นักการเมืองสหรัฐฯ ตื่นเกินเหตุต่อบอลลูน ปลุกกระแสความกลัวจีน
แปลสรุปจาก Global Times : จากการตอบสนองต่อเหตุการณ์บอลลูนที่เกิดขึ้นในสหรัฐอเมริกาเป็นปฏิกิริยาตกใจเกินจริง ทำให้ผู้คนตั้งคำถามว่า ปัญหาความสัมพันธ์ของทั้งสองประเทศจะถูกสร้างให้เกิดขึ้นหรือไม่ ความร่วมมือดี ๆ ต่อกันจะยังคงดำเนินต่อไปได้ไหมเมื่อฝ่ายหนึ่งยังคงยุยงให้เกิดความขัดแย้งอยู่ตลอด
ก่อนเกิดเหตุการณ์ดังกล่าวขึ้น สหรัฐฯ ได้บรรลุข้อตกลงกับเนเธอร์แลนด์และญี่ปุ่นเพื่อจำกัดการส่งออกชิปของจีน และหยุดให้ใบอนุญาตแก่บริษัทสหรัฐฯ ในการส่งออกไปยังหัวเว่ย อะไรคือจุดมุ่งหมายของการเคลื่อนไหวดังกล่าวของสหรัฐอเมริกา ยังเป็นไปได้ไหมที่ทั้งสองประเทศจะร่วมมือกัน แนวโน้มความสัมพันธ์ทวิภาคีในปีค.ศ. 2023 จะเป็นอย่างไร ผู้สื่อข่าวโกลบอล ไทม์ส (GT) Xie Wenting และ Bai Yunyi ได้พูดคุยกับ Charles W. Freeman Jr. อดีตนักการทูตอาวุโสของสหรัฐฯ ผู้ซึ่งเป็นพยานการก่อตั้งและพัฒนาความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างจีนและสหรัฐอเมริกา
GT: คุณประเมินวิธีการจัดการกับ "เหตุการณ์บอลลูน" ของสหรัฐฯ ไว้อย่างไร สิ่งนี้ถือเป็นสัญญาณเตือนภัยหรือไม่
Freeman: ผมคิดว่าทางการสหรัฐตื่นตูมกับเรื่องบอลลูนนี้มากเกินไป เรื่องนี้ส่งผลให้ไบเดนตกอยู่ในสถานการณ์เป็นรองทางการเมือง มีการตั้งข้อสมมุติฐานอย่างกว้างขวางในสหรัฐฯ ว่าเหตุการณ์ดังกล่าวเป็นการจงใจของจีนที่ต้องการกดดันสหรัฐฯ ผมไม่เชื่ออย่างนั้นหรอก แต่คือข้อสมมุติฐานนั่นดันกลายเป็นความจริงในสถานการณ์นี้
แอนโทนี บลินเกน รัฐมนตรีกระทรวงการต่างประเทศของสหรัฐฯ เคยมีแผนจะไปเยือนปักกิ่งเพื่อทำ 3 เรื่อง หนึ่งเพื่อแสดงให้เห็นว่าสหรัฐฯ และจีนสามารถพูดคุยกันได้แม้ว่าจะมีความแตกต่างกัน สองเพื่อแสดงให้เห็นว่าเราสามารถจัดการความสัมพันธ์ได้แม้ว่าเราจะเป็นปรปักษ์กัน เพื่อที่เราจะไม่ก่อสงครามต่อกัน และสามเขาต้องการแสดงให้เห็นว่ารัฐบาลไบเดนมีรับผิดชอบต่อนโยบายของจีนและสามารถดำเนินการต่อไปได้
การปฏิเสธการเยี่ยมเยือนจีนส่งผลในทางตรงกันข้าม ตอนนี้โลกไม่มั่นใจว่าพวกเราสามารถพูดคุยกันและสามารถบริหารจัดการความสัมพันธ์ได้อีกต่อไป และในที่สุดไบเดนจะถูกกดดันทางการเมืองภายในประเทศเป็นอย่างมาก แล้วเลือกยอมจำนนแทนที่จะยืนหยัดต่อสู้ เขาดูอ่อนแอไปหน่อย
GT: คุณประเมินความเป็นไปได้ในการเยือนจีนของบลินเกนในปีนี้อย่างไร เขากล่าวว่าเขาเต็มใจที่จะเยือนประเทศจีน "เมื่อเป็นไปตามเงื่อนไข" มันหมายความว่าอย่างไร
