อภิสิทธิ์ชนโดยรัฐ! “โอฬาร ถิ่นบางเตียว” วิจารณ์ประมูลป้ายทะเบียน ตอกย้ำความเหลื่อมล้ำเชิงสัญลักษณ์
วันที่ 12 ส.ค.2569 รศ.ดร.โอฬาร ถิ่นบางเตียว อาจารย์ประจำคณะรัฐศาสตร์และนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยบูรพา เผยแพร่บทความ เรื่อง “บทวิพากษ์ทะเบียนเลขสวย: เมื่อรัฐผลิตอภิสิทธิ์ชนบนท้องถนนในนามประโยชน์สาธารณะ”
ในสังคมไทยทะเบียนรถยนต์ไม่ได้ทำหน้าที่เพียงระบุตัวตนของยานพาหนะ แต่ยังถูกทำให้กลายเป็นเครื่องหมายแสดงสถานะทางเศรษฐกิจและสังคม โดยเฉพาะ “ทะเบียนเลขสวย” ที่มีทั้งตัวเลขซ้ำ เลขเรียง เลขมงคล หรือเลขที่เชื่อมโยงกับความเชื่อเรื่องโชคลาภ อำนาจ และความสำเร็จ เมื่อรัฐนำหมายเลขเหล่านี้เข้าสู่กระบวนการประมูล การจัดสรรทรัพยากรสาธารณะจึงถูกเปลี่ยนให้เป็นตลาดแข่งขันด้านกำลังซื้อ ผู้มีทรัพย์สินมากย่อมมีโอกาสครอบครองสัญลักษณ์แห่งเกียรติยศมากกว่าผู้อื่น
แม้รัฐจะอธิบายว่าการประมูลทะเบียนเลขสวยช่วยเพิ่มรายได้เพื่อนำไปใช้ประโยชน์สาธารณะ แต่คำอธิบายดังกล่าวควรถูกตั้งคำถามว่า รายได้สาธารณะที่เกิดจากการจำหน่ายอภิสิทธิ์เชิงสัญลักษณ์นั้น สามารถทำให้กระบวนการทั้งหมดมีความชอบธรรมได้จริงหรือไม่ เพราะสิ่งที่รัฐกำลังทำไม่ใช่เพียงการหารายได้ หากยังเป็นการรับรองว่าเงินสามารถซื้อความโดดเด่น การยอมรับ และตำแหน่งแห่งที่ที่เหนือกว่าผู้อื่นในพื้นที่สาธารณะได้
“จากหมายเลขทะเบียนสู่ทุนเชิงสัญลักษณ์”
ในทางกฎหมาย รถยนต์ทุกคันต้องมีทะเบียนเพื่อการควบคุม ตรวจสอบ และจัดระเบียบการใช้ถนน หมายเลขทะเบียนจึงควรเป็นเครื่องมือทางปกครองที่มีลักษณะเป็นกลาง แต่เมื่อหมายเลขบางชุดถูกนิยามว่าเป็น “เลขสวย” และถูกจัดสรรผ่านการประมูล ทะเบียนรถก็เปลี่ยนสถานะจากเครื่องมือทางราชการไปเป็นสินค้าเชิงสถานะ
มูลค่าของทะเบียนเลขสวยไม่ได้เกิดจากคุณประโยชน์ในการใช้งาน รถที่ติดทะเบียน 8888 9999 5555 ไม่ได้ปลอดภัยกว่า ประหยัดพลังงานกว่า หรือสร้างประโยชน์แก่สังคมมากกว่ารถที่มีหมายเลขธรรมดา มูลค่าของมันเกิดจากความหายาก ความเชื่อ และการรับรู้ร่วมกันว่าผู้ครอบครองเป็นบุคคลที่มีฐานะ มีอำนาจ หรือมีความสามารถในการเข้าถึงสิ่งที่คนทั่วไปเข้าถึงไม่ได้
ทะเบียนเลขสวยจึงทำหน้าที่เป็น “ทุนเชิงสัญลักษณ์” ที่ช่วย ผลิตซ้ำสถานะของอภิสิทธิ์ชนในสังคมไทยให้ความมั่งคั่งส่วนบุคคลที่ปรากฏต่อสายตาสาธารณะอย่างชัดเจน ผู้ครอบครองไม่ได้ซื้อเพียงตัวเลข แต่ซื้อความแตกต่าง ซื้อการจดจำ และซื้อสถานะที่ถูกผลิตและรับรองโดยรัฐ
“การประมูลที่เสมอภาคในรูปแบบ แต่เหลื่อมล้ำในเนื้อหา”
