สทนช.เร่งรับมือ "พายุคัลแมกี" เข้าไทย 6-8 พ.ย. สั่งจับตา 3 เขื่อนใหญ่ใกล้เต็ม! พร้อมประกาศเพิ่มการระบายน้ำ "เขื่อนเจ้าพระยา" ทันที

คุณภาพชีวิต5 พ.ย. 2568 • 10:01 น.
สทนช.เร่งรับมือ "พายุคัลแมกี" เข้าไทย 6-8 พ.ย. สั่งจับตา 3 เขื่อนใหญ่ใกล้เต็ม! พร้อมประกาศเพิ่มการระบายน้ำ "เขื่อนเจ้าพระยา" ทันที

วันที่ 5 พฤศจิกายน 2568 เวลา 07.00 น. สำนักทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) รายงานสถานการณ์น้ำและสภาพอากาศภาพรวมของประเทศ โดยมีการเปิดเผยถึงการเตรียมรับมือพายุไต้ฝุ่น "คัลแมกี" และการปรับเพิ่มการระบายน้ำที่เขื่อนเจ้าพระยา ขณะนี้สภาพอากาศทั่วไปพบว่าร่องมรสุมพาดผ่านภาคใต้ตอนบน อ่าวไทย และภาคตะวันออก เข้าสู่หย่อมความกดอากาศต่ำบริเวณชายฝั่งประเทศเวียดนามตอนล่าง ในขณะที่บริเวณความกดอากาศสูงหรือมวลอากาศเย็นกำลังปานกลางจากประเทศจีนปกคลุมภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ส่งผลให้ประเทศไทยตอนบนจะมีฝนลดลง แต่ยังคงมีฝนตกหนักเกิดขึ้นได้บางพื้นที่ สำหรับภาคใต้ยังคงมีฝนฟ้าคะนองและมีฝนตกหนักบางพื้นที่ โดยมีการคาดการณ์พื้นที่เสี่ยงฝนตกหนักในช่วงวันที่ 5 - 6 พฤศจิกายน 2568 ได้แก่ จังหวัดเพชรบุรี (อำเภอแก่งกระจาน) จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ (อำเภอสามร้อยยอด ปราณบุรี หัวหิน และบางสะพาน) จังหวัดพังงา (อำเภอคุระบุรี) และจังหวัดระนอง (อำเภอละอุ่น เมืองฯ สุขสำราญ และกะเปอร์)

สำหรับสถานการณ์พายุ พายุไต้ฝุ่น “คัลแมกี” ซึ่งอยู่บริเวณประเทศฟิลิปปินส์ มีแนวโน้มจะเคลื่อนลงสู่ทะเลจีนใต้ตอนกลาง และคาดว่าจะเคลื่อนขึ้นฝั่งประเทศเวียดนามตอนกลางในช่วงวันที่ 6 – 7 พฤศจิกายน 2568 จากนั้นมีแนวโน้มจะอ่อนกำลังลงเป็นพายุโซนร้อนและพายุดีเปรสชันตามลำดับ ก่อนจะเคลื่อนเข้าปกคลุมประเทศไทยตอนบน สทนช. คาดการณ์ว่าในช่วงวันที่ 7 – 10 พฤศจิกายน 2568 ประเทศไทยตอนบนจะมีฝนเพิ่มขึ้นและมีฝนตกหนักบางแห่ง เนื่องจากอิทธิพลของพายุ ประกอบกับบริเวณความกดอากาศสูงที่ปกคลุมประเทศไทยตอนบนมีกำลังอ่อนลง ส่งผลให้ร่องมรสุมจะเลื่อนขึ้นพาดผ่านบริเวณภาคเหนือตอนล่าง ภาคกลาง ภาคตะวันออก และภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง

โดยวานนี้ (4 พฤศจิกายน 2568) นายภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เป็นประธานการประชุมติดตามสภาพอากาศและสถานการณ์น้ำ ณ ห้องประชุม 302 ตึกบัญชาการ 2 ทำเนียบรัฐบาล และเปิดเผยว่า นายอนุทิน ชาญวีรกุล นายกรัฐมนตรี มีความเป็นห่วงต่อสถานการณ์อุทกภัยที่เกิดขึ้น และได้สั่งการให้ทุกหน่วยงานเตรียมรับมือกับสถานการณ์ “พายุคัลแมกี” ที่คาดว่าจะส่งผลให้ประเทศไทยตอนบนมีฝนเพิ่มขึ้นและฝนตกหนักในหลายพื้นที่ โดยเฉพาะภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง ภาคกลาง และภาคตะวันออก ในช่วงวันที่ 6 - 8 พฤศจิกายน 2568

นายกรัฐมนตรีได้กำชับให้เฝ้าระวังสถานการณ์น้ำในพื้นที่ลุ่มน้ำปิง วัง ยม น่าน และเจ้าพระยา ซึ่งยังคงน่าเป็นห่วงอย่างต่อเนื่องจากอิทธิพลของพายุ 6 ลูกที่ผ่านมา ส่งผลให้ปริมาณน้ำในเขื่อนมีปริมาณมากเกือบเต็มความจุในหลายเขื่อน โดยเฉพาะเขื่อนขนาดใหญ่ ได้แก่ เขื่อนภูมิพล เขื่อนสิริกิติ์ และเขื่อนอุบลรัตน์ ซึ่งอยู่ในแนวพื้นที่รับฝนจากพายุคัลแมกี จึงสั่งการให้ทุกหน่วยงานวางแผนการพร่องระบายน้ำจากแต่ละเขื่อนอย่างรอบคอบรัดกุม เพื่อรักษาความปลอดภัยของตัวเขื่อนและต้องไม่ส่งผลกระทบต่อพื้นที่ท้ายน้ำ

