มทส.โคราช ชวนเที่ยว เกษตรสุรนารี 67 มหกรรมเทคโนโลยีมันสำปะหลัง 

ประชาสัมพันธ์12 ธ.ค. 2566 • 13:59 น.
มทส.โคราช ชวนเที่ยว เกษตรสุรนารี 67 มหกรรมเทคโนโลยีมันสำปะหลัง 

หยุด 3 ปี กลับมาอีกครั้ง มทส.โคราช ชวนเที่ยว เกษตรสุรนารี 67 มหกรรมเทคโนโลยีมันสำปะหลัง งานวันเด็กแห่งชาติ   


เมื่อวันที่ 12 ธันวาคม 2566 ที่ห้องสุรนารี อาคารสุรสัมมนาคาร มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี (มทส.) นครราชสีมา นายสยาม  ศิริมงคล ผวจ.นครราชสีมา พร้อมนางยลดา  หวังศุภกิจโกศล นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) นครราชสีมา รศ.ดร.อนันต์  ทองระอา อธิการบดี มทส. ดร.มัลลิกา  สังข์สนิท รองอธิการบดีฝ่ายพันธกิจสัมพันธ์นวัตกรรมและความเป็นผู้ประกอบการ มทส. และนายธีระ  เอื้ออภิธร นายกสมาคมโรงงานผู้ผลิตมันสำปะหลังภาคตะวันออกเฉียงเหนือ แถลงข่าวการจัด “งานเกษตรสุรนารี” 67 ,งาน thailand Tapioca  Expo 2024 และ “งานวันเด็กแห่งชาติ ประจำปี 2567” ภายใต้แนวคิด "Sustainable Agri-Innovation for BCG : เกษตรสร้างสรรค์ นวัตกรรมก้าวหน้าสู่การพัฒนาเศรษฐกิจสีเขียวอย่างยั่งยืน ระหว่างวันที่ 12-21 มกราคม 2567 รวม 10 วัน 10 คืน บนพื้นที่ 600 ไร่ เทคโนธานี 

พบการจัดอบรม สัมมนา เวทีเสวนา และ Go Green Workshop อบรมหลักสูตรระยะสั้นสร้างอาชีพ กับ "Go Green Go Organic" for BCG เพื่อยกระดับเกษตรกรไทย ขับเคลื่อนเกษตรปลอดภัยด้วยโมเดลเศรษฐกิจ BCG กว่า 50 หลักสูตร เรียนรู้จากฐานเทคโนโลยีกว่า 10 ฐาน การประกวดพืชเศรษฐกิจ ได้แก่ ประกาดมันสำปะหลัง กล้วยไม้ แคคตัส และผลไม้ การประกวดสัตว์ ที่สร้างความประทับใจมาโดยตลอดคือ ได้แก่ ประกวดโค ประกวดสุนัข และประกวดแมว ไก่พื้นเมือง การออกแบบภูมิสถาปัตย์ภายในงานที่เน้น Go Green จัดแสดงแฮงสีแสง บริเวณแนวต้นไม้ใหญ่ โดยรอบแนวแปลงกัญชา ถึงอาคารแสดงกลางแจ้งสุรนิทัศน์ เพื่อให้เป็นจุดพักผ่อนที่เขียวสะอาด ร่มรื่นใช้ต้อนรับผู้ชมงานถือเป็นจุดเช็คอินหนึ่งที่ไม่ควรพลาดและการเปิดโลกแห่งการเรียนรู้ อุทยานการเรียนรู้สิรินธร-มทส. เปิดให้เข้าชมฟรี ตั้งแต่พิพิธภัณฑ์เทคโนโลยีไทยโบราณ ห้องไทยศึกษานิทัศน์และวัฒนธรรมอาเชียน อุทยานผีเสื้อ สวนพฤกษศาสตร์ มทส. จัตุรัสวิทยาศาสตร์ อพ.วช. ลานกิจกรรม SPL Learning Station เปิดให้ทุกคนได้มีส่วนร่วมผ่านกิจกรรม Walk Rally หลังทำการ Check point เมื่อเข้าชมแหล่งเรียนรู้ต่างๆ รับเกียรติบัตร และของที่ระลึกมากมาย พลาดไม่ได้สำหรับการเดินงานแฟร์ คือได้ ชม...ชิม...ช้อป...! "งานเกษตรสุรนารี 67" ได้จัดร้านค้าจำหน่ายผลิตผลการเกษตร ผักปลอดสาร อาหารปลอดภัย ผลิตภัณฑ์จากเครือข่ายที่ได้รับการถ่ายทอดเทคโนโลยีและนวัตกรรมจาก


