sacit เผยผลสำเร็จยอดขายหัตถศิลป์ไทยผ่านการสร้างคุณค่าและเพิ่มมูลค่า ดึงคนรุ่นใหม่สร้างกระแส Soft Power สังคมไทย

ประชาสัมพันธ์23 ก.ย. 2565 • 09:19 น.
sacit เผยผลสำเร็จยอดขายหัตถศิลป์ไทยผ่านการสร้างคุณค่าและเพิ่มมูลค่า ดึงคนรุ่นใหม่สร้างกระแส Soft Power สังคมไทย

สถาบันส่งเสริมศิลปหัตถกรรมไทย หรือ sacit เผยความสำเร็จในการส่งเสริมงานศิลปหัตถกรรมไทยสู่เชิงพาณิชย์ เผยภาพรวมยอดจำหน่ายจากโค้งสุดท้ายของปีงบประมาณ มูลค่ารวมกว่า 218 ล้านบาท พร้อมปลุกกระแสการสืบสานอนุรักษ์หัตถศิลป์ไทยผ่านคนดัง Friend of sacit เจาะตลาดคนรุ่นใหม่ เพื่อสร้างตลาดที่เติบโตอย่างยั่งยืน

นายภาวี โพธิ์ยี่ รักษาการแทนผู้อำนวยการสถาบันส่งเสริมศิลปหัตถกรรมไทย เปิดเผยว่า ในช่วงโค้งสุดท้ายของปีงบประมาณ 2565 sacit ได้มีการจัดกิจกรรมส่งเสริมการขายงานศิลปหัตถกรรมไทย เพื่อสร้างรายได้ให้แก่ช่างฝีมือและผู้ประกอบการด้านงานศิลปหัตถกรรมไทย ซึ่งเป็นการส่งเสริมให้เกิดประโยชน์ทั้งในเชิงคุณค่าและมูลค่า ผ่านกิจกรรมสำคัญๆได้แก่ งานอัตลักษณ์แห่งสยาม และงาน Crafts Bangkok 2022,งาน sacit เพลินคราฟต์ และงาน sacit craft fair 2022 ซึ่งรวมยอดขายและกระตุ้นเศรษฐกิจภาคงานศิลปหัตถกรรมไทย รวมกว่า 218 ล้าน (218,405,871) แยกเป็น ยอดจำหน่ายในงานอัตลักษณ์แห่งสยาม และงาน Crafts Bangkok 2022 รวม 157 ล้านบาท ,งาน sacit เพลินคราฟต์ รวม 30,731,768 บาท และงาน sacit craft fair 2022 รวม 30,674,103 บาท ซึ่งเป็นการผลักดันงานศิลปหัตถกรรมไทยสู่เชิงพาณิชย์อย่างมีประสิทธิภาพ สามารถผลักดันและสร้างรายได้ให้แก่ผู้ผลิตงานศิลปหัตถกรรมไทย ไม่ว่าจะเป็นครูศิลป์ของแผ่นดิน ครูช่างศิลปหัตถกรรม ทายาทช่างศิลปหัตถกรรม และผู้ประกอบการงานศิลปหัตถกรรมไทยได้เป็นอย่างดี

ขณะเดียวกันจากการจัดงานที่ผ่านมายังสะท้อนได้ว่าประชาชนทุกช่วงวัยหันมาให้การตอบรับงานศิลปหัตถกรรมเพิ่มมากขึ้น เนื่องจากพบว่ามีผู้ให้ความสนใจเข้าชมงานแต่ละครั้ง ไม่ต่ำกว่า 30,000 ราย และยังส่งเสริมสนับสนุนด้านทรัพย์สินทางปัญญาอีกด้วย ตลอดจนเพิ่มช่องทางการจัดจำหน่ายที่ให้เข้าถึงกลุ่มผู้ซื้อได้อย่างสะดวก ด้วยแพลตฟอร์มออนไลน์ ในชื่อ sacit shop Application หรือเว็บไซต์ sacitshop.com

ทั้งนี้ sacit ยังคงมุ่งอนุรักษ์ รักษาคุณค่าภูมิปัญญา ทักษะฝีมือและองค์ความรู้เชิงช่างที่อยู่ในตัวบุคคลไม่ให้สูญหายไปตามกาลเวลา และส่งต่อไปถึงรุ่นลูกรุ่นหลานเกิดเป็นแรงบันดาลใจในการช่วยกันอนุรักษ์ รักษา สืบสาน ผ่านกิจกรรมเฟ้นหาผู้สร้างสรรค์งานศิลปหัตถกรรมไทยที่ดำเนินงานมาทุกปี โดยนำมาเชิดชูเป็นครูศิลป์ของแผ่นดิน ครูช่างศิลปหัตถกรรม และทายาทช่างศิลปหัตถกรรม ปัจจุบันรวบรวมแล้วกว่า 434 ราย (ครูศิลป์ฯ 105 ราย / ครูช่างฯ 242 ราย / ทายาทฯ 87 ราย) โดยนำบุคคลเหล่านี้มาเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันเพื่อให้ตอบสนองความต้องการของตลาดและสอดคล้องกับการใช้งานในชีวิตประจำวัน โดยยังคงคุณค่าใน             ภูมิปัญญาที่สืบทอดต่อกันมา แต่ปรับรูปแบบและวิธีการนำเสนอให้สอดคล้องกับตลาดในปัจจุบัน

