"ชัชชาติ" รับ 2 โจทย์ใหญ่ 'ปากท้อง-คอร์รัปชัน' สั่งลุยเข้ม! ชี้ผลโพลมีส่วน ตัดสินใจลงผู้ว่าฯ กทม. สมัยหน้า

คุณภาพชีวิต8 ธ.ค. 2568 • 15:05 น.
"ชัชชาติ" รับ 2 โจทย์ใหญ่ 'ปากท้อง-คอร์รัปชัน' สั่งลุยเข้ม! ชี้ผลโพลมีส่วน ตัดสินใจลงผู้ว่าฯ กทม. สมัยหน้า

วันที่ 8 ธันวาคม 2568 ที่ศาลาว่าการ กทม. นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ให้สัมภาษณ์เปิดใจถึงผลสำรวจความคิดเห็นประชาชน (นิด้าโพล) ที่สะท้อนการทำงานในช่วง 3 ปีครึ่งที่ผ่านมา โดยกล่าวน้อมรับผลโพลและขอบคุณประชาชนที่ให้คะแนนความพึงพอใจ แม้ส่วนหนึ่งอาจเป็นเพราะปัจจุบันยังไม่มีคู่แข่งที่ชัดเจนในสนาม จึงทำให้คะแนนนิยมยังดูดีอยู่ แต่ตนไม่ได้มองจุดที่ได้รับคำชมเป็นหลัก กลับมุ่งเน้นไปที่จุดอ่อนที่ต้องเร่งปรับปรุง โดยยอมรับว่ามี 2 เรื่องหลักที่เป็นปัญหาใหญ่ คือ เรื่องปัญหาปากท้องและเรื่องการทุจริตคอร์รัปชัน ซึ่งในเรื่องเศรษฐกิจปากท้องนั้น ถือเป็นเรื่องใหญ่ที่ กทม. อาจจะยังช่วยเหลือได้ไม่เต็มที่ จึงต้องพยายามคิดแผนหาแนวทางช่วยเหลือ ทั้งการฝึกอาชีพและการจัดหาพื้นที่ทำมาหากินให้กับประชาชน ส่วนเรื่องคอร์รัปชันนั้น ตนตั้งใจจะลุยให้หนักขึ้น เนื่องจากประชาชนยังมองว่ายังไม่เอาจริงเอาจังเท่าที่ควร แม้ว่าจะมีกรอบหน้าที่ที่ต้องดำเนินการอยู่ก็ตาม โดยได้มอบนโยบายให้ลงลึกดูรายละเอียดเป็นรายเขต เพื่อแก้ปัญหาให้ตรงจุด

สำหรับประเด็นเรื่องการศึกษา ซึ่งผลโพลออกมาว่ายังไม่ดีเท่าที่ควรนั้น นายชัชชาติมองว่า กทม. ได้ลงทุนไปมากและทำไปไม่น้อยกว่าเรื่องอื่น โดยมีการนำเทคโนโลยีเข้ามาช่วย แต่สาเหตุที่ผลสำรวจออกมาเช่นนี้ อาจเป็นเพราะผู้ตอบแบบสอบถามส่วนใหญ่อาจไม่ได้มีบุตรหลานเรียนอยู่ในโรงเรียนสังกัด กทม. และการพัฒนาการศึกษาเป็นเรื่องที่ต้องใช้เวลาในการออกดอกออกผล ไม่สามารถเห็นผลได้ภายในวันหรือสองวัน ซึ่งจากนี้จะต้องพยายามสื่อสารให้เห็นผลเป็นรูปธรรมมากขึ้น ในขณะที่ผลงานที่ประชาชนชื่นชมคือเรื่องทางเท้าและการจัดระเบียบเมืองนั้น ล่าสุด กทม. ดำเนินการปรับปรุงทางเท้าไปแล้วกว่า 1,100 กิโลเมตร ซึ่งมีทั้งการทำใหม่เต็มรูปแบบและการปรับปรุงซ่อมแซม เพื่อให้ประชาชนเดินทางได้สะดวกและเชื่อมต่อการเดินทางได้ง่ายขึ้น

นอกจากนี้ นายชัชชาติยังได้กล่าวถึงโจทย์ที่ท้าทายในอนาคต โดยมองว่าหัวใจสำคัญของการพัฒนาเมืองคือเรื่อง Productivity หรือประสิทธิภาพของเมือง ซึ่งจะต้องเร่งปรับปรุงระบบราชการและกฎหมายที่ล้าสมัย นำเทคโนโลยีเข้ามาจับเพื่อใช้ทรัพยากรเท่าเดิมแต่ได้ผลผลิตมากขึ้น เพื่อดึงดูดนักลงทุนและคนเก่งๆ ให้มาอยู่กับเรา และเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันกับเมืองอื่นๆ ทั่วโลก

ทั้งนี้ เมื่อผู้สื่อข่าวถามถึงการตัดสินใจลงสมัครรับเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. ในสมัยหน้า นายชัชชาติระบุว่าผลโพลอาจมีส่วนในการตัดสินใจบ้าง แต่หัวใจสำคัญคือต้องตอบคำถามให้ได้ว่า หากลงสมัครแล้วจะทำอะไรต่อเพื่อให้ประชาชนได้ประโยชน์สูงสุด ซึ่งตนต้องคิดให้ละเอียดว่าในอีก 4 ปีข้างหน้า จะมีคำตอบที่ดีขึ้นให้ประชาชนได้อย่างไร