- โฆษณา -

ทีเส็บ ผลักดัน “ขอนแก่นไมซ์ซิตี้” ค้นหาอัตลักษณ์เมือง (City DNA) ต่อยอดการขายเมืองไมซ์ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ

ประชาสัมพันธ์1 ก.ย. 2564 • 09:54 น.
ทีเส็บ ผลักดัน “ขอนแก่นไมซ์ซิตี้” ค้นหาอัตลักษณ์เมือง (City DNA)  ต่อยอดการขายเมืองไมซ์ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
สำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (องค์การมหาชน) หรือ สสปน. โดย สำนักส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ (อีสานไมซ์) ได้จัดการประชุม (ออนไลน์) เชิงปฏิบัติการโครงการ “ขอนแก่นไมซ์ซิตี้” ค้นหาอัตลักษณ์เมืองจาก (City DNA) โดยมีภาครัฐ ได้แก่ สำนักงานจังหวัด ท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัด พาณิชย์จังหวัด พัฒนาชุมชนจังหวัด อุตสาหกรรมจังหวัด ศูนย์ส่งเสริมอุตสาหกรรมจังหวัดที่ 5 วัฒนธรรมจังหวัด ประชาสัมพันธ์จังหวัด สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจสร้างสรรค์ (สำนักงานขอนแก่น) การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (สำนักงานขอนแก่น) ภาคเอกชน ได้แก่ สมาคมธุรกิจการท่องเที่ยวจังหวัดขอนแก่น สภาอุตสาหกรรมจังหวัดขอนแก่น ตัวแทนจากโรงแรมอวานี่ โรงแรมพูลแมน และ KICE ตลอดจน ตัวแทนจากชุมชนต่างๆ ร่วมเป็นตัวแทนจากภาคเอกชน เพื่อทำความเข้าใจและสามารถดำเนินโครงการไปในทิศทางเดียวกัน นางสาวสุรัชสานุ์ ทองมี ผู้อำนวยการ สำนักส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ได้กล่าวถึงการดำเนินโครงการ “การทำการตลาดเชิงพื้นที่ (DESTINATION MARKETING) โดยใช้ยุทธศาสตร์กำหนดจุดขายเมืองจาก CITY DNA จังหวัดขอนแก่นว่า "ขอนแก่นไมซ์ซิตี้ได้เปิดบ้านเพื่อเป็นศูนย์กลางการขับเคลื่อนไมซ์ของภูมิภาคตะวันออกเฉียงเหนือ โดยการทำการตลาดเชิงพื้นที่ที่ต่อยอดมาจากการนำอัตลักษณ์เมืองเข้ามาผสมผสาน ทำให้ขอนแก่นไมซ์ซิตี้แสดงจุดขายที่โดนใจนักเดินทางธุรกิจกลุ่มไมซ์ที่ต้องการสร้างประสบการณ์ใหม่ที่ประทับใจ โดยจังหวัดขอนแก่นถือว่าเป็นศูนย์กลางการจัดการประชุมในประเทศและสามารถเชื่อมความร่วมมือทางเศรษฐกิจในอนุภูมิภาคลุ่มน้ำโขง หรือ GMS (Greater Mekong Subregion) สู่ความสำเร็จในการใช้ไมซ์ขับเคลื่อนเศรษฐกิจเมืองอย่างเต็มศักยภาพซึ่งทีเส็บ โดยสำนักฯ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือเร่งผลักดันการจัดทำการตลาดเชิงพื้นที่อย่างเต็มกำลัง การสนับสนุนไมซ์ซิตี้ในการทำการตลาดเมือง (Destination Marketing) โดยใช้กลยุทธ์กำหนดจุดยุทธศาสตร์การขายเมืองจาก City DNA จังหวัดขอนแก่น มีวัตถุประสงค์เพื่อค้นหาอัตลักษณ์ของเมือง (City DNA) พัฒนาให้เป็นจุดขายและเป็นที่จดจำทั้งในประเทศและระดับนานาชาติ การค้นหา DNA และตัวตนของจังหวัด การมีคุณลักษณะเฉพาะถิ่นที่ไม่เหมือนใคร ถือเป็นอัตลักษณ์ที่มีความโดดเด่น และสามารถสร้างการรับรู้ได้ และพัฒนาต่อยอดไปเป็น City Branding ต่อไปได้ เพราะจังหวัดขอนแก่น เป็นเมืองที่มีความเป็นนักพัฒนา นักคิดค้น มีอัตลักษณ์ที่ชัดเจน รวมถึงมีการต่อยอด และสามารถขับเคลื่อนพัฒนาต่อไปในอนาคตได้และด้วยเป็นจังหวัดที่มีองค์ประกอบพร้อมในการรองรับธุรกิจและอุตสาหกรรมไมซ์ (MICE) อย่างมีประสิทธิภาพในหลายๆ ด้าน จึงนำมาซึ่งนิยามความเป็นขอนแก่นไมซ์ซิตี้เพื่อใช้เป็นการประชาสัมพันธ์และบ่งบอกถึงศักยภาพของเมืองว่า “Possible Khon Kaen : ทุกอย่างเป็นจริง ทุกสิ่งเป็นได้ที่ขอนแก่น” เป็นการพัฒนาเพื่อก่อให้เกิด Key Message หรือ Tag Line ที่มาจากรากและแก่นที่เป็น DNA ของจังหวัดของแก่นเอง ถือเป็นการส่งสารโดยตรงให้กับทุกภาคส่วนทั้งในระดับประเทศและระดับนานาประเทศ ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความพร้อมในการรองรับอุตสาหกรรมไมซ์ซิตี้ของจังหวัดขอนแก่นต่อไป นางสาวสุรัชสานุ์ กล่าวต่อว่า “กลยุทธ์ทางการตลาดที่จะทำต่อไปในอนาคต คือ ทีเส็บ สำนักฯ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือจะก้าวไปเป็นศูนย์กลางของการเชื่อมโยงเครือข่าย MICE และขับเคลื่อนเศรษฐกิจภูมิภาคตะวันออกเฉียงเหนือของไทยสู่อนาคต ดังนั้น ภารกิจหลักๆ คือ การเตรียมสินค้าและผลิตภัณฑ์ไมซ์ใหม่ในพื้นที่ โดยเน้นการส่งเสริมพร้อมยกระดับและพัฒนาอุตสาหกรรม MICE ในพื้นที่ด้วยการบูรณาการความร่วมมือทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคการศึกษาในภาคอีสาน ในเบื้องต้นมุ่งเน้นส่งเสริมศักยภาพ 3 จังหวัด MICE City และเมืองที่มีศักยภาพ ทำการตลาดเชิงพื้นที่โดยใช้คำว่า ISAN MICE เป็น Regional Campaign ต่อยอด มุ่งเน้นการสร้างผลิตภัณฑ์ MICE ในพื้นที่และทำการประชาสัมพันธ์สู่กลุ่มเป้าหมาย เพื่อที่จะทำให้คำว่า ISAN MICE เป็นที่รู้จักในกลุ่มนักเดินทางธุรกิจไมซ์ เพื่อสร้างประสบการณ์ที่เป็นแบบอีสานบ้านเฮาอย่างสร้างสรรค์ แตกต่างหรือมีความ Uniqueness ต่อยอดและทำให้มีนักเดินทางธุรกิจกลุ่มไมซ์ในประเทศหลั่งไหลเข้าพื้นที่มากขึ้น มีการทำกิจกกรรม MICE เพิ่มขึ้น และเป็นการยกระดับกิจกรรมที่มีอยู่เดิมให้เทียบเท่ามาตรฐานในระดับ International โดยแบ่งเป็น 3 เฟสด้วยกัน คือ เฟสที่ 1.ลงพื้นที่เพื่อสร้างการรับรู้ความเข้าใจถึงความสำคัญของ MICE รวมถึงสร้างการรับรู้บทบาทของ “ทีเส็บ” พ่วงกับการพัฒนาเครือข่ายไปด้วยพร้อมๆ กัน เฟสที่ 2. คือการพัฒนาสินค้าและการบริการของเมือง MICE City ให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้นและสร้างฐานด้านการตลาด มีการลงพื้นที่เก็บฐานข้อมูล ให้ได้มากที่สุด เพื่อนำมาพัฒนาและต่อยอดให้ได้ตรงจุด และตอนนี้เข้าสู่เฟสที่ 3. คือ เมื่อมีการสร้างการรับรู้ มีเครือข่าย มีสินค้าและบริการไมซ์ สร้างฐานการตลาดในประเทศแล้ว ก็ต้อง เข้าสู่กระบวนการพัฒนากิจกรรมทางการตลาด เพื่อทำให้เมือง MICE City ในภาคอีสาน ออกสู่ในระดับประเทศและนานาชาติต่อไป ซึ่งในเฟส 1 และเฟส 2 ได้ดำเนินการเป็นที่เรียบร้อยแล้ว นางสาวสุรัชสานุ์ ได้กล่าวเพิ่มเติมว่า “นอกจากการทำกิจกรรมทางการตลาดในพื้นที่ โดยตั้งต้นที่ City DNA City Branding และ Destination Marketing แล้วทาง สสปน.ยังเล็งเห็นว่ามีงานในพื้นที่ที่ต้องยกระดับและมุ่งหากิจกรรมไมซ์ ทั้งในประเทศและต่างประเทศดึงงานไมซ์เข้าสู่พื้นที่ โดยคัดเลือกงานที่ตรงตามอุตสาหกรรมเป้าหมายในพื้นที่เพื่อตอบโจทย์แผนพัฒนาระดับจังหวัดและระดับภูมิภาค ซึ่งถือเป็นการใช้กลยุทธ์ในรูปแบบการตลาดเชิงรุก ซึ่งในเฟด 3 จะใช้เวลาในการดำเนินการ 3 ปีด้วยกันคือ ปี’65 ปี’66 และ ปี’67 ซึ่งจริงๆ แล้วต้องเริ่มเฟส 3 ตั้งแต่ปีนี้ แต่ด้วยสถานการณ์โควิด-19 ที่เกิดขึ้น ทำให้การดำเนินการในเฟส 3 ต้องรอช่วงเวลาที่เหมาะสมต่อไป” นางสาวสุรัชสานุ์ กล่าว