นักวิชาการ มก. ได้รับรางวัลชนะเลิศ “ระบบลงคะแนนเสียงออนไลน์” จากเวทีดอกจานบ้านเชียงวิชาการ’66

ประชาสัมพันธ์26 มี.ค. 2566 • 16:52 น.
นักวิชาการ มก. ได้รับรางวัลชนะเลิศ “ระบบลงคะแนนเสียงออนไลน์” จากเวทีดอกจานบ้านเชียงวิชาการ’66

นักวิชาการ มก. ได้รับรางวัลชนะเลิศ “ระบบลงคะแนนเสียงออนไลน์” จากเวทีการประชุมวิชาการวิจัยระดับชาติสำหรับบุคลากรสายสนับสนุนวิชาการในสถาบันอุดมศึกษา ครั้งที่ 15

ขอแสดงความยินดีกับ นางพจนีย์ อังกูรดีพานิชย์ นักวิชาการคอมพิวเตอร์ ชำนาญการพิเศษ สำนักบริการคอมพิวเตอร์ได้รับรางวัล “ชนะเลิศ” การนำเสนอผลงานวิจัยกลุ่มวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี รูปแบบบรรยาย (Oral Presentation) จากผลงานเรื่อง “การพัฒนาระบบลงคะแนนเสียงออนไลน์ด้วยโมบายแอปพลิเคชัน สำหรับนิสิตมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์” ในการประชุมวิชาการวิจัยระดับชาติสำหรับบุคลากรสายสนับสนุนวิชาการในสถาบันอุดมศึกษา ครั้งที่ 15 หรือ ดอกจานบ้านเชียงวิชาการ ’ 66 ภายใต้แนวคิด “การพัฒนางานประจำในยุควิถีปกติใหม่ (New normal) ที่มีประสิทธิภาพของบุคลากรสายสนับสนุน” จัดโดย มหาวิทยาลัยราชภัฎอุดรธานี ร่วมกับ ที่ประชุมสภาข้าราชการ พนักงานและลูกจ้างมหาวิทยาลัยแห่งประเทศไทย (ปขมท.) และเครือข่ายวิจัยและนวัตกรรมบุคลากรสายสนับสนุนในสถาบันอุดมศึกษา วันที่13 -15 มีนาคม 2566  ณ หอประชุมอาคารกิจกรรมนักศึกษา มหาวิทยาลัยราชภัฏอุดรธานี

สำหรับการประชุมวิชาการ “ดอกจานบ้านเชียงวิชาการ’66” มีผู้เข้าร่วมเสนอผลงานทั้งหมด จำนวน 98 บทความ และผู้เข้าร่วมประชุมวิชาการ จำนวน 162 คน รวมทั้งสิ้น 260 คน มีการนำเสนอผลงานแบบบรรยาย (Oral presentation) และ แบบโปสเตอร์ (Poster Presentation) โดยแบ่งเป็น 3 กลุ่ม ประกอบด้วย 1. กลุ่มมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์  2. กลุ่มวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี และ 3. กลุ่มวิทยาศาสตร์สุขภาพ