แม้ว่ารัฐอาจโต้แย้งว่าการประมูลเปิดให้ประชาชนทุกคนเข้าร่วม จึงเป็นกระบวนการที่โปร่งใสและเสมอภาค แต่ความเสมอภาคในการเปิดประตู ไม่ได้หมายความว่าทุกคนมีความสามารถเท่าเทียมกันในการเดินผ่านประตูนั้น
แต่ทว่าการประมูลใช้เงินเป็นเกณฑ์ตัดสิน ผู้ที่มีกำลังซื้อมากที่สุดย่อมเป็นผู้ชนะ ดังนั้น แม้ทุกคนจะมีสิทธิเข้าร่วมในทางกฎหมาย แต่คนส่วนใหญ่ไม่มีศักยภาพแข่งขันในทางเศรษฐกิจ กระบวนการนี้จึงเป็นความเสมอภาคเพียงในรูปแบบ ขณะที่ผลลัพธ์ถูกกำหนดล่วงหน้าด้วยความเหลื่อมล้ำด้านรายได้และทรัพย์สิน
ยิ่งไปกว่านั้น รัฐไม่ได้เป็นเพียงผู้สังเกตการณ์ตลาด แต่เป็นผู้สร้างความหายาก จัดหมวดหมู่ “เลขสวย” กำหนดวิธีการเข้าถึง และรับรองกรรมสิทธิ์แก่ผู้เสนอราคาสูงสุด กล่าวได้ว่า รัฐเป็นผู้ผลิตตลาดแห่งอภิสิทธิ์ชนขึ้นมาเอง แล้วใช้กลไกตลาดคัดเลือกผู้มีฐานะให้ได้รับสิทธิในการแสดงความเหนือกว่าบนพื้นที่สาธารณะ
ในความหมายนี้ ทะเบียนเลขสวยจึงสะท้อนปรากฏการณ์ “อภิสิทธิ์ชนโดยรัฐ” กล่าวคือ รัฐนำอำนาจในการจัดสรรทรัพยากรสาธารณะมาสร้างสินค้าสำหรับการบริโภคเชิงสถานะของชนชั้นที่มีกำลังซื้อ
“ประโยชน์สาธารณะลบล้างความเหลื่อมล้ำได้หรือไม่”
เหตุผลสำคัญที่ใช้สนับสนุนการประมูลคือ รายได้จะถูกนำไปใช้ในกิจกรรมที่เป็นประโยชน์ต่อประชาชน อย่างไรก็ตาม การนำรายได้ไปใช้เพื่อสาธารณะกับความเป็นธรรมของวิธีหารายได้เป็นคนละคำถามกัน
การใช้เงินประมูลเพื่อช่วยเหลือสังคมอาจก่อให้เกิดผลดี แต่ผลดีปลายทางไม่ได้ลบล้างปัญหาของกระบวนการต้นทาง หากรัฐสามารถอ้างประโยชน์สาธารณะเพื่อจำหน่ายความโดดเด่นหรืออภิสิทธิ์ได้ หลักการเดียวกันนี้ย่อมเปิดทางให้รัฐแบ่งชั้นประชาชนผ่านบริการและสัญลักษณ์รูปแบบอื่น ตราบใดที่สามารถกล่าวได้ว่าเงินส่วนหนึ่งจะถูกส่งคืนสู่สังคม
ประเด็นจึงไม่ใช่ว่ารัฐได้รับเงินมากเพียงใด แต่คือรัฐควรหารายได้ด้วยการส่งเสริมวัฒนธรรมอวดสถานะหรือไม่ รัฐควรเป็นผู้รับรองการแบ่งแยกทางชนชั้นผ่านสัญลักษณ์บนถนนหรือไม่ และพื้นที่สาธารณะควรถูกใช้เป็นเวทีแสดงอำนาจซื้อของปัจเจกบุคคลเพียงใด
เรียกร้องให้คืน “เลขสวย” ให้แก่ภารกิจสาธารณะ
หากต้องการลดความเหลื่อมล้ำเชิงสัญลักษณ์อย่างจริงจัง รัฐควรยุติการจัดสรรทะเบียนเลขสวยตามกำลังซื้อ แล้วเปลี่ยนให้หมายเลขเหล่านี้เป็นสัญลักษณ์ของการรับใช้ส่วนรวม แทนที่จะเป็นเครื่องประดับบารมีของผู้มีฐานะ
ตัวอย่างเช่น
* ทะเบียน 8888 อาจจัดสรรให้รถราชการที่ให้บริการประชาชน
* ทะเบียน 9999 อาจเป็นของรถบรรทุกเทศบาลหรือรถเก็บขยะ
* ทะเบียน 7777 อาจติดกับรถควบคุมสัตว์หรือรถจับสุนัขของเทศบาล
* เลขเรียงหรือเลขซ้ำอาจจัดสรรให้รถโดยสารสาธารณะ รถพยาบาล รถดับเพลิง รถกู้ภัย หรือรถรับส่งนักเรียน
