"หมอเจด" ชี้อันตรายจากนิ่วในถุงน้ำดีและท่อน้ำดีในกรณีของ "หนุ่ม กรรชัย"

คุณภาพชีวิต31 ต.ค. 2568 • 15:44 น.
"หมอเจด" ชี้อันตรายจากนิ่วในถุงน้ำดีและท่อน้ำดีในกรณีของ "หนุ่ม กรรชัย"

วันที่ 31 ต.ค.68 นพ.เจษฎ์ บุณยวงศ์วิโรจน์ รองผู้อำนวยการโรงพยาบาลมหาราชนครราชสีมา โพสต์ข้อความผ่านเพจ "หมอเจด" ระบุว่า...

จากข่าวอาการป่วยของพี่หนุ่ม กรรชัย ที่ปวดท้องรุนแรง มีไข้ และตรวจพบค่าไตสูง หมอสันนิษฐานว่าเกิดจากนิ่วในถุงน้ำดีที่หลุดไปอุดท่อน้ำดี

ฟังดูเหมือนเรื่องเล็ก ๆ แต่จริง ๆ แล้วภาวะนี้อันตรายกว่าที่คิดครับ

เพราะ“นิ่วในถุงน้ำดี” กับ “นิ่วในท่อน้ำดี” แม้จะเป็นนิ่วเหมือนกัน แต่ตำแหน่งที่มันไปอุดตัน เสี่ยงแบบไหนอันตรายกว่ากัน ผมขอจะมาอธิบายให้เข้าใจง่ายๆ ครับ

เข้าใจก่อนว่าน้ำดีทำงานแบบไหน

ร่างกายเรามีตับสร้างน้ำดี แล้วส่งมาพักไว้ที่ถุงน้ำดีเพื่อช่วยย่อยไขมัน

เมื่อเรากินของมัน ถุงน้ำดีจะบีบตัว ปล่อยน้ำดีผ่านท่อน้ำดีไปยังลำไส้เล็ก

แต่ถ้าในระบบนี้เกิดก้อนนิ่วขึ้นมาเมื่อไร มันจะเหมือนมีเศษหินไปขวางทางน้ำดีให้ไหลไม่สะดวกครับ

นิ่วในถุงน้ำดี vs นิ่วในท่อน้ำดี

นิ่วในถุงน้ำดี (Gallstone):

มักเกิดจากน้ำดีที่เข้มข้นเกินไปจนตกตะกอน ก้อนนิ่วนั้นขังอยู่ในถุงน้ำดีเฉย ๆ บางคนอยู่ไปทั้งชีวิตก็ไม่รู้ตัว

นิ่วในท่อน้ำดี (CBD Stone):

คือก้อนนิ่วที่หลุดจากถุงน้ำดีมาอุดอยู่ในท่อน้ำดีหลัก

ซึ่งอันนี้อันตรายกว่า เพราะเป็นเส้นทางหลักที่น้ำดีจากตับต้องไหลผ่าน

ผลคือเกิดอาการอุดตัน น้ำดีคั่ง และถ้าเชื้อแบคทีเรียเข้าไป ก็อาจลุกลามถึงขั้นติดเชื้อในกระแสเลือดได้ครับ

อาการที่ต้องระวัง

นิ่วในถุงน้ำดี:

- ปวดชายโครงขวาหลังมื้ออาหารมัน ๆ

- ปวดจุกแน่น อาจร้าวมาที่สะบัก

-คลื่นไส้ อาเจียน แต่ยังไม่มีไข้สูงหรือตัวเหลืองในระยะแรก

นิ่วในท่อน้ำดี:

- ปวดท้องรุนแรงต่อเนื่อง โดยเฉพาะใต้ชายโครงขวา

- มีไข้ หนาวสั่น

- ตัวเหลือง ตาเหลือง

ปัสสาวะสีเข้ม / อุจจาระสีซีด

อาการแบบนี้ถือเป็นสัญญาณเตือนที่ต้องรีบพบแพทย์ทันที เพราะอาจเป็นภาวะ ท่อน้ำดีอักเสบเฉียบพลันได้ครับ

ทำไมค่าไตถึงขึ้นในภาวะนี้?

เวลาน้ำดีคั่งและติดเชื้อ ร่างกายจะเกิดภาวะอักเสบรุนแรงทั่วร่างกาย

เลือดที่ควรไปเลี้ยงไตกลับลดลง ทำให้เกิดไตวายเฉียบพลัน

ดังนั้นค่าไตที่สูงขึ้นในเคสแบบนี้ ไม่ใช่เพราะโรคไตโดยตรง แต่เป็นผลจากร่างกายช็อกจากการติดเชื้อครับ

การรักษา

ยังไม่อุดตัน: หมอมักเฝ้าดูอาการ หรือวางแผนผ่าตัดส่องกล้องเอาถุงน้ำดีออก

อุดตันแล้ว: ต้องระบายน้ำดีด่วน โดยใช้วิธี ERCP (ส่องกล้องผ่านปาก) เพื่อคีบเอาก้อนนิ่วออก ลดการอักเสบ

เมื่ออาการดีขึ้นแล้ว จึงผ่าตัดเอาถุงน้ำดีต้นเหตุออก เพื่อไม่ให้นิ่วกลับมาอีกครับ

ป้องกันไม่ให้นิ่วกลับมา

1. ควบคุมน้ำหนัก ไม่อดอาหารหรือไดเอตหักโหม

2. ลดของทอด เครื่องใน และอาหารไขมันสูง

3. ดื่มน้ำมากพอเพื่อให้ระบบน้ำดีไม่ข้น

4. กินผัก ผลไม้ และธัญพืชไม่ขัดสีให้มากขึ้น

5. ถ้ามีอาการปวดหลังอาหารมัน ๆ ซ้ำ ๆ อย่าชะล่าใจ รีบตรวจอัลตราซาวนด์ช่องท้องครับ

นิ่วในถุงน้ำดีไม่ใช่เรื่องไกลตัวเลยครับ

ถ้ามีอาการปวดท้องขวาบ่อย ๆ หรือจุกแน่นหลังอาหาร อย่ารอให้ปวดจนนอนไม่ได้

เพราะนิ่วก้อนเดียว อาจเปลี่ยนจากแค่อาการแน่นท้องไปเป็นติดเชื้อในกระแสเลือด ได้ในไม่กี่ชั่วโมง ฝากด้วยครับถ้ามีอาการผิดปกติ รีบไปตรวจไว้ก่อนจะดีที่สุดครับ หากใครมีคำถามคอมเมนต์ได้เลยนะครับ

#หมอเจด #นิ่ว #ท่อน้ำดี #หนุ่มกรรชัย #สุขภาพ