Freeman: ผมเองก็บอกไม่ถูก อย่างที่ผมพูดไว้ มันขึ้นอยู่กับว่าเราจะจัดการกับปัญหาบอลลูนนี้อย่างไร ผมมองว่านี่ไม่ใช่ปัญหาร้ายแรงเท่าไหร่ กลับกันแล้วผมรู้สึกว่าปฏิกิริยาของกองทัพสหรัฐที่มีต่อบอลลูนนั้นมีสติมาก พวกเขาบอกว่าพวกเขาไม่ได้มองว่ามันเป็นภัยคุกคามมากนัก แต่เห็นได้ชัดว่าเราจำเป็นต้องมีการพบปะกันระหว่างทั้งสองฝ่าย เพื่อพยายามทำความเข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้น ทำไมมันถึงเกิดขึ้น และดูว่าเราสามารถทำอะไรได้บ้างเพื่อป้องกันไม่ให้มันเกิดขึ้นซ้ำอีก
GT: คุณมีความเห็นอย่างไรเกี่ยวกับความเชื่อมโยงระหว่าง "เหตุการณ์บอลลูน" กับความเคลื่อนไหวก่อนหน้านี้ของวอชิงตันที่มีต่อจีน ซึ่งรวมถึงการบรรลุข้อตกลงกับเนเธอร์แลนด์และญี่ปุ่นเพื่อกระชับข้อจำกัดการส่งออกชิปของจีน และการห้ามการส่งออกเทคโนโลยีของสหรัฐฯ ไปยังหัวเว่ย
Freeman: ผมไม่คิดว่าพวกมันจะเกี่ยวข้องกัน ยกเว้นแต่ในแง่ของความไม่ไว้วางใจต่อประเทศจีนที่ผมได้กล่าวถึง ผมไม่แน่ใจว่าเนื้อหาของข้อตกลงเหล่านั้นคืออะไร เห็นได้ชัดว่าเกิดขึ้นหลังจากการกดดันทั้งรัฐบาลเนเธอร์แลนด์และญี่ปุ่น ในที่สุดพวกเขาก็เห็นด้วย มันไม่ชัดเจนว่าพวกเขาตกลงอะไรกัน ผมมีความเห็นว่าข้อจำกัดเหล่านี้ และการเคลื่อนไหวอื่น ๆ ของสหรัฐฯ มีแนวโน้มที่จะทำร้ายพวกเรามากกว่าจีน ในความเป็นจริงมันเป็นการทำร้ายตัวเองไม่ใช่นโยบายที่ฉลาดเลย แต่ผมต้องบอกว่า ผมเป็นหนึ่งในไม่กี่คนที่โต้แย้งว่า นี่เป็นกรณีของการทำร้ายตัวเองในพื้นที่สาธารณะ เรากำลังอยู่ในช่วงเวลาที่การลุกขึ้นโต้เถียงกับความคิดเห็นของประชาชนทั่วไปที่นำไปสู่การโจมตีอย่างจริงจัง ดังนั้นผมเลยคิดว่านี่เป็นสถานการณ์ที่ค่อนข้างแย่เลยล่ะ
GT: จะมีการสร้างสิ่งที่เรียกว่าราวกั้นระหว่างทั้งสองประเทศหรือไม่ คุณคิดว่าอะไรคือความยากลำบากในการสร้างราวกั้นของทั้งสองประเทศในเวลานี้
Freeman: ในความเป็นจริง ผมคิดว่าทางฝ่ายจีนได้เคยพูดไว้และผมเองก็เห็นด้วยกับการที่เรามีราวกั้น ราวกั้นคือความเข้าใจที่เราได้เริ่มในปีค.ศ. 1972 ด้วยแถลงการณ์ที่เซี่ยงไฮ้ แถลงการณ์ร่วมระหว่างจีน-สหรัฐฯ ว่าด้วยการสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูต [เผยแพร่ในปี 1978] และแถลงการณ์เมื่อวันที่ 17 สิงหาคม ในปี 1982
เรามีการปรับความเข้าใจซึ่งทำให้เราสามารถจัดการปัญหาที่ยากที่สุดระหว่างเราได้ คือคำถามต่อจุดยืนของพวกเราในเกาะไต้หวัน แน่นอนว่าตลอด 40 ปีที่ผ่านมา มีหลายสิ่งหลายอย่างเกิดขึ้น มีการเปลี่ยนแปลง ขณะนี้เป็นสถานการณ์มันอันตรายมาก ผมคิดว่าไม่น่ามีหนหางที่จะปัดเรื่องราวเหล่านี้ให้พ้นมือได้โดยง่าย การเผชิญหน้ากันสำหรับผมแล้วมันดูเป็นเรื่องแย่มากกว่าจะเป็นเรื่องดี ผมก็ได้แต่หวังว่าเราจะสามารถหลีกเลี่ยงความขัดแย้งได้นะครับ
