"ปปช." TaC Team ลงพื้นที่ จ.แพร่ กำหนดข้อตกลงลดทุจริตการล่วงล้ำลำน้ำ บุกรุกป่าแม่ก๋อน ป่าแม่สาย

ประชาสัมพันธ์29 ส.ค. 2565 • 12:21 น.
"ปปช." TaC Team ลงพื้นที่ จ.แพร่ กำหนดข้อตกลงลดทุจริตการล่วงล้ำลำน้ำ บุกรุกป่าแม่ก๋อน ป่าแม่สาย

สำนักงาน ป.ป.ช. นำโดย นายสุพจน์ ศรีงามเมือง ผู้ช่วยเลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ช. ภาค 5 นายศรัณ อภิสิทธิเวช ผู้อำนวยการสำนักงาน ป.ป.ช. ประจำจังหวัดแพร่ พร้อมด้วย เจ้าหน้าที่สำนักงาน ป.ป.ช. ลงพื้นที่ร่วมกับ นายวาทิต ปัญญาคม ปลัดจังหวัดแพร่ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ภายใต้โครงการต้านและลดทุจริตด้วยกลไกสหยุทธ์ เฉพาะกรณีพื้นที่เสี่ยงต่อการทุจริต (STRONG : Together against Corruption - TaC) ในประเด็นความเสี่ยงต่อการทุจริต กรณีการล่วงล้ำลำน้ำและการบุกรุกพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ ป่าแม่ก๋อนและป่าแม่สาย บริเวณด้านหลังวัดพระธาตุช่อแฮ อำเภอเมืองแพร่ จังหวัดแพร่

ประเด็นความเสี่ยงดังกล่าวมีที่มาจากข้อมูลการปักหมุดของเครือข่ายภาคประชาชน ชมรม STRONG - จิตพอเพียงต้านทุจริต ว่าพื้นที่บริเวณลำน้ำแม่ก๋อน ด้านหลังวัดพระธาตุช่อแฮ อำเภอเมืองแพร่ มีการประกอบกิจการท่องเที่ยวริมลำน้ำจำนวนมากในรูปแบบร้านค้า ร้านอาหาร ร้านกาแฟ และที่พัก หลายแห่งมีการปิดกั้นลำน้ำ สร้างสิ่งปลูกสร้างล่วงล้ำลำน้ำ มีการให้บริการนั่งทานอาหารในลำน้ำ และการทิ้งขยะในลำน้ำ รวมทั้งอาจมีบางส่วนบุกรุกพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ ป่าแม่ก๋อนและป่าแม่สาย ทั้งนี้ ความเสี่ยงดังกล่าวมีแนวโน้มเพิ่มมากขึ้นเนื่องจากจังหวัดแพร่มีนโยบายพัฒนาเส้นทางหลังวัดพระธาตุช่อแฮให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญของจังหวัด จึงอาจทำให้มีประชาชนและนักลงทุนทั้งในและนอกพื้นที่เข้ามาจับจองที่ดินและบุกรุกพื้นที่ป่าสงวนเพิ่มมากขึ้น

จากการตรวจสอบข้อมูลเบื้องต้น บริเวณลำน้ำแม่ก๋อนอยู่ในพื้นที่ป่าแม่ก๋อนและป่าแม่สาย ซึ่งประกาศเป็นเขตป่าสงวนแห่งชาติ ตั้งแต่ปี 2508 อยู่ในเขตอำนาจหน้าที่การดูแลบริหารจัดการของอุทยานลำน้ำน่าน สำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้ที่ 3 กรมป่าไม้ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม พื้นที่ดังกล่าวบางส่วนเป็นที่ดิน มีเอกสารสิทธิ์หรือสิทธิครอบครอง และบางส่วนเป็นพื้นที่จัดสรรให้ราษฎรมีสิทธิทำกิน โดยให้สิทธิ์แก่ราษฎรในการอยู่อาศัยและทำการเกษตร ทั้งนี้ ในปี 2562 เคยมีประชาชนร้องเรียนกรณีการปิดกั้นลำน้ำของผู้ประกอบการร้านอาหารและที่พักในลำน้ำแม่ก๋อนจนปริมาณน้ำไม่เพียงพอสำหรับพื้นที่เกษตรกรรม ซึ่งผู้ว่าราชการจังหวัดแพร่ได้มีการลงพื้นที่แก้ไขปัญหา มีการรื้อถอนสิ่งล่วงล้ำลำน้ำและดำเนินคดีกับผู้ประกอบการที่กระทำผิดกฎหมายไปแล้ว

