"สมาคมโรคไตแห่งประเทศไทย"และภาคี เปิดเวทีเฟ้นหา“ไอดอล” ผู้ป่วยล้างไตทางช่องท้อง 2564 "Thailand Top Peritoneal Dialysis Idol 2021"
สมาคมโรคไตแห่งประเทศไทย ร่วมกับ ภาคีองค์กร อันประกอบด้วย มูลนิธิโรคไตแห่งประเทศไทย, สมาคมพยาบาลโรคไตแห่งประเทศไทย, สมาคมเพื่อนโรคไตแห่งประเทศไทย, ชมรมรอยโรคช่องปากแห่งประเทศไทย, กรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข และสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ จัดงานประกวด "ผู้ป่วยล้างไตทางช่องท้อง สุขภาพดี อิสระเสรี ชีวีมีสุข แห่งชาติ พ.ศ. 2564” หรือ "Thailand Top Peritoneal Dialysis Idol 2021" ซึ่งเป็นการประกวดเพื่อค้นหาผู้ป่วยฟอกไตที่มีความเป็นเลิศด้านต่าง ๆ รวม 5 ด้าน คือ รางวัล “สุขภาพกายโดดเด่น” ผู้ชนะเลิศ ได้แก่ คุณพรชิตา ภูมิศักดิ์, รางวัล“สุขภาพจิตยอดเยี่ยม” ได้แก่ คุณธนกร จันสี, รางวัล “อุทิศตนเป็นเลิศ” ได้แก่ คุณชิด ประกอบแก้ว, รางวัล “ทูตสันถวไมตรี” ได้แก่ คุณหัฐพร ธารพานิช, รางวัล “เลิศด้านการล้างไตทางช่องท้อง” ได้แก่ คุณเพ็ชรรัฐ กิจโชติสกุล และรางวัลพิเศษ “ขวัญใจประชาชน” ได้แก่ นายสวัสดิ์ ประทุมมา ณ ห้องไทยจิตรลดา โรงแรม Bangkok Marriot Marquis Queen's park กรุงเทพฯ โดย นายอนุทิน ชาญวีรกุล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข, ดร.สาธิต ปิตุเตชะ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข และนพ.เกียรติภูมิ วงศ์รจิตได้มอบหมายให้ นพ.สมศักดิ์ อรรฆศิลป์ อธิบดีกรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข ทำหน้าที่ เป็นประธานเปิดงาน
นพ.สมศักดิ์ อรรฆศิลป์ อธิบดีกรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่ากระทรวงมีนโยบายให้ผู้ป่วยทุกคนเข้าถึงการรักษาได้อย่างเสมอภาค สอดคล้องกับตัวชี้วัดขององค์การอนามัยโลก หรือ WHO ทั้ง 6 ด้าน ได้แก่ การบริการ กำลังคน การเงินการคลัง สารสนเทศและเทคโนโลยี ยาเวชภัณฑ์เครื่องมือและวัคซีน และธรรมาภิบาลและการจัดการ ซึ่งประเทศไทยก็ได้ดำเนินการตามนโยบายสอดคล้องกับหลักสากล ดังที่เรามีนโยบาย “สิทธิประโยชน์การรักษาผู้ป่วยไตวายเรื้อรัง” ของรัฐบาลภายใต้ “ระบบหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า” ซึ่งได้เริ่มต้นอย่างเป็นทางการตั้งแต่ปี 2551 เป็นต้นมา ผู้ป่วยโรคไตวายเรื้อรังสามารถสามารถเข้ารับบริการทางการแพทย์ในสถานพยาบาลที่กำหนดสิทธิการรักษาทางการแพทย์โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายแต่อย่างใด