอุตสาหกรรมฮาลาลเป็นสถาบันฮาลาลด้วยคาดหวังให้ผู้ประกอบการทั้งผู้ผลิต ไม่ใช่แค่เปิดตลาดแต่ต้องขยายตลาดเพิ่มมากขึ้น เพราะวันนี้เรามีโอกาสมาก และไม่ใช่โอกาสเพียงอาหารแต่กระบวนการทั้งหมดสินค้าและบริการ ที่ฮาลาลมีโอกาสเติบโตมาก ทางสำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรม (สศอ.) เคยคาดการณ์เอาไว้ปัจจุบันมีกำลังอยู่ที่ 2.3 ล้านล้านเหรียญสหรัฐ อยากเห็นเติบโตถึง 7.5 ล้านล้านเหรียญสหรัฐ เพราะตลาด EEC (Eastern Economic Corridor) และเอเชียหรือตลาดเพื่อนบ้านและจีนยังมีโอกาสในการขยายอีกมาก
“วันนี้สิ่งที่ต้องทำคือต้องปรับมาตรฐานให้ตรงกัน หลายประเทศมีมาตรฐาน ที่ไม่เหมือนกับเราจะส่งออกประเทศไหนต้องปรับให้มาตรฐานเป็นที่ยอมรับของประเทศนั้น โดยปัจจุบันมีหลายประเทศสนใจและยังมีโอกาสอันดีที่รัฐบาลไทยจะจับเอาเรื่องของอุตสาหกรรมฮาลาลเป็นอีกส่วนหนึ่ง ในการนำรายได้เข้าประเทศ”
สำหรับแนวทางการดำเนินงานของศูนย์อุตสาหกรรมฮาลาลไทย ในระยะแรกจะดำเนินงานภายใต้สถาบันอาหาร โดยโครงสร้างขององค์กร จะแบ่งเป็นฝ่ายส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ และฝ่ายพัฒนาการผลิตและมาตรฐาน ทั้งนี้กิจกรรมที่จะดำเนินการภายใต้ศูนย์อุตสาหกรรมฮาลาลไทย คือ การจัดทำระบบข้อมูลสารสนเทศอัจฉริยะอุตสาหกรรมฮาลาล รวมไปถึงส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศพัฒนาการผลิตและมาตรฐานอุตสาหกรรมฮาลาลไทย
ดร.นลินี ทวีสิน ผู้แทนการค้าไทย กล่าวว่า “อุตสาหกรรมฮาลาลไทย โอกาสและความท้าทายในตลาดโลก” (Thai Halal Industry - Opportunities and Challenges in Global Market) โดยคาดการณ์ 5 ปีข้างหน้าตลาดอาหารฮาลาลโลก จะมีมูลค่าทางการตลาดเพิ่มขึ้นเป็น 2 เท่า หรือมูลค่าตลาด 4.70 ล้านล้านเหรียญสหรัฐภายในปี 2572 และในระยะยาวมีแนวโน้มขยายตัวเร็วกว่าอาหารทั่วไป ด้วยปัจจัยประชากรมุสลิมโลกเพิ่มขึ้น เศรษฐกิจในกลุ่มประเทศมุสลิมขยายตัว ความไม่มั่นคงทางอาหารในกลุ่มประเทศมุสลิมผลักดันให้เกิดความต้องการนำเข้าอาหารมากขึ้น และหลายประเทศให้ความสำคัญ มีนโยบายสนับสนุนอุตสาหกรรมฮาลาลอย่างเป็นรูปธรรม
นอกจากนี้ตลาดฮาลาลโลกไม่ได้ผูกขาดเฉพาะประเทศมุสลิม แต่เปิดกว้างสำหรับทุกประเทศที่มีศักยภาพ และประเทศไทยมีโครงสร้างพื้นฐานที่เอื้อต่อการก้าวไปสู่การเป็นประเทศผู้นำ ในตลาดฮาลาลโลกได้ เนื่องจากมีวัตถุดิบทางการเกษตรที่หลากหลาย มีการแปรรูปผลิตภัณฑ์ สินค้า ที่มีคุณภาพปลอดภัยได้มาตรฐานสากล
ดร.ศุภวรรณ ตีระรัตน์ ผู้อำนวยการสถาบันอาหาร กล่าวว่า สถาบันอาหาร ได้รับมอบหมายจากรัฐบาล กระทรวงอุตสาหกรรมในการบริหารจัดการหลายโครงการ สำหรับศูนย์อุตสาหกรรมฮาลาลไทย จะตั้งสำนักงานเพื่อดำเนินงาน อยู่ที่สถาบันอาหาร โดยในช่วงปีแรกหรือปีที่ 2 จะดูแลเรื่องโครงสร้างและการบริหารจัดการ 2 เรื่องหลัก เรื่องแรกการขับเคลื่อนทำตลาดต่างประเทศและบูรณาการความร่วมมือทั้งในและต่างประเทศ ในกลุ่มฮาลาลที่มีทั้งอาหาร สิ่งทอ แฟชั่น สปา wellness อีกส่วนจะเป็นส่วนของมาตรฐานและการควบคุมการผลิต ในอนาคตต้องการให้ศูนย์พัฒนาฮาลาลเป็นตัวขับเคลื่อนให้ประเทศไทยเป็นหนึ่งในอาเซียนหรือฮับด้านฮาลาล โดยตั้งเป้าเพิ่มผู้ประกอบการให้มากขึ้น คาดหวังภายใน 5 ปีนอกจากตัว GDP และผลิตภัณฑ์การส่งออกจะเพิ่มขึ้นปีละ 1.2% แล้ว การจ้างงานในกลุ่มฮาลาล product ทั้งหลายประมาณแสนกว่าคนต่อปี
ทั้งนี้ ผลิตภัณฑ์ฮาลาล ไม่ได้มีแต่เฉพาะภาคใต้เท่านั้น ภาคอีสาน ภาคเหนือ ก็มีผู้ประกอบการค่อนข้างมาก ในส่วนของการพัฒนาศักยภาพการผลิต นวัตกรรมที่ได้มาตรฐาน โดยเฉพาะกลุ่ม Micro และ SME อาจจะยังเข้าไม่ถึงนโยบายและอินเซนทีฟต่าง ๆ ฉะนั้นศูนย์อุตสาหกรรมฮาลาลไทย จะร่วมมือกับทางภาครัฐและสมาคมต่าง ๆ ที่จะขับเคลื่อนไปสู่การส่งออก และนำไปสู่การขยายศักยภาพการส่งออกได้ดีขึ้น ขณะเดียวกันด้านการท่องเที่ยวก็มีศักยภาพดึงดูดนักท่องเที่ยวตะวันออกกลาง หรือกลุ่มประเทศมุสลิม ซึ่งจะเกี่ยวเนื่องกับกลุ่มโรงแรมสถานที่ท่องเที่ยว รวมถึงวิถีการบริโภคอาหาร และจะเป็นกลุ่มที่จะยกระดับผลิตภัณฑ์ให้ได้มาตรฐานเพื่อสร้างความมั่นใจกับผู้บริโภคในอนาคต