HIDA รุ่น 2 ศึกษาดูงาน RISE สถาบันเร่งสปีดนวัตกรรมองค์กรระดับภูมิภาค

ประชาสัมพันธ์16 ก.พ. 2566 • 19:49 น.
HIDA รุ่น 2 ศึกษาดูงาน RISE สถาบันเร่งสปีดนวัตกรรมองค์กรระดับภูมิภาค

เกาะติดการอบรมหลักสูตรประกาศนียบัตรบัณฑิตนวัตกรรมการจัดการสุขภาพยุคดิจิทัล หรือ HIDA รุ่นที่ 2  ซึ่งมีทั้งภาควิชาการ ภาคปฎิบัติ รวมทั้ง ลงพื้นที่เพื่อศึกษาดูงานสถาบันและองค์กรชั้นนำ  เพื่อให้ผู้เข้าอบรมสามารถนำความรู้ดูแลสุขภาพแบบศาสตร์องค์รวมแบบครบวงจรและรอบด้านไปปรับใช้ในชีวิตประจำวัน ล่าสุด คณะผู้เข้าอบรม HIDA รุ่นที่ 2 ได้เดินทางไปเยี่ยมชม บริษัท RISE สถาบันเร่งสปีดนวัตกรรมองค์กรระดับภูมิภาค พร้อมรับฟังการบรรยาย เกี่ยวกับการดำเนินธุรกิจโดยใช้เทคโนโลยีทันสมัยมาเปลี่ยนแปลงให้มีประสิทธิภาพเพิ่มขึ้น


 
นางสาวรฐิยา อิสระชัยกุล เจ้าหน้าที่ฝ่ายปฎิบัติการ บริษัท RISE กล่าวว่า RISE เป็นผู้เชี่ยวชาญ ที่เข้าไปทำงานร่วมกับองค์กรต่าง ๆ ทั้งภาครัฐ รัฐวสาหกิจ ทั้งในไทยและต่างประเทศ เพื่อช่วยให้องค์ขนาดใหญ่เคลื่อนตัวได้เร็วขึ้น สร้างสรรค์นวัตกรรมใหม่ๆออกมาได้เร็วขึ้น สร้างธุรกิจใหม่ ปรับปรุงธุรกิจให้มีการเติบโตและสร้างผลลัพธ์ได้อย่างรวดเร็ว โดยมีเป้าหมาย ช่วยลดรายจ่าย และเพิ่มรายได้ใหม่ๆ โดย RISE ตั้งเป้าที่จะเป็นส่วนหนึ่งที่จะขับเคลื่อนให้ Gross Domestic Product ของประเทศไทย และ เอเชียตะวันออกเฉียงใต้เติบโตให้ได้อีก 1% จากการนำนวัตกรรมเข้ามาช่วยเสริมความแข็งแกร่งและเร่งสปีดการเติบโตให้กับองค์กรต่างๆ ปัจจุบัน RISE มีทีมงาน 60 คน ก่อตั้งมาแล้ว 5 ปี ขณะนี้เข้าสู่ปีที่ 6 ที่ผ่านมาได้ร่วมงานกับองค์กรขนาดใหญ่ของประเทศไทยกว่า 500 องค์กรที่มีผลต่อเศรษฐกิจของประเทศ

 
ทั้งนี้ ธุรกิจหลักของ RISE ที่จะผลักดันนวัตกรรมองค์กร แบ่งออกเป็น 4 ส่วน ประกอบด้วยอันดับที่หนึ่ง คือ Corporate Innovation Accelerator การจับคู่ธุรกิจระหว่างองค์กรขนาดใหญ่ กับ สตาร์ทอัพให้มาทำงานร่วมกัน เพื่อให้เกิดนวัตกรรมองค์กรใหม่ๆได้เร็วยิ่งขึ้น เช่น ธนาคารมีความต้องการระบบเอไอเทคโนโลยี เพื่อทำหน้าที่ประเมินสินเชื่อปล่อยกู้ให้ พ่อค้าแม่ค้า เอสเอ็มอี เพื่อให้การปล่อยกู้ได้แม่นยำมากขึ้นมีหนี้เสียลดลง ทาง RISE จะทำหน้าที่เป็นคนกลางค้นหาสตาร์ทอัพกลุ่มฟินเท็กซ์ทั่วโลกนำมาตอบสนองตามความต้องการของลูกค้า เพื่อจับคู่การดำเนินธุรกิจร่วมกัน