การลงพื้นที่ TaC Team พบว่า สภาพปัจจุบันของพื้นที่ตลอดแนวลำน้ำแม่ก๋อนตามเส้นทางหลวงหมายเลข 1022 ระยะทางประมาณ 6 กิโลเมตร มีราษฎรครอบครองและทำประโยชน์ในพื้นที่ป่าตลอดแนวลำน้ำ โดยกิจการที่พักและร้านอาหารส่วนใหญ่ใช้พื้นที่ระหว่างแนวถนนและลำน้ำ มีผู้ประกอบการและเอกชนหลายรายบุกรุก แผ้วถาง ขุดดิน ถมดิน และก่อสร้างอาคารในพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติทั้งในลักษณะกึ่งถาวรและถาวร มีการปลูกสร้างอาคารล่วงล้ำลำน้ำ อีกทั้งตลอดแนวลำน้ำยังพบการทำเขื่อน ฝายกั้นน้ำ แนวปูนป้องกันตลิ่งหลายจุด ซึ่งมีทั้งส่วนที่ก่อสร้างโดยส่วนราชการและการก่อสร้างของเอกชน ส่งผลเป็นการกีดขวางและเปลี่ยนเส้นทางน้ำตามธรรมชาติ นอกจากนี้ ยังพบกรณีการสวมสิทธิ์ราษฎรที่ได้สิทธิทำกินเพื่อเข้าครอบครองที่ดินประกอบกิจการท่องเที่ยว ถือเป็นการเปลี่ยนแปลงการใช้ประโยชน์ที่ดินไปจากวัตถุประสงค์ที่ราษฎรรายเดิมเคยได้รับอนุญาตให้ทำประโยชน์ในด้านการเกษตร

นายวิเชียร อนุสาสนนันท์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดแพร่ เป็นประธานการประชุมกำหนดข้อตกลงร่วมกับ นายสุพจน์ ศรีงามเมือง ผู้ช่วยเลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ช. ภาค 5 และนายศรัณ อภิสิทธิเวช ผู้อำนวยการสำนักงาน ป.ป.ช. ประจำจังหวัดแพร่ เพื่อแก้ไขปัญหาความเสี่ยงต่อการทุจริตการล่วงล้ำลำน้ำและการบุกรุกพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ โดยมีผู้เข้าร่วมประกอบด้วย นายมงคล ศรีสว่าง ผู้อำนวยการสำนักไต่สวนคดีทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม  สำนักงาน ป.ป.ช. นายวิรัตน์ สาคเรศ ผู้อำนวยการส่วนสอบสวน 4 สำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน ผู้แทนหน่วยงานที่มีหน้าที่บังคับใช้กฎหมายเกี่ยวกับสิ่งล่วงล้ำลำน้ำและที่ดินของรัฐ อาทิ สำนักงานเจ้าท่าภูมิภาคสาขาแพร่ สำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้ที่ 3 สาขาแพร่ สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 13 (แพร่) สำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดแพร่ สำนักงานการปฏิรูปที่ดินจังหวัดแพร่ แขวงทางหลวงแพร่ สำนักงานที่ดินจังหวัดแพร่ อำเภอเมืองแพร่ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในพื้นที่ ตลอดจนสมาชิกชมรม STRONG-จิตพอเพียงต้านทุจริต จังหวัดแพร่
ที่ประชุมได้ร่วมกันพิจารณาและกำหนดข้อตกลงเพื่อลดความเสี่ยงต่อการทุจริต กรณีการล่วงล้ำลำน้ำแม่ก๋อน และการบุกรุกพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ ป่าแม่ก๋อนและป่าแม่สาย ดังนี้

ประเด็นการล่วงล้ำลำน้ำแม่ก๋อน เนื่องจากเป็นลำห้วยที่ไม่อยู่ในการกำกับดูแลของกรมเจ้าท่า จึงให้สำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้ที่ 3 สาขาแพร่ อำเภอเมืองแพร่ และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในพื้นที่ ร่วมกันตรวจสอบสิ่งก่อสร้างที่ขวางกั้นลำน้ำในลักษณะต่าง ๆ ทั้งในรูปแบบอาคาร เขื่อน ฝาย เส้นทางเข้าสู่ที่พักอาศัย หรือแนวปูนป้องกันตลิ่งตลอดแนวลำน้ำ ให้ทราบจำนวนและลักษณะของสิ่งก่อสร้างทั้งหมด โดยให้จัดทำข้อมูลให้ชัดเจนว่าสิ่งก่อสร้างแต่ละจุด ส่วนราชการหรือเอกชนรายใดเป็นผู้ดำเนินการ จากนั้นให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมกันพิจารณาความจำเป็นของสิ่งก่อสร้าง รวมถึงผลกระทบที่มีต่อแนวลำน้ำ โดยให้รายงานผลการตรวจสอบต่อผู้ว่าราชการจังหวัดแพร่ พร้อมข้อเสนอแนะการดำเนินการรื้อถอนหรือแก้ไขสิ่งก่อสร้างต่าง ๆ เพื่อให้เกิดประโยชน์ต่อพื้นที่เกษตรกรรมบริเวณท้ายน้ำด้วย