นางพจนีย์ อังกูรดีพานิชย์ นักวิชาการคอมพิวเตอร์ มก. กล่าวว่า งานวิจัยที่ได้รับรางวัล “ชนะเลิศ” มาจากผลงานเรื่อง “การพัฒนาระบบลงคะแนนเสียงออนไลน์ด้วยโมบายแอปพลิเคชัน สำหรับนิสิตมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์”ได้เริ่มพัฒนาขึ้นในช่วงสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อ COVID-19 ที่ส่งผลกระทบให้เกิดปัญหานิสิตไม่สามารถจัดการเลือกตั้งได้ ทำให้การดำเนินกิจกรรมต่างๆของนิสิตต้องหยุดชะงัก และด้วยงานประจำของตนเป็นงานพัฒนาระบบและโมบายแอปพลิเคชัน และมหาวิทยาลัยมีโมบายแอปพลิเคชันสำหรับนิสิตชื่อ NisitKU อยู่แล้ว ด้วยศักยภาพของแอปพลิเคชัน NisitKU ดังกล่าว จึงสามารถนำมาพัฒนาระบบลงคะแนนเสียงออนไลน์ด้วยโมบายแอปพลิเคชัน เพื่อช่วยแก้ไขปัญหาการเลือกตั้งของนิสิตได้ ซึ่งนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงระบบและบริการ จากการเลือกตั้งที่คูหาเลือกตั้ง ไปสู่การเลือกตั้งออนไลน์ โดยนิสิตให้ความสนใจใช้งานระบบเป็นจำนวนมาก จากการให้บริการระบบครั้งแรก เมื่อ 25 ก.พ. 2564 มีนิสิตใช้สิทธิเลือกตั้งผ่านระบบมากกว่าเลือกตั้งที่คูหาเลือกตั้ง จำนวนมากถึง 4,603 คน และมีการใช้งานระบบต่อเนื่องถึงปัจจุบันกว่า 140 ครั้ง ทั้งบางเขนและวิทยาเขตกำแพงแสน ด้วยการใช้งานที่สะดวก ทุกที่ ทุกเวลา นิสิตไม่ต้องเดินทางไปคูหาเลือกตั้ง ทำให้มีจำนวนนิสิตมาใช้สิทธิ์เลือกตั้งเพิ่มมากขึ้น ช่วยสนับสนุนการมีส่วนร่วม และส่งเสริมประชาธิปไตยของนิสิต นอกจากนี้ยังได้รับคำชื่นชมและคำขอบคุณจากคณะกรรมการเลือกตั้งว่า ระบบช่วยจัดการเลือกตั้งได้เป็นอย่างดี มีความถูกต้องแม่นยำ สะดวกรวดเร็ว ช่วยลดภาระงาน ลดเวลา ลดการใช้วัสดุอุปกรณ์ ค่าใช้จ่าย และการใช้งบประมาณได้ทั้งหมด

สำหรับประสิทธิภาพของระบบลงคะแนนเสียงนั้น สามารถรองรับการใช้งานได้ทั้งมหาวิทยาลัย ทุกวิทยาเขต สามารถกำหนดการเลือกตั้งได้หลายระดับ แบบทั้งมหาวิทยาลัย หรือแยกตามวิทยาเขต/คณะ/สาขาได้ อีกทั้งสามารถลงคะแนนเสียงได้หลากหลายรูปแบบ และปัจจุบันพร้อมให้บริการแก่นิสิตผ่านแอป NisitKU และบุคลากรผ่านแอป KULife ทำให้มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์มีระบบลงคะแนนเสียงออนไลน์ด้วยโมบายแอปพลิเคชันที่ครอบคลุมทั้งนิสิตและบุคลากรทั้งมหาวิทยาลัย ที่พร้อมใช้งานได้ในเวลาไม่กี่นาที ผู้มีสิทธิสามารถลงคะแนนเสียงได้อย่างสะดวกทำให้การเลือกตั้ง ง่ายๆ แค่ปลายนิ้ว

“รู้สึกดีใจที่ได้สร้างชื่อเสียงให้สำนักบริการคอมพิวเตอร์และมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ และรู้สึกภูมิใจที่งานวิจัยที่ได้นำเสนอเป็นองค์ความรู้ที่เป็นประโยชน์ และสามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้จริง .. สำหรับท่านที่ยังไม่เคยทำงานวิจัย แล้วไม่รู้ว่าจะเริ่มอย่างไร อยากให้ลองเริ่มจากการพิจารณางานที่ดูแลรับผิดชอบ เพื่อดูว่างานมีปัญหาหรือมีส่วนไหนที่สามารถพัฒนาปรับปรุงให้ดีขึ้นได้อย่างไรบ้าง ศึกษาหาแนวทาง แล้วลองพัฒนางานตามที่ได้ศึกษามา เก็บข้อมูลผลการพัฒนานั้น แล้วนำมาวิเคราะห์สรุปผล ก็สามารถพัฒนางานสู่งานวิจัยได้แล้ว ..ขอเป็นกำลังใจให้พนักงานสายสนับสนุนมีพลังใจในการพัฒนางาน เพราะประโยชน์จากการพัฒนางานย่อมเกิดแก่งาน แก่ผู้พัฒนางาน และแก่มหาวิทยาลัยเสมอไม่ว่าทางใดค่ะ”นางพจนีย์ กล่าว