"สามารถ"แก้ไขปัญหาดอกเบี้ยบัตรเครดิต
เมื่อวันที่ 6 พ.ย.63 นายสามารถ เจนชัยจิตรวนิช ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงยุติธรรม ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์รับเรื่องราวร้องทุกข์พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) เปิดเผยว่า ตนและ นายสฤษฎ์พงษ์ เกี่ยวข้อง ส.ส.เขต 2 จ.กระบี่ พรรคภูมิใจไทย ได้เล็งเห็นปัญหาความเดือดร้อนของประชาชน และ ความเหลื่อมล้ำ จึงได้ให้ นาย สฤษฏ์พงษ์ยื่นกระทู้ถาม นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รมว.การคลัง ในเรื่องการแก้ไขปัญหาดอกเบี้ยบัตรเครดิต และการทบทวนเรื่องพิจารณาเครดิตบูโร เนื่องจากปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากมาตรการโควิด-19 หรือมาตรการเศรษฐกิจก็ดี การคำนวณดอกเบี้ยหรือเครดิตบูโรนั้นทำให้ประชาชนไม่สามารถเข้าถึงแหล่งทุนได้เท่าที่ควร จึงเสนอกระทู้ถามเกี่ยวกับกรณีดังกล่าว
รายงานข่าวแจ้งว่า เอกสารดังกล่าวได้ระบุว่า "เรื่อง ขอให้ทบทวน กฎ กติกา เกี่ยวกับการจัดการหนี้สินที่เป็นเครดิตบูโร กราบเรียน ประธานสภาผู้แทนราษฎร ข้าพเจ้าขอตั้งกระทู้ถาม ถามรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ดังต่อไปนี้ เนื่องจากเครดิตมีแนวคิดมาจากสมาคมธนาคารไทยกับธนาคารแห่งประเทศไทย ในการจัดตั้งศูนย์ข้อมูลเครดิตเพื่อให้มีแหล่งกลางสำหรับแลกเปลี่ยข้อมูลเกี่ยวกับลูกค้าของธนาคารพาณิชย์ เพื่อลดความเสี่ยงในการให้กู้ และป้องกันความเสียหายที่อาจกิดขึ้นกับธนาคารพาณิชย์ โดยมีธนาคารแห่ประเทศไทยเป็นแหล่งกลาง
ในการรวบรวมข้อมูล เริ่มงานทะเบียนเครดิตกลางขึ้นตั้งแต่ปี พ.ศ.2507 หลังจากนั้นก็ได้มีการพัฒนาเรื่อยมาเพื่อเป็นศูนย์กลางรวบรวมข้อมูลลูกหนี้ เพื่อช่วยลดความเสียและเพิ่มประสิทธิภาพของการให้สินเชื่อ เพื่อป้องกันปัญหาหนี้เสียในระบบเศรษฐกิจ หรือหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้
แต่เนื่องจากปัจจุบัน สภาพปัญหหนี้สินของประชาชนวัยทำงานมีเป็นจำนวนมากซึ่งมีหนี้สิน กู้ยืมกับนคารและสถาบันการเงินต่าง ๆ แล้วไม่สามารถควบคุมภาวะหนี้ของตนเองได้ มีการขาดส่งชำระหนี้ หรือชำระหนี้บางส่วน หรือผิดนัดชำระหนี้ ทำให้เครติตไม่มีความนำเชื่อถือและส่ผลให้กู้สินเชื่อใหม่ ๆ
ไม่ได้อีกต่อไป หรือเรียกว่า "ติดเครดิตโร" หรือ "ติดแบล็กลิสต์" โดยมีประวัติสถานะทางการเงินเสียไป จึงเป็นอุปสรรคอย่างมากในการดำเนินชีวิตอย่างปกติสุขในสภาพปัญหาภาวะเศรษฐกิจที่เป็นอยู่ในปัจจุบันที่จำเป็นต้องมีการฟื้นฟูเศรษฐกิจของประเทศ
โดยเฉพาะประชาชนวัยทำงานที่จบการศึกษามาใหม่ๆ นั้นกำลังสำคัญในการขับคลื่อนศรษฐกิ แต่มีข้อจำกัดทางด้านการเงิน ขาดเงินลงทุนประกอบหรือธุรกิจ SME ประกอบกับ มีภาวะหนี้สินต่าง ๆ ช่น หนี้กู้ยืมเพื่อการศึกษา (กยศ.) หนี้กู้ยืมเพื่อซื้อบ้านหรือซื้อรถ ฯลฯ ทำใหม่สามารถควบคุมภาวะหนี้สินได้และติดปัญหาเครดิตบูโร ซึ่งลิดรอนสิทธิของประชาชน มีการติดตาม ควบคุม ออกมาตรการล้วงความลับเกี่ยวกับการเสียเครดิต ซึ่งแม้ผิดนัดชำระเล็กน้อยก็ทำให้เสียเครดิตบูโรได้ และเป็นอุปสรรคอย่างมากต่อการลงทุนของผู้ประกอบการรายย่อย