ประเด็นการบุกรุกพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติป่าแม่ก๋อนและป่าแม่สาย มอบหมายหน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการ ประกอบด้วย 1. จากการลงพื้นที่ TaC Team พบกรณีเอกชนบุกรุก แผ้วถาง และก่อสร้างอาคารในลักษณะที่พักสำหรับนักท่องเที่ยวในพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ ให้สำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้ที่ 3 สาขาแพร่ แจ้งเอกชนรายดังกล่าวระงับการก่อสร้างทันที และให้พิจารณาดำเนินการตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง ทั้งนี้ ให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในพื้นที่ ร่วมกำกับดูแลการก่อสร้างอาคารในพื้นที่ป่าแม่ก๋อนและป่าแม่สายอย่างเคร่งครัด

2. สำหรับกรณีการครอบครองและทำประโยชน์ในพื้นที่ของราษฎร ให้สำนักงานที่ดินจังหวัดแพร่ สำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้ที่ 3 สาขาแพร่ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ตรวจสอบความถูกต้องของเอกสารสิทธิ์ที่ออกในพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ ป่าแม่ก๋อนและป่าแม่สาย รวมทั้งตรวจสอบความถูกต้องของแนวเขตที่ดินที่ราษฎรใช้ประโยชน์ตามสิทธิครอบครอง รวมถึงสิทธิของผู้เข้าร่วมโครงการจัดที่ดินทำกินให้ชุมชนตามนโยบายรัฐบาล (คทช.) ว่าผู้ทำประโยชน์ในที่ดินในปัจจุบันเป็นผู้มีสิทธิรายเดิมหรือไม่ หากพบว่ามีการสวมสิทธิของนักลงทุนหรือผู้ประกอบการจากพื้นที่อื่นให้พิจารณาดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้องต่อไป

3. กรณีการบริหารจัดการพื้นที่ลำน้ำแม่ก๋อนในเชิงการท่องเที่ยว ให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในพื้นที่ อำเภอเมืองแพร่ ร่วมกับสำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้ที่ 3 สาขาแพร่ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง พิจารณาดำเนินการกำหนดกรอบแนวทางการใช้ประโยชน์ในพื้นที่ร่วมกันเป็นกรณีเร่งด่วนในจุดที่จะผ่อนผันให้เป็นพื้นที่รองรับการท่องเที่ยว โดยอย่างน้อยให้มีการกำหนดกรอบกิจกรรมที่ผู้ประกอบการดำเนินการได้และไม่ใด้ให้มีความชัดเจน เพื่อให้ผู้ประกอบการทุกรายรับไปดำเนินการในแนวทางเดียวกัน โดยให้คำนึงถึงการรักษาไว้ซึ่งทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม รวมทั้งเป็นไปตามกฎหมายที่เกี่ยวข้องด้านสาธารณสุข

ทั้งนี้ สำนักงาน ป.ป.ช. จะรายงานผลการจัดทำข้อตกลงร่วมภายใต้โครงการต้านและลดทุจริตด้วยกลไกสหยุทธ์ฯ ในพื้นที่ภาค 5 (จังหวัดแพร่) เสนอต่อผู้ว่าราชการจังหวัดแพร่และเลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ช โดยในส่วนของการกำกับ ติดตาม และดำเนินการ
แก้ไขปัญหาความเสี่ยงต่อการทุจริตประเด็นการล่วงล้ำลำน้ำและการบุกรุกป่าสงวนในพื้นที่จังหวัดแพร่ จะมีการขับเคลื่อนการดำเนินการต่อเนื่องผ่านกลไกของคณะอนุกรรมการดำเนินงานตามยุทธศาสตร์ชาติว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริตจังหวัดแพร่ และจะมีการเสนอให้จัดตั้งคณะทำงานร่วมของทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อร่วมกันดำเนินการบริหารจัดการพื้นที่บริเวณลำน้ำแม่ก๋อน และป่าสงวนแห่งชาติ ป่าแม่ก๋อนและป่าแม่สาย เพื่อนำไปสู่การถอนหมุดประเด็นความเสี่ยงต่อการทุจริตดังกล่าวให้แล้วเสร็จต่อไป