มทส. สินค้าจากกลุ่มเกษตรกร และสินค้าอุปโภคบริโภคหลากหลาย ร้านค้าชมรมนักศึกษา กิจกรรมจากชมรมและองค์กรนักศึกษาได้รับความสนใจผู้ประกอบการออกร้านจำหน่ายสินค้ามากกว่า 700 ร้าน รวมถึง Food Truck ที่จัดรอบลานพลาซ่า การแสดงบันเทิงบนเวทีกลาง พบกับศิลนที่มีชื่อเสียงระดับประเทศ อาทิ ป๊อบ ปองกุล Lomosonic sweet Mullet เน็ค นฤพล จากภาพยนตร์เรื่อง สัปเหร่อ และจ๊ะ นงผณี การแสดงดนตรีของนักศึกษา และการเดินแบบผ้าไหม มาร่วมให้ความบันเทิงแก่ผู้ชมภายในงานบริวณลานพลาซ่ และอาคารแสดงกลางแจ้งสุรนิทัศน์ไม่มีค่าใช้จ่าย

สำหรับ “งานวันเด็กแห่งชาติ”" ในวันเสาร์ที่ 13 ม.ค นี้ ภายในอาคารสุรพัฒน์ 2 ภายใต้แนวคิด "เส้นทางแห่งการเรียนรู้...สู่อนาคตที่ยั่งยืนของชาติ" โดยความร่วมมือจากสำนักวิชา มทส. ร่วมจัดซุ้มกิจกรรมที่เน้นความสนุกสนานแฝงสาระด้าน SDGs การเรียนรู้ด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี SDGs Kid Zone การประกวดหนูน้อย สุขภาพดี การประกวดหนูน้อยฟันสวย การแข่งขันกินผักมาราธอน การแข่งคลาน การประกวดวาดภาพ “หนูน้อยพิทักษ์โลก” ซึ่งจัดขึ้นเพื่อการให้เกิดการมีส่วนรวมของครอบครัวซึ่งเป็นสถาบันรากฐานที่สำคัญของสังคม เรียกได้ว่า "มา มทส. ที่เดียว เที่ยวได้ทั้งครอบครัว"

นายสยาม ผวจ.นครราชสีมา เปิดเผยว่า งาน “เกษตรสุรนารี” 67 ถือเป็นกิจกรรมใหญ่ของ มทส.และ จ.นครราชสีมา ผนวก 3 กิจกรรมหลักที่น่าสนใจเข้าด้วยกัน ประกอบด้วย “เกษตรสุรนารี 67” “งาน Thailand Tapioca Expo Korat 2024” ของสมาคมโรงงานผู้ผลิตมันสำปะหลังและ “งานวันเด็กแห่งชาติประจำปี 2567” เพื่อช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวช่วงต้นปีให้กลับมาคึกคักอีกครั้ง หลังจากว่างเว้น 3 ปี จากสถานการณ์โควิด-19 ทั้งยังเป็นการเชื่อมประสานระหว่างหน่วยงานภาครัฐ ภาคการศึกษา เอกชนและผู้ประกอบการ เพื่อถ่ายทอดองค์ความรู้เผยแพร่ผลงานทางวิชาการ นวัตกรรมและความก้าวหน้าด้านเทคโนโลยีทางการเกษตรครบวงจร ตั้งแต่ระดับต้นน้ำ กลางน้ำและปลายน้ำ ถือเป็นโอกาสครั้งสำคัญที่พี่น้องเกษตรกร วิสาหกิจชุมชนได้มาเก็บเกี่ยวองค์ความรู้และประสบการณ์อัพเดทเทคโนโลยีใหม่ๆ ด้วย

