"ศักดิ์สยาม" เปิดประชุมระดับรัฐมนตรีด้านการขนส่งเอสแคป ชูปลอดภัยทางถนน และขนส่งคาร์บอนต่ำ

ประชาสัมพันธ์16 ธ.ค. 2564 • 13:05 น.
"ศักดิ์สยาม" เปิดประชุมระดับรัฐมนตรีด้านการขนส่งเอสแคป  ชูปลอดภัยทางถนน และขนส่งคาร์บอนต่ำ
"ศักดิ์สยาม" เปิดประชุมระดับรัฐมนตรีด้านการขนส่งเอสแคป ครั้งที่ 4 พัฒนาการขนส่งที่ยั่งยืน ชูปลอดภัยทางถนน และขนส่งคาร์บอนต่ำ วันที่ 16 ธ.ค.64 ที่ศูนย์การประชุมสหประชาชาติ กรุงเทพฯ นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เป็นประธานในพิธีเปิดการประชุมระดับรัฐมนตรีด้านการขนส่งเอสแคป ครั้งที่ 4 (Fourth Ministerial Conference on Transport) ร่วมกับ นาง Armida Salsiah Alisjahbana เลขาธิการบริหารเอสแคป ในวันที่ 16 ธ.ค. 2564 โดยมี นายชยธรรม์ พรหมศร ปลัดกระทรวงคมนาคม นายปัญญา ชูพานิช ผู้อำนวยการสำนักนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร ร่วมด้วยผู้แทนจาก กรมเจ้าท่า กรมการขนส่งทางบก กรมทางหลวง กรมทางหลวงชนบท กรมการขนส่งทางราง การรถไฟแห่งประเทศไทย และ กองการต่างประเทศ สำนักงานปลัดกระทรวงคมนาคม เข้าร่วมประชุมฯ การประชุมระดับรัฐมนตรีด้านการขนส่งเอสแคป ครั้งที่ 4 (Fourth Ministerial Conference on Transport) จัดขึ้นระหว่างวันที่ 14 – 17 ธ.ค.2564 โดยแบ่งการประชุมออกเป็น 2 ระดับ ได้แก่ 1) การประชุมเจ้าหน้าที่ระดับสูง ระหว่างวันที่ 14 – 15 ธ.ค.2564 และ 2) การประชุมระดับรัฐมนตรี ระหว่างวันที่ 16 – 17 ธ.ค. 2564 จัดขึ้นเพื่อหารือเชิงยุทธศาสตร์ระหว่างประเทศสมาชิกเอสแคปในการพัฒนาโครงการด้านการขนส่งที่ยั่งยืนในภูมิภาคเอเชียและแปซิฟิกเพื่อเสริมสร้างความเข้มแข็งของความร่วมมือระดับภูมิภาค โดยสำหรับการประชุมระดับรัฐมนตรี ได้มีการจัดประชุมโต๊ะกลมระดับรัฐมนตรี (Ministerial Roundtable)เพื่อหารือเกี่ยวกับการดำเนินการตามร่างแผนปฏิบัติการระดับภูมิภาคสำหรับการพัฒนาด้านการขนส่งที่ยั่งยืนในภูมิภาคเอเชียและแปซิฟิก (ค.ศ. 2022 – 2026) การกล่าวถ้อยแถลงเชิงนโยบายของประเทศสมาชิก ด้านการพัฒนาข้อริเริ่มด้านการขนส่งที่ยั่งยืนในภูมิภาคเอเชียและแปซิฟิกเพื่อเสริมสร้างความเข้มแข็ง ด้านความร่วมมือในระดับภูมิภาค รวมไปถึงการร่วมรับรองร่างปฏิญญาระดับรัฐมนตรีด้านการพัฒนาการขนส่งที่ยั่งยืนในภูมิภาคเอเชียและแปซิฟิก รวมถึงร่างแผนปฏิบัติการระดับภูมิภาคสำหรับการพัฒนาด้านการขนส่งที่ยั่งยืนในภูมิภาคเอเชียและแปซิฟิก (ค.ศ. 2022 – 2026) นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ ได้กล่าวเกี่ยวกับความเชื่อมโยงระหว่างร่างแผนปฏิบัติการระดับภูมิภาคสำหรับการพัฒนาด้านการขนส่งที่ยั่งยืนในภูมิภาคเอเชียและแปซิฟิก ค.