และเมื่อเข้าสู่ระยะไตวายเรื้อรังระยะสุดท้ายจะได้รับสิทธิการบำบัดทดแทน ได้แก่ การฟอกเลือดด้วยเครื่องไตเทียม การล้างไตทางช่องท้อง และการผ่าตัดปลูกถ่ายไต โดยการล้างไตทางช่องท้องไม่เพียง เป็นการฟอกไตที่เหมาะสมกับบริบทประเทศไทย ยังเป็นต้นแบบให้กับอีกหลายๆ ประเทศทั่วโลก จนได้รับการยกย่องจาก WHO ให้ไทยเราเป็นต้นแบบความสำเร็จ ผู้ป่วยที่เข้าสู่ภาวะไตวายเรื้อรัง ทุกรายสามารถเข้าถึงได้ ตามสิทธิพื้นฐาน และมีคุณภาพการรักษาที่ดีได้มาตรฐานสากล ส่วนการฟอกเลือดด้วยเครื่องไตเทียม ปัจจุบันมีการกระจายตัวของศูนย์ฟอกเลือดกระจายอยู่ทั่วประเทศ และอายุรแพทย์ที่ครอบคลุมทุกจังหวัดของประเทศไทย
นพ.จเด็ด ธรรมธัชอารี เลขาธิการสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) กล่าวว่า ปัจจุบันผู้ป่วยโรคไตเรื้อรังระยะสุดท้ายที่ทำการฟอกไตในประเทศไทยมีประมาณ 150,000 ราย และ ในจำนวนนี้ มีประมาณ 30,000 รายเศษ ที่กำลังรักษาด้วยการล้างไตทางช่องท้อง ตามนโยบาย “ชุดสิทธิประโยชน์การบำบัดทดแทนไตผู้ป่วยไตวายเรื้อรัง” ของรัฐบาลภายใต้ “ระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ” ซึ่งเริ่มตั้งแต่ปี 2551 เป็นต้นมา ผู้ป่วยโรคไตวายเรื้อรังสามารถเข้าถึงการบริการทางการแพทย์ในสถานพยาบาลที่กำหนด โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายแต่อย่างใด และเมื่อเข้าสู่ระยะต้องฟอกไต ผู้ป่วยจะได้รับสิทธิการบำบัดทดแทน ได้แก่ การล้างไตทางช่องท้อง การฟอกเลือดด้วยเครื่องไตเทียม และการผ่าตัดปลูกถ่ายไต ซึ่งข้อดีของการล้างไตทางช่องท้อง มีดังนี้
1)ผู้ป่วยสามารถทำการรักษาด้วยตัวเองได้ที่บ้าน ไม่ต้องเดินทางไปที่ศูนย์ฟอก ซึ่งเป็นการลดภาระและค่าใช้จ่ายในการเดินทางของผู้ป่วยและผู้ดูแล และยังช่วยลดความเสี่ยงต่อการติดเชื้อในสถานการณ์ที่มีการระบาดของโควิด 19
2)กำจัดของเสียและน้ำส่วนเกินได้อย่างต่อเนื่องทุกวัน เนื่องจากสามารถทำการฟอกไตได้ทุกวัน
3)ไม่ทำให้การทำงานของไตเสื่อมลงอย่างรวดเร็ว
4)สามารถออกแบบชีวิตตนเองได้อย่างมีอิสระ มีเวลาสำหรับไปทำสิ่งที่รักได้มากขึ้น
5)ผู้ป่วยสามารถเลือกรับประทานอาหารได้หลากหลาย
