เตือน!สารพิษในบุหรี่ ต้นตอสำคัญก่อโรคหลอดเลือดหัวใจตีบ
ควันบุหรี่จะจับฮีโมโกลบิน-ลดการปล่อยออกซิเจน บางรายเลือดหนืดแข็งตัวง่าย เกิดความผิดปกติในร่างกาย นำมาซึ่งหลายโรคร้าย แนะปรับเปลี่ยนพฤติกรรมห่างไกลโรค
นพ.สมศักดิ์ อรรฆศิลป์ อธิบดีกรมการแพทย์ เปิดเผยว่า ควันบุหรี่เป็นผลผลิตของสารที่ เกิดจากการเผาไหม้ นิโคติน และ alkaloids และยังมีสะสารในควันบุหรี่หลายชนิดสามารถทำให้เกิดโรคหัวใจและหลอดเลือด ควันบุหรี่ยังมีสารออกซิแดนซ์ที่มีความเข้มข้นสูงทำอันตรายต่อผนังหลอดเลือด ทำให้เกิดการอักเสบนำไปสู่โรคผนังหลอดเลือดแดงแข็ง(Atherosclerosis) และกระตุ้นเกล็ดเลือดและ การเกิดลิ่มเลือด ก๊าซคาร์บอนมอนอกไซด์ (CO) ในควันบุหรี่จะจับกับฮีโมโกลบินอย่างแน่น และมีผลลดความสามารถในการนำและปลดปล่อยออกซิเจนของเม็ดเลือดแดงทำให้เกิดภาวะออกซิเจน ในเลือดต่ำ ทำให้มีผลต่อการขาดเลือดมากขึ้น ผู้ที่สูบบุหรี่บางรายจะตอบสนองโดยเกิดภาวะเม็ดเลือดแดงเข้มข้น (polycythemia) ทำให้มีความหนืดของเลือดมากขึ้น และนำไปสู่ภาวะเลือดเกิดการแข็งตัวได้ง่าย (hypercoagulable state)
ในปัจจุบันเชื่อว่า free radical เป็นตัวการสำคัญในการเกิดผนังหลอดเลือดแดงแข็งที่เป็นผลมาจากการสูบบุหรี่ กลุ่มอาการของผนังหลอดเลือดแดงแข็ง ซึ่งมีอาการแสดงได้หลายอย่าง เช่น โรคหลอดเลือดหัวใจตีบชนิดเรื้อรัง กล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดเฉียบพลัน การเสียชีวิตแบบกะทันหัน และโรคหลอดเลือดสมอง นอกจากนี้ ยังมีผลทำให้เกิดอาการปวดขาจากหลอดเลือดแดงส่วนปลายตีบ การโป่งพองของหลอดเลือดแดงใหญ่ในช่องท้องและการเสื่อมสมรรถภาพทางเพศ
นอกจากนี้ ทาร์ ยังเป็นสารก่อมะเร็งปอด โรคถุงลมโป่งพอง โรคหลอดลมอักเสบเรื้อรัง ไนโตรเจนไดออกไซค์ จะทำลาย เยื่อบุหลอดลมส่วนปลายและถุงลม ทำให้เกิดถุงลมโป่งพอง ไฮโดรเจนไซยาไนต์ ทำให้เกิดอาการไอ มีเสมหะ และหลอดเลือดอักเสบเรื้อรัง จะเห็นได้ว่าสารพิษในบุหรี่มีมากมาย
นพ.เอนก กนกศิลป์ ผอ.สถาบันโรคทรวงอก กรมการแพทย์ กล่าวว่า การสูบบุหรี่ ทำให้เกิดโรคร้ายต่างๆมากมาย รวมทั้งเป็นหนึ่งปัจจัยสำคัญที่ทำให้เกิดโรคหลอดเลือดหัวใจตีบตันได้ เพราะสารพิษในควันบุหรี่ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงของหลอดเลือดทั่วร่างกาย โดยมีความผิดปกติหลายอย่างร่วมกันในการทำงานของเยื่อหลอดเลือดผิดปกติ มีการอักเสบของผนังหลอดเลือด และการเปลี่ยนแปลงของไขมันมีการเพิ่มขึ้นของระดับ คอเลสเตอรอลชนิดไม่ดี (LDL) และระดับไตรกลีเซอร์ไรด์อย่างชัดเจน แต่จะมีการลดลงของคอเลสเตอรอลชนิดดี (HDL) มีผลในการเกิด ผนังหลอดเลือดแดงเสื่อมและมีผนังหลอดเลือดแดงแข็งตามมา นอกจากนี้ ยังกระตุ้นการทำงานของเกล็ดเลือดทำให้เกิดลิ่มเลือด ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้เกิดโรคกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดเฉียบพลันและเสียชีวิตแบบกะทันหัน