นอกจากนี้ sacit ยังให้ความสำคัญกับการส่งเสริมและสร้างวัฒนธรรมในงานศิลปหัตถกรรมไทยไปยังกลุ่มคนรุ่นใหม่มากขึ้น โดยเร่งส่งเสริมและพัฒนางานศิลปหัตถกรรมไทยอย่างสร้างสรรค์ ที่สอดคล้องกับนโยบาย Creative Economy ของกระทรวงพาณิชย์ ที่มุ่งสร้างผู้ประกอบการให้มีศักยภาพ มีความสามารถ แข่งขันในตลาดสากล ซึ่งจะช่วยสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับงานศิลปหัตถกรรมไทย ด้วยความคิดสร้างสรรค์และนวัตกรรมใหม่ๆ โดยเน้นการพัฒนาอย่างสมดุล และยั่งยืนบนพื้นฐานความได้เปรียบของประเทศ ทั้งในด้านความหลากหลายของวัฒนธรรม และภูมิปัญญาด้านงานศิลปหัตถกรรมที่สามารถนำมาต่อยอดในเชิงสร้างสรรค์ได้ ประกอบกับกระทรวงพาณิชย์ได้กำหนดแนวนโยบาย Soft Power ให้ไทยไปผงาดอยู่ในเวทีโลกโดยอาศัยจุดแข็งของประเทศ อาทิ ความโดดเด่นทางศิลปวัฒนธรรม เอกลักษณ์ของวิถีชีวิตและความเป็นไทยด้านต่างๆ ซึ่ง sacit ได้ขานรับแนวนโยบายและขับเคลื่อนภารกิจที่ครอบคลุมในการสร้างวัฒนธรรมงานศิลปหัตถกรรมไทยให้แก่สังคมไทย เพื่อมุ่งสร้างค่านิยมในการใช้ผลิตภัณฑ์งานศิลปหัตถกรรมให้แพร่หลาย ผ่านการสร้างสิ่งแวดล้อม (Ecosystems) ด้านงานศิลปหัตถกรรมไทยอย่างยั่งยืน และการเสริมสร้าง Soft Power ด้านงานศิลปหัตถกรรมไทยให้เป็นที่รู้จักและยอมรับ มีเป้าหมายในการสื่อสารและสร้างค่านิยมในกลุ่มคนรุ่นใหม่ที่จะเป็นผู้สืบสานส่งต่อความเป็นไทย โดยเฉพาะในกลุ่มคน Gen Y ที่อยู่ในช่วงวัย 25 – 40 ปี ซึ่งมีบทบาทและอิทธิพลในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจและสังคมของประเทศ

โดยในอนาคต sacit จึงมีแนวทางในการดำเนินงานสร้างวัฒนธรรมการใช้ศิลปหัตถกรรมไทยในกลุ่มคนรุ่นใหม่เพิ่มมากขึ้น เพื่อให้เกิดความรัก หวงแหน และร่วมภาคภูมิใจ ปลุกกระแสความนิยมในงานศิลปหัตถกรรมไทย ผ่านกิจกรรมความบันเทิง และบุคคลที่มีชื่อเสียงและมีอิทธิพล (Key Opinion Leader) ผ่านกิจกรรม Friend of sacit ที่สามารถเชื่อมต่อกับพฤติกรรมของผู้บริโภคและเข้าถึงกลุ่มคนรุ่นใหม่ด้วยการสร้างคอนเท้นต์ สอดแทรกองค์ความรู้และภูมิปัญญางานศิลปหัตถกรรมไทย อาทิ การจัดงาน Craft Festival , การใช้สื่อโซเชี่ยลมีเดียเป็นช่องทางไปยังคนรุ่นใหม่ เช่น แพลตฟอร์ม Tiktok , Facebook , Instagram เพื่อสร้างให้กลุ่มคนรุ่นใหม่เกิดทัศนคติที่ดี เกิดความภาคภูมิใจในงานศิลปหัตถกรรมไทยซึ่งเป็นภูมิปัญญาและรากฐานสำคัญอันเป็นอัตลักษณ์ของชาติ ซึ่งค่านิยมและวัฒนธรรมงานศิลปหัตถกรรมเหล่านี้ จะถูกส่งต่อสร้างกระแสออกไปในผู้คนในสังคมได้เพื่อให้เกิดเครือข่ายงานศิลปหัตถกรรมไทยขนาดใหญ่ต่อไป