นางยลดา นายก อบจ.นครราชสีมา กล่าวว่า โคราชเป็นประตูสู่อีสาน มีการพัฒนาและเติบโตอย่างรวดเร็ว เป็นศูนย์กลางของภูมิภาค ทั้งเศรษฐกิจ อุตสาหกรรม เกษตรกรรม มีพืชเศษฐกิจ คือ ข้าว มันสำปะหลัง ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ โดยเฉพาะ “มันสำปะหลัง” เป็นพืชเศรษฐกิจที่มีความสำคัญและเกี่ยวข้องกับวิถีชีวิตเกษตรกรนับแสนครัวเรือน จนได้การขนานนามว่าเป็น “เมืองหลวงมันสำปะหลังไทย” เนื่องจากมีพื้นที่เพาะปลูกและผลผลิตมากเป็นอันดับหนึ่งของประเทศและจำนวนโรงงานแปรรูปมันสำปะหลังมากที่สุดอีกด้วย อบจ.นครราชสีมา พร้อมเคียงข้างให้การส่งเสริมพัฒนาอาชีพแก่ประชาชน เกษตรกรผู้ปลูกมันสำปะหลัง โดยกำหนดนโยบายจัดสรรงบประมาณช่วยเหลือเกษตรกรร่วมกับสมาคมโรงงานผู้ผลิตมันสำปะหลังและ มทส. ซึ่งเป็นโครงการที่สอดคล้องกับนโยบายส่งเสริม BCG โมเดลของรัฐบาล รวมทั้งร่วมกับทุกภาคส่วนขับเคลื่อนเศรษฐกิจชีวภาพ เศรษฐกิจสีเขียว เพื่อสร้างความยั่งยืนให้กับชุมชนต่อไปในอนาคต

รศ.ดร.อนันต์ อธิการบดี มทส. กล่าวว่า มทส.ได้ประกาศตัวเป็นที่พึ่งของชุมชนและรับใช้สังคมพร้อมเปิดพื้นที่ให้ประชาชนได้เข้ามาร่วมใช้ประโยชน์และความร่วมมือของทุกฝ่ายที่มาสร้างพันธกิจสัมพันธ์ร่วมกัน เพื่อเชื่อมโยงผลงานวิจัยและนวัตกรรมด้านเทคโนโลยีการเกษตร ตลอดจนองค์ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ หน่วยงานภาครัฐและเอกชน ตลอดจนองค์กรที่เกี่ยวข้อง เพื่อเผยแพร่งานวิชาการ การปรับแปลงและถ่ายทอดเทคโนโลยีและนวัตกรรมที่เป็นประโยชน์ต่อเกษตรกร ผู้ประกอบการด้านการเกษตรและประซาชนที่สนใจ โดยเฉพาะพื้นที่ “นครชัยบุรินทร์” เพื่อเพิ่มมูลค่าทางการเกษตร ความสามารถในการแข่งขันและเพิ่มคุณภาพชีวิตอย่างยั่งยืน

 

ด้านนายธีระ นายกสมาคมโรงงานผู้ผลิตมันสำปะหลังภาคตะวันออกเฉียงเหนือ กล่าวถึงการจัดงาน Thailand Tapioca Expo 2024 หรือ มหกรรมสินค้านวัตกรรมเทคโนโลยี เครื่องจักรกลการเกษตร ภายใต้แนวคิด “ตลาดนำ นวัตกรรมเสริม เพิ่มรายได้มันสำปะหลัง BCG คาร์บอนต่ำ สู่ความยั่งยืน” เพื่อขับเคลื่อนศักยภาพของไทยในฐานะผู้ผลิตและส่งออกมันสำปะหลังอันดับหนึ่งของโลก สร้างเครือข่ายผู้ประกอบการ เกษตรกร ผู้แปรรูป ผู้ส่งออกและนำเข้าทั้งภายในและภายนอกประเทศ เชื่อมโยงแลกเปลี่ยนข้อมูลระหว่างกัน โดยการจัดแสดงนิทรรศการมันสำปะหลังตั้งแต่ต้นน้ำ กลางน้ำ และปลายน้ำ การจับคู่ทางธุรกิจ (Business Matching) พิธีลงนาม MOU ซื้อขายมันสำปะหลังระหว่างผู้ประกอบการไทยกับคู่ค้าต่างประเทศ การประชุมสัมมนาเกษตรกร การออกบูธแสดงสินค้านวัตกรรมที่เกี่ยวข้องกับมันสำปะหลัง โดยมีนายภูมิธรรม  เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.พาณิชย์ เป็นประธานในพิธีเปิด การจัดงานครั้งนี้ได้รับความร่วมมือจากผู้แทน 23 หน่วยงาน ได้รับการสนับสนุนงบประมาณจากสำนักงานจัดส่งเสริมการประชุมและนิทรรศการ หรือ TCEB คาดจะสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจได้กว่า 500 ล้านบาท และได้รับประโยชน์ในการต่อยอดยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของไทยสู่สากลต่อไป