บิ๊กป้อม สร้างความเชื่อมั่นแก้ปัญหาผลกระทบต่อภาคประมง
วันที่ 6 ม.ค.64 ที่ห้องประชุม 301 ตึกบัญชาการ 1 ทำเนียบรัฐบาล พลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธานการประชุมคอนเฟอเรนซ์ คณะกรรมการนโยบายการประมงแห่งชาติ ครั้งที่ 1/2564 โดยมีเจ้าหน้าที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุม
พลเอกประวิตร กล่าวว่าในปีที่ผ่านมา ได้รับความร่วมมือ ในการขับเคลื่อน เพื่อพัฒนาระบบการทำงาน และการแก้ไขปัญหาให้กับชาวประมงและเกษตรกร จากทั้งหน่วยงานภาครัฐ สถาบันการศึกษา และภาคเอกชนมาด้วยดี ในหลายๆ ประเด็น เช่น การแก้ไขปัญหา การทำประมงผิดกฎหมายการแก้ไขปัญหา การขาดแคลนแรงงาน ในภาคประมง การส่งเสริมพัฒนาอาชีพให้กับชุมชน แบบมีส่วนร่วม การแก้ไขปัญหา จากการระบาดของโควิด-19 และ หวังว่าจะได้รับความร่วมมือ มากยิ่งขึ้นในปีต่อๆ การประชุมในวันนี้ มีประเด็นเพื่อพิจารณา ที่สำคัญ คือ การเปลี่ยนแปลงคำสั่งแต่งตั้ง คณะอนุกรรมการ อันเนื่องจากการโยกย้าย หรือการเกษียณอายุราชการ. การแต่งตั้งคณะอนุกรรมการ เพื่อแก้ไขปัญหาในพื้นที่ทะเลสาบสงขลา เพื่อดำเนินการตามมติคณะรัฐมนตรี และ การพิจารณาผลดำเนินงานของ คณะกรรมการฯ และ การเสนอสรุปผลการดำเนินงานคณะกรรมการนโยบายการประมงแห่งชาติประจำปีงบประมาณ 2563 ต่อคณะรัฐมนตรี ประกอบด้วย 5 เรื่อง ได้แก่ 1. การบริหารจัดการทรัพยากรประมงอย่างยั่งยืน. 2.การแก้ไขปัญหาการทำประมงผิดกฎหมาย ประกอบด้วย 6 ด้าน ได้แก่ 1) กรอบกฎหมาย 2) การบริหารจัดการประมงทะเลไทยและการจัดการกองเรือไทย 3) การติดตาม ควบคุม และเฝ้าระวังการทำประมง 4) การบังคับใช้กฎหมายประมง 5) ระบบตรวจสอบย้อนกลับ และ 6) แรงงาน3. การดำเนินการด้านการประมงต่างประเทศ ประกอบด้วย 4 เรื่อง ได้แก่ 1) การดำเนินการภายใต้กฎระเบียบว่าด้วยการนำเข้าสินค้าสัตว์น้ำเพื่อคุ้มครองสัตว์ทะเลเลี้ยงลูกด้วยนมของสหรัฐอเมริกา (MMPA) 2) เครือข่ายอาเซียนเพื่อการต่อต้านการทำประมง IUU (AN – IUU) 3) การศึกษาและสืบข้อเท็จจริงเกี่ยวกับการนำเข้าสินค้าประมงจาก IUU ของ USITC สหรัฐอเมริกา และ 4) มาตรการที่สร้างความเชื่อมั่นว่าสินค้าประมงมีมาตรฐานเพื่อการส่งออก 4.การดำเนินโครงการเพื่อช่วยเหลือเกษตรกรและชาวประมง ประกอบด้วย 6 เรื่อง ได้แก่ 1) การนำเรือประมงออกนอกระบบ 2) โครงการสินเชื่อเพื่อเสริมสภาพคล่องผู้ประกอบการประมง 3) ร่างพระราชบัญญัติกองทุนการประมงแห่งชาติ พ.ศ. .... 4) ร่างพระราชบัญญัติสภาการประมงแห่งชาติ พ.ศ. .... 5) การยกเว้นค่าธรรมเนียมเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำในที่จับสัตว์น้ำซึ่งเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดิน และ 6) การออกระเบียบกรมประมง ว่าด้วยการขอและการออกใบรับรองมาตรฐานการทำการประมงพื้นบ้านอย่างยั่งยืนและการแปรรูปสินค้าประมงพื้นบ้าน พ.ศ. 2563
5. การขอรับจัดสรรงบกลาง เพื่อดำเนินการโครงการการแก้ไขปัญหาการทำประมงผิดกฎหมาย ของ 5 หน่วยงาน
พลเอกประวิตร กล่าวอีกว่าได้สั่งการให้ คณะอนุกรรมการ ดำเนินการ เพื่อขับเคลื่อน แก้ไขปัญหาอย่างจริงจัง การบังคับใช้กฎหมาย ควบคู่กับการผ่อนปรน อย่างเหมาะสม การปรับปรุงกฎหมาย จะต้องให้สอดคล้องกับนโยบายของรัฐบาล และต้องไม่ขัดต่อพันธกรณีระหว่างประเทศ พร้อมให้ ทุกหน่วยที่เกี่ยวข้อง เร่งสร้างความเข้าใจ และความเชื่อมั่น ในเรื่องความปลอดภัยของสินค้าประมง ภายใต้สถานการณ์ โควิด-19 ซึ่งส่งผลกระทบต่อภาคประมงอย่างมาก ส่งผลกระทบต่อความกังวลของผู้บริโภค และขอให้ให้ ทุกหน่วยงาน สร้างการรับรู้ ความเข้าใจให้ผู้ประกอบการ และแรงงานประมง ตลอดจนประชาชน ได้รับทราบในทุกๆ เรื่อง เพื่อการเข้ามามีส่วนร่วม ในการแก้ปัญหาร่วมกัน