* หมายเลขที่มีมูลค่าสูงในตลาดอาจถูกกำหนดให้เป็นเอกลักษณ์ของยานพาหนะเพื่อบริการคนพิการ ผู้สูงอายุ และชุมชนห่างไกล
ข้อเสนอนี้ไม่ได้มีเป้าหมายเพียงล้อเลียนวัฒนธรรมเลขมงคล แต่ต้องการกลับความหมายของ “เกียรติยศ” เสียใหม่ หากหมายเลขเหล่านี้ถูกสังคมยอมรับว่าโดดเด่น รถที่สมควรได้รับความโดดเด่นก็ควรเป็นรถที่ทำประโยชน์แก่ประชาชน ไม่ใช่รถที่เจ้าของสามารถจ่ายเงินได้มากที่สุด
ทะเบียน 9999 บนรถเก็บขยะของเทศบาลอาจมีคุณค่าทางประชาธิปไตยมากกว่าทะเบียนเดียวกันบนรถยนต์หรู เพราะมันทำให้สิ่งที่สังคมมองข้าม—แรงงานสาธารณะ การดูแลความสะอาด และบริการขั้นพื้นฐาน—กลับมามีเกียรติและปรากฏแก่สายตาของประชาชน ส่วนทะเบียน 7777 บนรถควบคุมสัตว์ของเทศบาล ก็อาจเตือนให้เห็นว่า “ความเป็นมงคล” ไม่จำเป็นต้องผูกติดกับความมั่งคั่ง แต่อาจหมายถึงการที่องค์กรสาธารณะสามารถดูแลชีวิต สุขอนามัย และความปลอดภัยของชุมชนได้อย่างมีประสิทธิภาพ
“จากสิทธิในการอวดฐานะสู่เกียรติของการรับใช้สังคม”
การยกเลิกการประมูลไม่ได้หมายความว่ารัฐต้องสูญเสียรายได้โดยไม่มีทางเลือก รัฐสามารถหารายได้จากระบบภาษีและค่าธรรมเนียมที่ออกแบบตามหลักความสามารถในการจ่าย เช่น ภาษีรถยนต์ราคาแพง ภาษีรถที่ก่อมลพิษสูง หรือค่าธรรมเนียมการใช้ยานพาหนะในพื้นที่แออัด กลไกเหล่านี้สัมพันธ์กับต้นทุนที่บุคคลก่อให้เกิดแก่สังคม และมีเหตุผลด้านความเป็นธรรมมากกว่าการขายสัญลักษณ์แห่งสถานะ
รัฐควรแยก “การระดมรายได้” ออกจาก “การผลิตอภิสิทธิ์ชน” สร้างความเหลื่อมล้ำระหว่างประชาชนโดยอำนาจรัฐ ให้ชัดเจน การมีรายได้เพิ่มไม่ใช่เหตุผลเพียงพอที่จะทำให้นโยบายหนึ่งเป็นธรรม โดยเฉพาะเมื่อนโยบายนั้นอาศัยความเหลื่อมล้ำเดิมเป็นเครื่องจักรสร้างรายได้ และตอกย้ำค่านิยมว่าผู้มีเงินมากกว่าสมควรได้รับสิ่งที่โดดเด่นกว่า
ท้ายที่สุด ปัญหาทะเบียนเลขสวยอาจดูเป็นเรื่องเล็กเมื่อเทียบกับความเหลื่อมล้ำด้านที่ดิน การศึกษา สาธารณสุข หรือกระบวนการยุติธรรม แต่สัญลักษณ์เล็ก ๆ เหล่านี้เผยให้เห็นโครงสร้างความคิดขนาดใหญ่ของรัฐไทย นั่นคือ การยอมรับว่าความแตกต่างทางเศรษฐกิจสามารถแปรเปลี่ยนเป็นเกียรติยศและอภิสิทธิ์ในพื้นที่สาธารณะได้อย่างชอบธรรม
สังคมที่เสมอหน้าไม่ได้หมายถึงสังคมที่ห้ามความแตกต่างทุกชนิด แต่หมายถึงสังคมที่รัฐไม่ใช้สถาบันและอำนาจสาธารณะเป็นเครื่องมือประดับสถานะให้แก่ผู้มั่งคั่ง หากเลข 8888, 9999 หรือ 7777 มีเกียรติจริง เกียรตินั้นก็ควรถูกมอบให้แก่รถที่รับใช้ประชาชน รถเก็บขยะ รถดับเพลิง รถพยาบาล รถขนส่งสาธารณะ หรือแม้แต่รถจับสุนัขของ หน่วยงานสาธารณะ เพื่อประกาศว่าในระบอบประชาธิปไตย เกียรติสูงสุดไม่ได้เกิดจากความสามารถในการซื้อ แต่เกิดจากการทำประโยชน์แก่ส่วนรวม"