GT: คุณคิดว่าข้อตกลงในแถลงการณ์ของรัฐบาลสหรัฐจะเกี่ยวกับคำถามจุดยืนในเกาะไต้หวันในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมาหรือไม่
Freeman: ผมคิดว่าจริงๆ แล้วมันมีอะไรผิดพลาดมากมาย ในช่วง 40 ปีที่ผ่านมา ผมจำได้ดีว่าเงื่อนไขพวกนั้นคืออะไร จะต้องไม่มีความสัมพันธ์อย่างเป็นทางการ ไม่มีความมุ่งมั่นในการป้องกัน ไม่มีกองกำลังหรือสิ่งอำนวยความสะดวกบนเกาะ ทั้งหมดมันไม่ได้ถูกละเมิดจนถึงขั้นนั้น นั่นแหละคือปัญหา ฝ่ายจีนเองก็มีประเด็นที่ละเอียดอ่อนเช่นกัน เราอยู่ในสถานการณ์ที่ยากลำบากมาก โดยทั้งสองฝ่ายต่างเรียกร้องให้ใช้อำนาจรัฐ และผมไม่เห็นว่ามันจะเกิดอะไรขึ้นในเร็ว ๆ นี้
เราอยู่ในสถานการณ์ที่นักการเมืองอเมริกันเอะอะก็จะไปที่เกาะ ไปชูหมัดเขย่ากำปั้นใส่จีน แล้วถ้าจีนมีทีท่าอะไรออกมาพวกเขาก็รู้สึกดีที่ได้รับความสนใจจากจีน ซึ่งในตอนนี้มีคนจำนวนมากในเกาะไต้หวันที่ไม่ชอบถูกสร้างเป็นเวทีที่เจ้าหน้าที่อเมริกันหรือสมาชิกสภานิติบัญญัติสามารถหาประโยชน์จากความรู้สึกต่อต้านจีน สิ่งนี้ไม่ดีสำหรับสถานการณ์ของไต้หวันเลย มันไม่ดีสำหรับจีนแผ่นดินใหญ่ด้วย ในมุมมองของผมนี่มันไม่มีข้อดีต่อสหรัฐฯ เลย แต่คนพวกนี้คิดอย่างอิสระ พวกเขาคิดว่าสามารถอะไรก็ได้ในสิ่งที่ต้องการ และพวกเขาคิดว่าการมาทำความเข้าใจกันเป็นเรื่องไม่สร้างสรรค์ สรุปแล้ว พวกเขาไม่เข้าใจอะไรเกี่ยวกับสถานการณ์นี้เลย
GT: สหรัฐฯ จะเลิกทำตัว "คลุมเครือทางยุทธศาสตร์" กับคำถามที่เกี่ยวข้องกับไต้หวันหรือไม่
Freeman: เห็นได้ชัดว่ากำลังถูกโจมตี ผมคิดว่ามันเป็นนโยบายที่ฉลาดนะ ผมไม่คิดว่าเรื่องในตอนนี้จะเป็นปัญหาทางการทหาร ผู้คนบนจีนแผ่นดินใหญ่เข้าใจเรื่องนี้เป็นอย่างดี และกองทัพปลดปล่อยประชาชน (PLA) วางแผนบนพื้นฐานที่ว่าจะมีการแทรกแซงของอเมริกาในสงครามเหนือเกาะไต้หวัน
ผมคิดว่าการรักษาความคลุมเครือมีประโยชน์และสำคัญมาก ผมไม่คิดว่าประเด็นคือ PLA คิดว่าไม่ว่าสหรัฐฯ จะแทรกแซงหรือไม่หรืออะไรก็ตาม กองทัพจะดำเนินการโดยคำนึงถึงกรณีที่เลวร้ายที่สุดอยู่เสมอ ทาง PLA ต้องมีความรับผิดชอบในการตั้งข้อสมมุติฐานว่าหากเกิดสงครามกับไต้หวัน สหรัฐฯ จะเข้าร่วมการต่อสู้ เอาอย่างตรงไปตรงมานะ ผมหวังว่าเราจะไม่ทำ แต่ผมพูดไม่ได้เหมือนกันว่าเราจะไม่ทำ