ในปีที่ผ่านมา สปสช. ได้ยกระดับ "ผู้ป่วยไตวายเรื้อรัง" สิทธิบัตรทอง หนุน "เครื่องล้างไตอัตโนมัติ" ให้ใช้ที่บ้าน ส่งน้ำยาผ่านไปรษณีย์ฟรีทุกเดือน หวังเพิ่มคุณภาพชีวิตให้ผู้ป่วย-ผู้ดูแล พร้อมตั้งเป้านำร่อง 500 ราย สำหรับการล้างไตด้วยเครื่องอัตโนมัติ (APD) เป็นสิทธิประโยชน์ในระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (บัตรทอง) ที่ขยายเพิ่มขึ้นแก่ผู้ป่วยไตวายเรื้อรังระยะสุดท้าย ซึ่งจะช่วยอำนวยความสะดวกในการล้างไตโดยเฉพาะในช่วงเวลากลางคืน โดยผู้ป่วยสามารถตั้งเวลาการทำงานของเครื่องไว้ได้ล่วงหน้า ไม่ต้องตื่นมากลางดึกเพื่อเติมน้ำยาล้าง ทำให้คุณภาพชีวิตของผู้ป่วยและผู้ดูแลนั้นดีขึ้น เชื่อว่าผู้ป่วยก็จะสบายใจขึ้น และไม่คิดว่าตนนั้นเป็นภาระของผู้ดูแล โดยเครื่องล้างไตอัตโนมัติตามระบบของ สปสช. นั้นให้กับประชาชนโดยไม่มีค่าเครื่อง ส่วนในเรื่องของน้ำยาล้างนั้นจะส่งผ่านทางไปรษณีย์ไปให้กับผู้ป่วยที่บ้านทุกเดือน รวมไปถึงมีทีมพยาบาลคอยเข้าอบรมเรื่องของการใช้งานเครื่อง APD นอกจากนี้ ทาง สปสช. จะขับเคลื่อนเรื่องนี้ให้ได้มากที่สุดให้กับทุกคน ผู้ป่วยไม่จำเป็นต้องมีฐานะดีก็สามารถได้รับบริการที่ดี ในส่วนนี้น่าจะเป็นคำตอบว่า แม้จะเป็นโรคร้ายแรงหรือโรคที่มีค่าใช้จ่ายสูง ก็สามารถปรับให้เข้ากับวิถีชีวิตของผู้ป่วย และทำให้ผู้ป่วยนั้นมีความสุขกับการดำรงชีวิตต่อไป
รศ.นพ.สุรศักดิ์ กันตชูเวสศิริ นายกสมาคมโรคไตแห่งประเทศไทย ในฐานะประธานโครงการจัดการประกวด "ผู้ป่วยล้างไตทางช่องท้อง สุขภาพดี อิสระเสรี ชีวีมีสุข แห่งชาติ พ.ศ. 2564 (Thailand Top Peritoneal Dialysis Idol 2021)" แบบ hybrid กล่าวถึงวัตถุประสงค์ในการจัดงาน เพื่อ 1) ส่งเสริมการตื่นรู้ให้กับประชาชนทั่วไป ผู้ป่วยโรคไตเรื้อรังระยะก่อนฟอก และผู้ป่วยล้างไตทางช่องท้อง 2) เพื่อให้ผู้ป่วยล้างไตทางช่องท้องได้มีการพบปะแลกเปลี่ยนประสบการณ์ สร้างขวัญ ให้กำลังใจ ส่งเสริมให้ผู้ป่วยไตตระหนักในคุณค่าของตนเอง 3) เพื่อเพิ่มขวัญและกำลังใจพยาบาลล้างไตทางช่องท้องที่ปฏิบัติหน้าที่โรงพยาบาลในแต่ละจังหวัด
โดยในงานนี้จะเฟ้นหาตัวแทนผู้ป่วยล้างไตทางช่องท้องกว่า 30,000 ราย ทั่วประเทศ จาก 13 เขตสุขภาพ ที่มีสุขภาพกายสุขภาพจิตดีเยี่ยม จิตสาธารณะ และโดดเด่นด้านการล้างไตทางช่องท้อง เหมาะสมกับการเป็นแบบอย่างที่ดีให้กับผู้ป่วยที่กำลังตัดสินใจฟอกไตหรือได้ทำการฟอกไตไปแล้ว โดยให้มาถ่ายทอดความรู้สึกและแลกเปลี่ยนประสบการณ์โรคไตเรื้อรัง การรักษา และแง่มุมต่างๆ ให้กับสาธารณชนและผู้ป่วยท่านอื่นได้รับทราบ ผ่านสื่อสาธารณะ รวมถึงวิธีการดูแลตนเองให้สุขกาย สุขใจ มีสังคมที่เป็นสุข และปลอดจากภาวะแทรกซ้อนจากภาวะไตวายและการฟอกไต ซึ่งจะเป็นตัวอย่างที่ดีในการดูแลตนเองแก่ผู้ป่วยคนอื่น