โควิดป่วยพุ่ง121 ลาม 38 จว.
โควิดไทยพุ่งปรี๊ด! พบติดเชื้อเพิ่ม121 ราย เป็นผู้ป่วยในประเทศ 94ราย ต่างด้าว 18 ราย ลอบเข้าเมืองอีก 1 ราย ยังรอผลจากระยองอีก 49 ราย ระบุไวรัสร้ายลามแล้ว38จังหวัด “หมอทวีศิลป์” ชงผู้ว่าฯจัดการเอง ไม่ต้องรอให้ภาครัฐคุมเข้ม ขอทุกพื้นที่เน้นย้ำมาตรการ "D-M-H-T-T" ป้องกันโควิด-19 อย่างเคร่งครัด “ระยอง” พบผู้ติดโควิดเพิ่มอีก 49 ราย ยอดสะสม 87 ราย ติดอันดับ 2ของประเทศ “สุโขทัย”พบผู้ติดเชื้อรายแรกของจังหวัด เผยเป็นหมอนวดแผนไทยจากมาหชัย “รัฐสภา”ระทึก! ผู้เข้าประชุมอนุกมธ.เสี่ยงติดโควิด ก่อนกลับระยอง ขณะที่“เลขาธิการสภาฯ” สั่งยกระดับความเข้มข้นสกัดโควิดทันที
เมื่อวันที่ 27 ธ.ค.63 ศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 ได้รายงานสถานการณ์ผู้ป่วยติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ในประเทศไทยล่าสุดพบผู้ติดเชื้อรายใหม่อีก 121ราย เป็นการติดเชื้อภายในประเทศ 94 ราย พบในแรงงานต่างด้าวเพิ่มอีก 18 ราย โดยเดินทางมาจากต่างประเทศไม่ผ่านการกักกัน 1 ราย และเดินทางมาจากต่างประเทศโดยเข้าพักในสถานกักกันโรคของรัฐแล้ว 8 ราย รวมยอดผู้ป่วยสะสม 6,141 ราย ไม่มีผู้เสียชีวิตเพิ่ม ยอดผู้เสียชีวิตยังคงเดิมที่ 60 ราย รักษาหายเพิ่มอีก 9 ราย รวมยอดผู้ป่วยรักษาหาย 4,161 ราย และยังคงรักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาล 1,920 ราย
ทั้งนี้ สำหรับลักลอบเข้าไทยไม่ผ่านการกักตัว เป็นชาวเมียนมา และได้ส่งตัวกลับไปเมียนมาแล้ว ขณะที่ยังรอรายงานที่จ.ระยองอีก 49 ราย ทำให้ขณะนี้มียอดรวมผู้ติดเชื้อกระจายในประเทศไทยแล้ว 38 จังหวัด
ด้าน นพ.ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน โฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรน่า 2 019 (โควิด-19) หรือ ศบค. กล่าวว่า ขณะนี้เข้าใจว่าจ.ระยองจะประกาศเป็นพื้นที่ควบคุมสูงสุด ต้องงดจัดกิจกรรมทุกรูปแบบ หรืออาจจะปิดหรือเปิดพื้นบางส่วนขึ้นอยู่ที่ผู้ว่าฯตัดสินใจ
“ตอนนี้มีพื้นที่ควบคุมคือ ระยองกับสมุทรสาคร ส่วนจังหวัดอื่นยังสามารถดูแลได้ไม่ต้องการให้เกิดมาตร การเข้มเกินไป ขึ้นอยู่กับมาตรการของผู้ว่าฯเป็นหลัก อย่างไรก็ตามการตัดสินใจต้องใช้ทางสายกลาง คนที่เสี่ยงต้องรับผิดชอบดูแลตัวเอง ถ้าไม่มีธุระอะไรไม่อย่าออกไปไหน และถ้าบริษัทห้างร้าน ไม่มีปัญหาอะไรก็ใช้เวิร์คฟอร์มโฮมเป็นมาตรการที่ปล่อยให้เป็นไปตามธรรมชาติ ยืดหยุ่น ปรับกันได้ไม่จำเป็นต้องรอให้ภาครัฐสั่งคุมเข้ม”