ผมว่าไม่มีฝ่ายไหนอยากทำสงครามหรอก ปัญหาก็คือสถานการณ์อาจนำพาเราไปสู่ภาวะสงคราม ผมคิดว่าชาวอเมริกันส่วนใหญ่ไม่รู้เรื่องนี้ แต่คนจีนรู้เรื่องนี้มากเพราะมันเป็นเกี่ยวข้องกับประวัติศาสตร์สงครามกลางเมือง ความจริงที่ว่าเรื่องราวยังไม่ได้จบลงจริงๆ และยังคงมีให้เห็นอยู่ในประวัติศาสตร์เกี่ยวกับอิทธิพลของชาวต่างชาติที่มีต่อประเทศจีน ชาวอเมริกันส่วนใหญ่ไม่รู้เรื่องพวกนี้หรอก พวกเขาไม่เข้าใจด้วยซ้ำว่าเกาะไต้หวันเองก็มีประวัติศาสตร์ที่ซับซ้อนมาก ประวัติศาสตร์ไม่เพียงแต่เกี่ยวข้องกับสงครามเย็นเท่านั้น แต่ยังเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ก่อนสงครามกลางเมืองจีน สงครามจีน-ญี่ปุ่น และอื่นๆ อีกมากมาย ดังนั้น เรื่องนี้มันจึงไม่ง่ายที่จะควบคุม
GT: บางคนกล่าวว่า เหตุการณ์บอลลูนนี้จะทำให้จีนและรัสเซียใกล้ชิดกันมากขึ้น คุณมีความเห็นเกี่ยวกับเรื่องนี้อย่างไร
Freeman: ผมคิดว่าการที่จีนและรัสเซียใกล้ชิดกันมากขึ้น ไม่ใช่เพราะเหตุแค่บอลลูนหรอก แต่เป็นผลพวงจากการที่สหรัฐฯ กำลังกดดันทั้งสองประเทศ ผมไม่คิดว่าบอลลูนจะมีอิทธิพลมากเท่าไหร่ ตอนนี้มีคนในสหรัฐฯ กำลังเข้าใจผิดเกี่ยวกับจุดยืนของจีนผิดเกี่ยวกับสงครามในยูเครนและกล่าวว่าจีนกำลังสนับสนุนรัสเซีย จีนไม่ได้สนับสนุนรัสเซียนะครับ จีนไม่ได้เข้าข้างฝ่ายไหนเลย
GT: หลังจากเหตุการณ์บอลลูน รวมกับผลกระทบจากสงครามยูเครน มุมมองของคุณต่อความสัมพันธ์ระหว่างจีน-สหรัฐฯ ในปีค.ศ. 2023 จะเป็นอย่างไร
Freeman: ผมอยากจะเห็นความก้าวหน้า แต่ผมก็สงสัยว่าเราน่าจะเป็นฝ่ายที่ยืดเยื้อเสียเอง ผมเคยพูดในที่อื่นและยังคงเชื่อว่าการแบ่งแยกดินแดนระหว่างจีนและอเมริกันนั้นคล้ายกับการแบ่งแยกดินแดนระหว่างจีนและโซเวียตในแง่ที่ว่าเป็นเรื่องที่ไร้เหตุผลเช่นกัน มันเกี่ยวข้องกับทุกสิ่งที่เกิดขึ้น รวมถึงอารมณ์ของผู้คนและประเด็นทางอุดมการณ์ แต่ต้องใช้เวลากว่าหนึ่งในสี่ของศตวรรษกว่าจีนและรัสเซีย ประเทศที่สืบทอดเจตนารมณ์ต่อจากสหภาพโซเวียตจะหาหนทางสำหรับสร้างสายสัมพันธ์ใหม่ได้อีกครั้ง
ผมคิดว่ามันเป็นใช้เวลาสักพักเหมือนกับก่อนที่สหรัฐและจีนจะสามารถทำได้เช่นเดียวกัน ผมคิดว่าในที่สุดแล้วพวกเราจะต้องทำได้เพราะเราต้องการกันและกันจริงๆ มีปัญหามากมายที่ไม่สามารถแก้ไขได้อย่างมีประสิทธิภาพ นอกเหนือจากว่าพวกเราจะร่วมมือกัน
และผมขอย้อนกลับไปที่วิยานิพนธ์ที่โลกต้องการให้เราร่วมมือกัน โลกที่ขึ้นอยู่กับความร่วมมือจีนและอเมริกา ลองนึกถึงปัญหาที่เราพูดถึง เช่น การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ เป็นต้น แต่ยังมีปัญหาอีกหลายเรื่อง สิ่งเหล่านี้พวกเขาไม่สามารถจัดการได้อย่างมีประสิทธิภาพเว้นแต่สหรัฐอเมริกาและจีนจะทำงานร่วมกัน แต่อย่างเรื่องที่เราทำไม่ได้ในตอนนี้นั่นก็คือเหตุการณ์บอลลูนและการยกเลิกการเยือนจีนของบลินเกน มันเป็นเรื่องที่น่าหดหู่ใจ ไม่ใช่เรื่องที่ทำให้ใครมีความสุขได้เลย