พม.เปิดอบรมหลักสูตร 'พลเมืองดี' สร้างเยาวชนรุ่นใหม่จิตอาสา
ผู้สื่อข่าวรายงาน ว่า นายจุติ ไกรฤกษ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (รมว.พม.) เป็นประธานเปิดหลักสูตร พลเมืองดี (Active Citizen Leadership) พร้อมทั้งปาฐกถาพิเศษ เรื่อง ประเทศไทยดีขึ้นทุกวัน เพื่อส่งเสริมและพัฒนาทักษะ ความรู้ และทัศนคติเยาวชน คนรุ่นใหม่ และประชาชน ให้เป็นพลเมืองดี มีจิตอาสา และมีความพร้อม ช่วยกันขับเคลื่อนประเทศไทยให้ดีขึ้นทุกวัน โดยมีนางพัชรี อาระยะกุล ปลัดกระทรวง พม. นายอนุกูล ปีดแก้ว อธิบดีกรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ และคณะผู้บริหาร เข้าร่วมงานในครั้งนี้

จุติ ไกรฤกษ์
ทั้งนี้ นายจุติ กล่าวว่า พม. ได้ขับเคลื่อนการพัฒนาทุนมนุษย์ โดยเฉพาะเด็ก เยาวชน ซึ่งเป็นคนรุ่นใหม่และเป็นอนาคตของประเทศ ให้เข้ามามีส่วนร่วมในการทำงานจิตอาสาช่วยเหลือสังคม ซึ่งปัจจุบัน เทคโนโลยีและสื่อเข้ามามีอิทธิพลอย่างมาก นับเป็นความท้าทายของความเป็นพลเมืองในยุคดิจิทัล ที่เยาวชนต้องมีทักษะ องค์ความรู้ และช่องทาง ในการใช้เทคโนโลยีอย่างชาญฉลาด ดังนั้นพม. จึงได้จัดหลักสูตร พลเมืองดี (Active Citizen Leadership) สำหรับตัวแทนเครือข่ายเด็กและเยาวชน จำนวน 50 คน จากสภาเด็กและเยาวชนจังหวัดนครปฐมและสมุทรปราการ รวมทั้งสถาบันการศึกษาต่างๆ เพื่อให้เยาวชน คนรุ่นใหม่มีคุณลักษณะสำคัญ 7 ประการ
โดยคุณลักษณะดังกล่าวประกอบด้วย 1.สามารถพึ่งพาตนเองได้ เลิกพึ่งพาระบบและผู้นำ 2.ใช้ชีวิตที่ควบคุมได้ ลงมือทำให้มากกว่าพูด 3.ปรับทัศนคติให้เชื่อว่าทุกอย่างเป็นโลกนี้มีความเป็นไปได้ 4.ใช้ชีวิตให้เหมือนการขับรถ มองกระจกหน้ามากกว่ากระจกหลัง 5.ไม่เห็นแก่ตัว 6.เกิดมาเพื่อทำความดี และ 7. รู้จักหน้าที่ความเป็นพลเมือง
ในโอกาสนี้ นายจุติ ยังได้ร่วมปาฐกถาพิเศษ เรื่องประเทศไทยดีขึ้นทุกวัน โดยเชื่อว่า หากเยาวชนและคนไทยสามารถเปลี่ยนแปลงตัวเองได้ ประเทศไทยก็น่าจะดีขึ้นทุกวันอย่างแน่นอน นอกจากนี้ยังได้รับเกียรติจากบุคคลสำคัญและ Activist ที่เป็นที่รู้จักในสังคม อาทิ ศาสตราจารย์ ธีรยุทธ บุญมี นักวิชาการ คุณจิณณา ผลดี ประธานสภาเด็กและเยาวชน จังหวัดเชียงใหม่ ภริษา ยาคอปเซ่น นักพูดและพิธีกรชื่อดัง และ นวลพรรณ ล่ำซำ กรรมการผู้จัดการบริษัทเมืองไทย ประกันภัย จำกัด (มหาชน) มาร่วมพูดคุยแลกเปลี่ยนประสบการณ์ที่น่าสนใจ บนเวทีเสวนาโครงการผู้นำอาสาเพื่อการพัฒนาและเปลี่ยนแปลงประเทศไทย ในหัวข้อ The Power of Activist
ทั้งนี้ นายจุติ กล่าวเพิ่มเติมว่า รัฐบาลจริงจังกับการแก้ไขปัญหาความยากจน ด้วยการถอดบทเรียนจากประเทศจีนนำมาประยุกต์ใช้ โดยเฉพาะการใช้ระบบพี่เลี้ยงและต้องมีคนรุ่นใหม่เข้าไปช่วยทำงาน ฉะนั้น ระบบของพี่เลี้ยงจะนำไปใส่ในเด็กรุ่นใหม่ให้ทำงานเพื่อสังคม อยากให้คนรุ่นใหม่รับรู้ว่าสังคมมีปัญหา มีความยากลำบาก และสิ่งสำคัญ คือ การพึ่งพาตนเองให้ได้ เพราะฉะนั้นพม.จึงคิดสร้างคนรุ่นใหม่เพื่อสังคม
สำหรับคุณสมบัติของคนที่ผ่านหลักสูตรนี้คือ การอยู่กับความจริงและต้องรักประเทศไทย โดยคนรุ่นใหม่ต้องเป็นคนทำ ตนเคยพูดไว้ว่า สังคมดีไม่มีขาย ถ้าอยากได้ต้องช่วยกันสร้าง ทั้งนี้ กระทรวง พม. เป็นเพียงส่วนหนึ่งของการประสานงาน แต่ความสำเร็จขึ้นอยู่กับทุกภาคส่วนของสังคม ต้องช่วยกันพัฒนาทุกช่วงวัย อย่างไรก็ตาม กระทรวง พม. พยายามทำหลายๆ อย่าง เพื่อนำมาพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ให้พร้อมรับกับความท้าทายของโลกที่ไม่แน่นอน