- โฆษณา -

“ASW” พร้อมเข้าเทรด SET ระดมทุน สยายปีกธุรกิจอสังหาฯ ตอบเทรนด์ผู้บริโภคยุคดอกเบี้ยต่ำ

อสังหาริมทรัพย์19 เม.ย. 2564 • 18:11 น.
“ASW” พร้อมเข้าเทรด SET ระดมทุน สยายปีกธุรกิจอสังหาฯ ตอบเทรนด์ผู้บริโภคยุคดอกเบี้ยต่ำ
นับถอยหลังหุ้นอสังหาริมทรัพย์ ปัจจัยพื้นฐานแกร่ง อนาคตโตก้าวกระโดดอย่าง บริษัท แอสเซทไวส์ จำกัด (มหาชน) (ASW) เตรียมลงสนามเทรดตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) ในวันที่ 28 เม.ย.64 ท่ามกลางกระแสตอบรับจากนักลงทุนสถาบัน กองทุน และนักลงทุนรายย่อย อย่างอบอุ่น เนื่องจากมองเห็นศักยภาพการเติบโตของธุรกิจ ภายหลังการเข้าระดมทุนและจดทะเบียนใน SET ที่จะหนุนธุรกิจติดปีก ทั้งในแง่ความสามารถการแข่งขันที่สูงขึ้น และต้นทุนทางการเงินที่ลดลง ASW ก่อตั้งเมื่อปี 2548 ก่อนวิกฤติแฮมเบอร์เกอร์ เริ่มต้นจากครอบครัว "กรมเชษฐ์ วิพันธ์พงษ์" ประะธานเจ้าหน้าที่บริหาร ASW ซึ่งจบการศึกษาด้านวิศวกรรมโยธา และบริหารงานก่อสร้าง รวมถึงทำธุรกิจด้านการรับเหมาก่อสร้างมาก่อนกับครอบครัว โดยเฉพาะแนวราบ ทั้งบ้านเดี่ยว บ้านแฝด ทาวน์โฮม และโฮมออฟฟิศ ในย่านรามอินทราได้แก่ โครงการจามจุรีพาร์ค, iPlace,The Ozone และWise ซึ่งปิดโครงการไปแล้วทั้งหมด โดยปี 2556 เริ่มลงมาบุกตลาดแนวราบ (บ้านเดี่ยว บ้านแฝด ทาวน์โฮม และโฮมออฟฟิศ) รวมถึงคอนโดฯแบบ Low Rise และ High Rise ในนามของ ASSETWISE ตอบโจทย์รูปแบบการดำรงชีวิตให้ตรงกับความต้องการของลูกค้า ด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกที่ครบครัน ภายใต้แนวคิด "ความสุขที่ออกแบบมาเพื่อคุณ...We Build Happiness" ASW เริ่มตันพัฒนาโครงการคอนโดมิเนียมครั้งแรกแบบ Low Rise 8 ชั้นในปี 2556 จำนวน 3 โครงการ ได้แก่ B Campus (ประชาชื่น), Esta (พหลโยธิน-สะพานใหม่) และ Modiz ลาดพร้าว 18 รวมมูลค่า 1.2 พันล้านบาท ซึ่งได้ความตอบรับอย่างดี( ณ สิ้น ธ.ค.63) B-Campus เหลือขาย 1 ยูนิต มูลค่าราว 4.58 ล้านบาท ส่วน Esta และ Modiz ลาดพร้าว 18 ปีดการขาย และโอนฯ หมดแล้ว) จากความสำเร็จดังกล่าว ทำให้บริษัทมีการพัฒนาโครงการคอนโดฯอย่างต่อเนื่อง จนกลายเป็นหนึ่งในผู้บุกเบิกโครงการคอนโดฯบนทำเลที่มีความหนาแน่นของชุมชน และไม่ไกลจากแนวสถานีรถไฟฟ้า BTS และ MRTรวมถึงพื้นที่ที่อยู่ในความต้องการของกลุ่มลูกค้า เช่น ใกล้มหาวิทยาลัย เป็นต้น มุ่งเน้นการออกแบบโครงการที่มีเอกลักษณ์ และฟังก์ชั่นการใช้งานที่คุ้มค่า พร้อมให้บริการหลังการขาย ผ่านการให้บริการรับฝากขายฝากเช่า รวมถึงการขยายไปยังธุรกิจอสังหาฯ เพื่อเช่าใกล้คอนโดฯ เพื่อเพิ่มความสะดวกสบายให้กับลูกค้าและผู้อยู่อาศัยในโครงการ ASW เปิดจองซื้อหุ้น IPO จำนวน 206 ล้านหุ้น ในราคาหุ้นละ 9.82 บาท ระหว่างวันที่ 19–21 เมษายน 2564 ได้รับความสนใจจากนักลงทุนอย่างคึกคัก เนื่องจากนักลงทุนมั่นใจในปัจจัยพื้นฐานของ ASW ในฐานะหุ้นอสังหาฯ High Growth อัตราการทำกำไรขั้นต้น (ย้อนหลัง 3 ปี ) อยู่ในระดับสูง 30.7- 44.2% เนื่องจากควบคุมต้นทุนการดำเนินงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ จากประสบการณ์การดำเนินธุรกิจมายาวนาน และมีโอกาสเติบโตได้อีกมากจากโปรเจคในอนาคต หลังเข้าระดมทุนและจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) "เงินที่ได้จากการระดมทุนในครั้งนี้ บริษัทเตรียมนำไปใช้สำหรับพัฒนาโครงการระหว่างปี 2564-2567 รวมไปถึงคืนหนี้สถาบันการเงิน และใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียน โดยในปีนี้บริษัทเตรียมเปิด 6 โครงการใหม่ มูลค่า 10,850 ล้านบาท และมีโครงการในอนาคตพร้อมพัฒนาและขายใน 4-5 ปีข้างหน้าจำนวน 11 โครงการมูลค่า 21,202 ล้านบาท"กรมเชษฐ์ วิพันธ์พงษ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ASW กล่าว หลัง ASW เข้าระดมทุนและจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ ทำให้ฐานทุนมีความแข็งแกร่ง และต้นทุนการดำเนินธุรกิจลดลง เพิ่มโอกาสในการขยายธุรกิจรองรับความต้องการของผู้บริโภคในยุคดอกเบี้ยต่ำได้เป็นอย่างดี อีกทั้งยังได้รับปัจจัยหนุนจากกรณีที่รัฐบาลเตรียมปลดล็อคให้ต่างชาติซื้อบ้านและคอนโดฯ เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ ส่งผลดีกับภาพรวมธุรกิจอสังหาฯ นอกจากนี้ภาพรวมของธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ถัดจากนี้คาดว่าจะกลับมาคึกคักได้อีกครั้ง เนื่องจากมีปัจจัยบวกสนับสนุนหลายประเด็นทั้งอัตราดอกเบี้ยที่อยู่ในระดับต่ำ ความต้องการซื้อยังคงอยู่ในระดับสูง ขณะที่ภาครัฐได้ผ่อนคลายหลายๆ มาตรการเพื่อช่วยกระตุ้นให้อสังหาริมทรัพย์กลับมาฟื้นตัวและสามารถซื้อขายได้คล่องตัวยิ่งขึ้น หากมองในแง่ของปัจจัยพื้นฐานที่แข็งแกร่ง และโอกาสการเติบโต ASW ถือเป็นตัวเลือกที่โดดเด่นอย่างมากสำหรับหุ้นกลุ่มอสังหาฯในเวลานี้