ศ. 2022 – 2026 กับการดำเนินนโยบายที่สำคัญของไทยเพื่อมุ่งสู่การขนส่งที่ยั่งยืน โดยได้นำเสนอนโยบายที่สำคัญของไทย เช่น การสร้างความเชื่อมโยงในระดับภูมิภาคผ่านโครงการ MR-MAP การพัฒนาระบบรถไฟรางคู่และระบบการขนส่งมวลชนสาธารณะในเขตกรุงเทพและปริมณฑล การให้ความสำคัญกับระบบดิจิทัลด้านการขนส่งผ่านการพัฒนาระบบ National Single Window เพื่อเชื่อมโยงและอำนวยความสะดวกด้านการจราจรและการขนส่งทางทะเล การพัฒนาระบบการจัดเก็บค่าผ่านทางอัตโนมัติแบบไม่มีไม้กั้น (M-flow) รวมถึงการผลักดันอุตสาหกรรมการให้บริการยานพาหนะผ่านทางแอปพลิเคชัน หรือ Ride-hailing นอกจากนี้ ยังมีการนำเสนอเกี่ยวกับนโยบายและแผนงานด้านการขนส่งที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ผ่านการจัดทำแผนปฏิบัติการการตั้งเป้าหมายการมีส่วนร่วมของประเทศภาคการขนส่งเพื่อตั้งเป้าสู่การลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ตลอดจนการมุ่งสู่การพัฒนาด้านความปลอดภัยทางถนนผ่านโครงการที่สำคัญ ได้แก่ การพัฒนานวัตกรรมแผ่นยางพาราครอบแบริเออร์ (Rubber Fender Barrier) การยกระดับมาตรฐานของโครงข่ายถนนทางหลวงและทางหลวงชนบทผ่านการออกกฎกระทรวงกำหนดความเร็วของยานพาหนะบนทางหลวงแผ่นดินหรือทางหลวงชนบท และการเสริมสร้างความเข้มแข็งของกองทุนเพื่อความปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนน (กปถ.) ด้วยการพัฒนาระบบการประมูลป้ายทะเบียนรถยนต์แบบพิเศษซึ่งจะเป็นการช่วยส่งเสริมให้เกิดการพัฒนาความปลอดภัยบนท้องถนนอย่างยั่งยืน นอกจากนี้ นายศักดิ์สยาม ได้พบหารือกับนาง Armida Salsiah Alisjahbana เลขาธิการบริหารเอสแคป ร่วมกับนายชยธรรม์ พรหมศร ปลัดกระทรวงคมนาคม นายปัญญา ชูพานิช ผู้อำนวยการสำนักนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร และ นายประภัทรเผ่า อาวะกุล ผู้อำนวยการกองการต่างประเทศ เพื่อแลกเปลี่ยนเกี่ยวกับประเด็นที่จะมีการหารือในการประชุมระดับรัฐมนตรีด้านการขนส่งเอสแคป ครั้งที่ 4 รวมถึงได้นำเสนอนโยบายด้านการขนส่งที่สำคัญของไทยที่สอดคล้องกับร่างแผนปฏิบัติการระดับภูมิภาคสำหรับการพัฒนาด้านการขนส่งที่ยั่งยืนในภูมิภาคเอเชียและแปซิฟิก (ค.ศ. 2022 – 2026) โดยเฉพาะในด้านการสร้างความเชื่อมโยงการขนส่ง ด้านความปลอดภัยทางถนน และด้านการขนส่งคาร์บอนต่ำ รวมถึงแสดงความมุ่งมั่นในการสร้างความร่วมมือกับเอสแคปในอนาคตเพื่อมุ่งสู่การพัฒนาระบบการขนส่งที่ยั่งยืน ของไทยต่อไป