 
อันดับสอง Mindset Transformation เทรนด์อบรมพัฒนาคน โดย RISE ทำหน้าที่เปลี่ยนแปลงคนในองค์กรให้พร้อมทำงานนวัตกรรม สร้างเวิร์คชอปให้คนในองค์กรและรัฐบาลเข้าร่วมและเรียนรู้ผ่านประสบการณ์ทำจริง เพื่อให้เข้าใจธรรมชาติและสร้างนวัตกรรมองค์กรใหม่ที่สามารถใช้ได้จริงและประสบความสำเร็จ ที่มีมากกว่า 200 โปรเจ็กค์ จะได้ผลลัพธ์กลับไปเฉลี่ย 50 เท่าของเงินที่ลงทุน ในรูปแบบของโปรเจคใหม่ๆ  
 
อันดับที่สาม Venture Capital ลงทุนในเทคโนโลยีที่ทันสมัยล้ำหน้า RISE จะทำหน้าที่สำรวจ ค้นหา คัดสรร บริษัทเทคโนโลยีทันสมัยจากทั่วโลก เพื่อการลงทุน ส่วนใหญ่จะเป็นบริษัทขนาดเล็กแต่มีโอกาสเติบโตตามเทรนด์ของโลก ปัจจุบัน RISE ได้ตั้งกองทุน โดยร่วมกับบริษัทเอกชนลงทุนสร้าง Joint Venture ไปแล้ว 2 แห่ง ขนาดของกองทุนกว่า 3 พันล้านบาท เช่น บริษัทแบรนด์โปรโตคอล เป็นของคนไทย เกี่ยวกับการลงทุนคริปโตเคอร์เรนซี่ ให้บริการด้านข้อมูล
 
และ อันดับที่สี่ RISE ให้บริการดิจิตอลแพลตฟอร์มภายใต้ชื่อ ”อะทีน่า” ทำหน้าที่ให้คำปรึกษาด้านการลงทุน การวิจัย รวมผู้เชี่ยวชาญจากหลากหลายสาขาทั่วทุกมุมโลกมาให้คำปรึกษา โดยใช้ระยะเวลา 15-50 นาที ได้มีผู้สนใจเข้ามาใช้บริการมากกว่า 10,000 ครั้ง เช่น ลูกค้าทั่วไป นักศึกษา นักเรียน บริษัท เพื่อช่วยเอื้อให้การคิดค้นนวัตกรรมเทคโนโลยีทันสมัยมีความสำเร็จมากขึ้น


 
สำหรับ Venture Capital การลงทุนในเทคโนโลยีที่ทันสมัยล้ำหน้า เป็นสตาร์ทอัพของต่างประเทศ เช่น กลุ่มเฮลท์แคร์ บริษัทควิน ประเทศอเมริกา ทำเทคโนโลยีที่เกี่ยวกับสุขภาพของสตรี เช่น ตรวจเชคภายในจากเลือดประจำเดือน ตรวจน้ำตาลในเลือด แจ้งผลตรวจผ่านแล็ป  นอกจากนี้ ยังมีบริษัทที่คิดค้นเครื่องชั่งน้ำหนักสแกนเท้าสำหรับผู้ป่วยเบาหวาน บริษัทคิดค้นหุ่นยนต์ตรวจคัดกรองสารเคมีที่ปนเปื้อนในผัก ผลไม้ ประเภทออร์แกรนิค บริษัทที่คิดค้นการสร้างเซลล์ปลาในแล็ป ทำให้ปลาที่ใช้ในการบริโภคมีความสะอาดปลอดเชื้อโรค
 
อย่างไรก็ตาม สิ่งสำคัญที่ประกอบพิจารณาการลงทุนของกองทุน โดย RISE จะมองถึงผลกำไร รวมถึง สามารถนำเทคโนโลยีที่ทันสมัยสามารถนำกลับมาร่วมลงทุนกับบริษัทที่เป็นพาร์ทเนอร์​ เช่น ปตท. ซีพีเอ็น สิงห์เวนเจอร์ โดยการลงทุนจะต้องมีผลตอบแทนกลับมา 5-10 เท่า ภายในระยะเวลา 5 ปี