ด้านกรมชลประทาน รายงานความคืบหน้าสถานการณ์น้ำเจ้าพระยา ณ เวลา 07.00 น. ว่า สถานี C.2 อำเภอเมือง จังหวัดนครสวรรค์ มีปริมาณน้ำไหลผ่านอยู่ที่ 2,908 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ระดับน้ำอยู่ที่ 24.69 เมตร ซึ่งยังต่ำกว่าตลิ่ง 1.01 เมตร โดยมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น ขณะที่สถานี C.13 เขื่อนเจ้าพระยา จังหวัดชัยนาท ปริมาณน้ำไหลผ่านอยู่ที่ 2,500 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ระดับน้ำเหนือเขื่อนอยู่ที่ 17.13 เมตร และระดับน้ำท้ายเขื่อนอยู่ที่ 15.97 เมตร (ต่ำกว่าตลิ่ง 43 เซนติเมตร) ซึ่งมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นเช่นกัน

จากสถานการณ์ฝนตกหนักบริเวณเหนือเขื่อนเจ้าพระยาและในพื้นที่ลุ่มน้ำเจ้าพระยาขณะนี้ ส่งผลให้มีปริมาณน้ำไหลเข้าเหนือเขื่อนเพิ่มมากขึ้นตามไปด้วย กรมชลประทานจึงขอแจ้งปรับเพิ่มการระบายน้ำท้ายเขื่อนเจ้าพระยา ตั้งแต่เวลา 11.00 น. ของวันนี้ (5 พ.ย. 68) จากอัตรา 2,500 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที เป็นอัตรา 2,600 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ภายในเวลา 17.00 น. ของวันนี้ และจะคงอัตราดังกล่าวต่อเนื่องไป โดยจะบริหารจัดการน้ำเหนือเขื่อนเจ้าพระยาด้วยการหน่วงน้ำไว้ด้านเหนือ พร้อมรับน้ำเข้าระบบชลประทานทั้งฝั่งซ้ายและฝั่งขวาของแม่น้ำเจ้าพระยา และหน่วงเก็บกักน้ำในทุ่งรับน้ำ เพื่อลดผลกระทบให้ได้มากที่สุด ทั้งนี้ หากมีความจำเป็นต้องปรับเพิ่มการระบายน้ำมากกว่า 2,700 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที กรมชลประทานจะประสาน สทนช. เพื่อจัดทำหนังสือเสนอคณะกรรมการทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (กนช.) พิจารณาต่อไป

ในภาพรวมสถานการณ์น้ำอ่างเก็บน้ำของประเทศ ปริมาณน้ำรวมอยู่ที่ 88% ของความจุเก็บกัก (70,960 ล้านลูกบาศก์เมตร) และปริมาณน้ำใช้การอยู่ที่ 81% (46,838 ล้านลูกบาศก์เมตร) อย่างไรก็ตาม ยังคงต้องเฝ้าระวังแหล่งน้ำบางแห่ง โดยมีแหล่งน้ำขนาดใหญ่ที่มีปริมาณน้ำต่ำกว่าระดับควบคุมต่ำสุด จำนวน 1 แห่ง คือ คลองสียัด ในภาคตะวันออก และมีแหล่งน้ำขนาดกลางที่มีปริมาณน้ำเก็บกักน้อยกว่า 30% จำนวน 21 แห่ง แบ่งเป็น ภาคเหนือ 3 แห่ง ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 4 แห่ง ภาคตะวันออก 5 แห่ง ภาคตะวันตก 7 แห่ง และภาคใต้ 2 แห่ง ในขณะที่คุณภาพน้ำ ณ จุดเฝ้าระวัง แม่น้ำสายหลัก ยังอยู่ในเกณฑ์มาตรฐานทั้งหมด ทั้งน้ำเพื่อการอุปโภคบริโภคที่แม่น้ำเจ้าพระยา ณ สถานีสูบน้ำสำแล จังหวัดปทุมธานี และน้ำเพื่อการเกษตร ในแม่น้ำท่าจีน แม่น้ำแม่กลอง และแม่น้ำบางปะกง

ในส่วนของการเยียวยาและบรรเทาความเดือดร้อนให้กับประชาชน นายกรัฐมนตรีได้สั่งการให้กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยประสานผู้ว่าราชการจังหวัด ในการเร่งรัดการเบิกจ่ายเงินช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยในช่วงฤดูฝน ปี 2568 ตามมติ ครม. เมื่อวันที่ 21 ตุลาคม 2568 พร้อมทั้งมีการประชุมหาแนวทางให้ความช่วยเหลือประชาชนที่อยู่ในพื้นที่ท่วมขังเกินกว่า 30 วัน แต่ไม่เกิน 60 วัน และที่อยู่ในพื้นที่ท่วมขังเกินกว่า 60 วัน และกำชับให้เตรียมรับมือสถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่ภาคใต้ต่อไปหลังจากพายุคัลแมกีผ่านพ้นไปแล้ว