นอกจากนี้ ศบค.ได้ขอให้ ศปม. เน้นย้ำหน่วยต่างๆ ตรวจกำกับดูแลกิจการที่มีความเสี่ยงต่อการแพร่ระบาดในพื้นที่รับผิดชอบ โดยมีมาตรการ ดังนี้ 1.ทุกพื้นที่เน้นมาตรการป้องกัน (D-M-H-T-T) และขอความร่วมมือหรือพิจารณาให้หยุดดำเนินกิจการตามความเหมาะสมกับสถานการณ์ในพื้นที่และ2.พื้นที่ที่มีผู้ติดเชื้อ ให้คณะกรรมการ โรคติดต่อจังหวัด พิจารณาปิดสถานประกอบการที่เสี่ยงต่อการแพร่ระบาดตามขนาดพื้นที่
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ได้มีประชาชนชาวระยองรวมทั้งผู้สูงอายุกว่า300 คน เดินทางไปรอรับการตรวจหาเชื้อโควิด-19 จากเจ้าหน้าที่ชุดพิเศษในโรงพยาบาลระยอง ล่าสุดการตรวจ พบผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้นอีก 49 ราย โดยอยู่ระหว่างสอบสวนโรค ทำให้ขณะนี้ จ.ระยอง มีผู้ติดโควิดแล้ว 85 ราย และจำนวน 7 ราย โดยมาจากการลักลอบเล่นการพนัน ส่วนรายอื่นๆอยู่ระหว่างการสอบสวนโรค
ขณะที่ นายวิรุฬ พรรณเทวี ผวจ.สุโขทัย แถลงว่า ขณะนี้ได้พบผู้ติดเชื้อโควิด-19 ในผู้ป่วยเพศหญิง อายุ 42 ปี มีอาชีพเป็นพนักงานนวดแผนไทย ที่ ต.มหาชัย อ.เมือง จ.สมุทรสาคร โดยไทม์ไลน์ผู้ติดเชื้อดังกล่าว พบว่า เมื่อวันที่ 25 ธ.ค. เวลา 06.00 น. เดินทางออกจาก ต.มหาชัย อ.เมือง สมุทรสาคร กลับบ้านที่จ.สุโขทัย พร้อมแฟนอายุ 30 ปี และเพื่อนหญิงอายุ 52 ปี ด้วยรถยนต์ส่วนตัว เวลา 09.00 น. พักรถที่ปั๊มน้ำมันที่ จ.พระนครศรีอยุธยา เวลา 11.00 น. แวะพักที่ร้านอาหารแห่งหนึ่งที่ จ.นครสวรรค์ เวลา 15.00 น. ถึงบ้านพักที่ จ.สุโขทัย ทั้ง 3 คน ไม่มีอาการป่วย ได้รายงานตัวต่อเจ้าหน้าที่ รพ.สต.บ้านกล้วย เจ้าหน้าที่ให้ไปตรวจโควิด-19 ที่ รพ.สุโขทัย และให้กักตัวที่บ้าน 14 วัน จากนั้นเวลา 17.00 น. ได้ไปรับการตรวจหาเชื้อโควิด-19 ที่ รพ.สุโขทัยวันที่ 26 ธ.ค.เวลา 22.00 น. ผลตรวจพบเชื้อโควิด 1 ราย
ขณะเดียวกัน ผู้สื่อข่าวรายงานจากรัฐสภา ว่า ในช่วงเช้าไลน์ผู้บริหารระดับสูงของสำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรได้รายงานสถานการณ์โควิด-19 ล่าสุด จาก นางพรพิศ เพชรเจริญ เลขาธิการสภาฯ ว่า “เรียนผู้บริหาร ตามที่มีข่าวว่ามีผู้ป่วยโควิด เข้ามาสภา วันที่ 21 ธ.ค. เวลา 13.00น. ได้สัมภาษณ์ บุคคลดังกล่าวแล้ว ปรากฏข้อเท็จจริงว่า Mr.A เข้ามาประชุมอนุกมธ.พนันออนไลน์ เวลา 13.30-15.00 น เข้า-ออก ทาง B2ก่อนกลับ จ.ระยอง วันที่ 23 ธ.ค.ไปพบป้า (ผู้ป่วยโควิด) ช่วงเวลา 12.00น.วันที่ 24 ธ.ค.Mr.A พาครอบครัวไปตรวจโควิด ทุกคนผลเป็นลบ ยกเว้น Mr.A มีผลก้ำกึ่ง ส.ส.ระยอง ให้ Mr.A ไปกักตัว@รพ.ระยอง โยขณะนี้ Mr.A กำลังอยู่ระหว่างดำเนินการแยกมากักตัวที่รพ.ในกทม. นอกจากนี้เลขาธิการสภาฯ ได้มีข้อสั่งการให้สำนักการแพทย์ติดตามข้อมูลการแพร่ระบาดให้ใกล้ชิด ยกระดับความเข้มข้นของการตรวจคัดกรองและแจ้งประสานทุกฝ่ายเฝ้าระวังและติดตาม