ทั้งนี้ โรคหลอดเลือดหัวใจตีบ เกิดจากการเสื่อมสภาพของผนังหลอดเลือดแดงโคโรนารี (Coronary) เกิดเป็นคราบเกาะผนังด้านในหลอดเลือดสะสมมากขึ้นเรื่อยๆ จะทำให้รูหลอดเลือดค่อยๆ ตีบลง จนทำให้เลือดไหลเวียนไปเลี้ยงกล้ามเนื้อหัวใจไม่สะดวกและการไหลเวียนเลือดไปสู่หัวใจลดน้อยลงและหล่อเลี้ยงกล้ามเนื้อหัวใจได้ไม่เพียงพอจนอาจทำให้เกิด “ภาวะกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือด” ได้ ผู้ป่วยมักจะมีอาการเจ็บแน่นหน้าอกเวลาออกกำลังและดีขึ้นเมื่อได้พักหรืออมยาขยายหลอดเลือด ซึ่งมีลักษณะอาการเรื้อรัง
นอกจากนี้ ในผู้ป่วยบางรายอาจมาด้วยอาการเจ็บหน้าอกกะทันหันรุนแรงชนิดเฉียบพลันที่เกิดจากการปริแตกของผนังด้านในของหลอดเลือดทำให้มีลิ่มเลือดอุดตันหลอดเลือดเกิดกล้ามเนื้อหัวใจตายชนิดเฉียบพลันหากปล่อยทิ้งไว้หรือรู้ตัวช้า และไม่ได้รับการรักษาที่เหมาะสมตามเวลาอาจเป็นอันตราย ต่อชีวิต และบางรายเสียชีวิตกะทันหันจากการเต้นผิดปกติของหัวใจห้องล่างชนิดร้ายแรง
การป้องกันตนเองให้ห่างไกลจากโรคนี้ที่ดีที่สุด คือการเลิกสูบบุหรี่ซึ่งสามารถลดอัตราเกิดโรคและลดอัตราเสียชีวิตได้ การปรับเปลี่ยนวิถีการดำเนินชีวิตดังนี้ 1. ปรับพฤติกรรมการกินให้เหมาะสม เลือกกินอาหารที่ดีต่อสุขภาพ เน้นรับประทานผักผลไม้ให้หลากหลายมากขึ้น รวมถึงลดอาหารที่หวานจัด เค็มจัด 2.ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอประมาณ 30 นาที ต่อวัน 3.นอนพักผ่อนให้เพียงพอ 4.หลีกเลี่ยงความเครียด 5. งดสูบบุหรี่และงดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ทุกชนิด 6.ตรวจสุขภาพอย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง อีกทั้งหากพบว่าตนเองมีอาการบ่งชี้ที่กล่าวมาข้างต้น ให้รีบมาโรงพยาบาลเพื่อให้แพทย์ทำการวินิจฉัย และได้รับการดูแลรักษาอย่างถูกต้อง
หากผู้ที่ประสงค์จะเลิกบุหรี่ สถาบันโรคทรวงอก กรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข ได้เปิดให้บริการคลินิกอดบุหรี่ ในทุกวันจันทร์ – วันศุกร์ เวลา 08.00 – 16.00 น. โดยมีบริการให้คำปรึกษาการเลิกบุหรี่ จากบุคลากรทางการแพทย์เฉพาะทาง และแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ อีกทั้งมีบริการอดบุหรี่ด้วยยา ในทุกวันจันทร์ เวลา 08.00 – 12.00 น. หากมีข้อสงสัยสอบถามรายละเอียดได้ที่ 02-547-0999 ต่อ 30927