ๆ และท่านจะพบว่าการล้างไตทางช่องท้องนั้นไม่ได้น่ากลัวอย่างที่คิด ทำให้เรามีคุณภาพชีวิตที่ดี สามารถดูแลตนเองและครอบครัวได้ต่อไป อย่างมีความสุข นอกจากนี้ในงานนี้ยังได้มีการมอบรางวัลพิเศษ “ขวัญใจประชาชน” ซึ่งเป็นรางวัลที่มอบแด่ผู้ป่วยที่ชนะใจประชาชนงผู้ชมทางบ้าน จากยอดการเข้ามารับชม clip วีดีทัศน์ผู้ป่วยทั้งหมด 50 clips นับถึงปัจจุบันพบว่ามีผู้เข้าชมแล้วมากกว่า 25,000 ราย ขอขอบคุณกำลังใจจากทุกท่านครับพร้อมกันนี้ พล.อ.ท.นพ.อนุตตร จิตตินันทน์ ประธานราชวิทยาลัยอายุรแพทย์แห่งประเทศไทย ได้กล่าวถึง “สถานการณ์โรคไตในคนไทยปัจจุบัน” โรคไตเป็นปัญหาใหญ่ระดับโลก ในประเทศไทยเรามีผู้ป่วยโรคไต 8 ล้านคน มีผู้ป่วยไตวายต้องฟอกแสนกว่าราย “โรคไตเป็นเรื่องที่ป้องกันได้” หากทุกท่านปรับพฤติกรรมการบริโภค ด้วยการลดเค็มครึ่งหนึ่ง งดเหล้า-บุหรี่ งดการกินยาแก้ปวด แก้อักเสบโดยไม่จำเป็น จะช่วยชะลอความเสื่อมของไตได้ ขณะเดียวกัน ผู้ประกอบการเองก็ควรมีฉลากระบุปริมาณแคลอรีและโซเดียมให้ชัดเจน ผู้ผลิตเองก็ควรปรับลดปริมาณเกลือในสูตรอาหาร และเพิ่มผลิตภัณฑ์ทางเลือกโซเดียมต่ำออกสู่ตลาดมากขึ้น ก็จะเป็นประโยชน์ทั้งทางผู้ผลิตและผู้บริโภค ซึ่งเมื่อการเจ็บป่วยลดลง ก็จะสามารถช่วยชาติประหยัดค่าใช้จ่ายในการรักษาในอีกทางหนึ่ง” ประธานราชวิทยาลัยอายุรแพทย์ฯ ยังเสริมว่าปัจจุบันผู้ป่วยไตวายระยะต้องฟอก กว่าครึ่งปฏิเสธการล้างไต รอจนกว่าเกิดภาวะน้ำท่วมปอดและอาการมากแล้วจึงตัดสินใจฟอก ซึ่งในระยะนี้จะทำให้ผลลัพธ์การฟอกไตออกมาได้ไม่ดี ดังนั้นการจัดกิจกรรมการประกวดครั้งนี้ หวังเป็นอย่างยิ่งว่าผู้ป่วยโรคไตเรื้อรังจะมีความตื่นรู้และตระหนักในตัวโรค ปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์โดยเคร่งครัด และไม่ต้องกลัวการฟอกหากถึงเวลาอันจำเป็น ดังจะเห็นได้จากตัวแทนผู้ป่วยทั้ง 13 ท่าน ที่มาบอกเล่าประสบการณ์ชีวิตในงานนี้ ท่านสามารถฟอกไตแล้วมีสุขภาพดี อิสระเสรี ชีวีมีสุขได้ หากทำถูกวิธีและต่อสู้ ไม่ท้อถอย สุดท้ายการฟอกไตก็จะเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตท่าน สามารถทำให้ท่านมีคุณภาพชีวิตที่ดีและครอบครัวเป็นสุขได้ ขอให้กำลังใจกับทุกๆ ท่านที่ป่วยเป็นโรคไตครับ
ท่านสามารถรับชมการประกวด “ผู้ป่วยล้างไตทางช่องท้อง สุขภาพดี อิสระเสรี ชีวีมีสุข แห่งชาติ พ.ศ. 2564 (Thailand Top Peritoneal Dialysis Idol 2021)” ได้ที่ https://www.facebook.com/kidneythai/