"หมอดื้อ" เผยไม่ควรตื่นตระหนก "ฝีดาษวานร"
วันที่ 20 พ.ค.65 ศ.นพ.ธีระวัฒน์ เหมะจุฑา หัวหน้าศูนย์วิทยาศาสตร์สุขภาพโรคอุบัติใหม่ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โพสต์เพจเฟซบุ๊กระบุข้อความว่า ...
monkey pox (ฝีดาษวานร) ยังไม่ควรตื่นตระหนกมาก
หมอดื้อ
20/05/2565
1- เชื้อไวรัสนี้จะแพร่ต่อเมื่อคนติดเชื้อเริ่มมีอาการแล้ว ได้แก่ ไข้ปวดหัว ปวดเมื่อย มีต่อมน้ำเหลืองโต และที่สำคัญก็คือ จะมีผื่นที่ปรากฏเห็นได้ชัด ที่หน้าที่แขนและที่มือหลังจากเริ่มอาการป่วยไม่นาน
2- ความสามารถในการติดจากคนสู่คน ต่ำกว่า small pox หรือโรคฝีดาษซึ่งเป็นเชื้อสายพันธุ์ต้นตระกูลมากมาย
3 -หากติดเชื้อ ความรุนแรงจนกระทั่งเสียชีวิต โดยทั่วไปจะถือว่าน้อยกว่า 10% แต่ในความเป็นจริงแล้ว อัตราการเสียชีวิตจากโรคนี้ต่ำมาก ประมาณ 1% หรือมากกว่า1% นั้นเล็กน้อย
4- ไวรัสตัวนี้เป็นชนิด DNA ดังนั้นความสามารถที่จะมีการแปรผันรหัสพันธุกรรมเกิดเป็นสายพันธุ์ใหม่แบบโควิดนั้น แทบเป็นไปไม่ได้เลย
5- การติดเชื้ออยู่ที่การสัมผัสใกล้ชิด ฝอยละออง จากการไอ จาม น้ำลาย จากคนติดเชื้อ ที่มีอาการแล้ว
และกรณีที่ติดจากสัตว์ จะเป็นจากการสัมผัสใกล้ชิด หรือ กับสัมผัสเนื้อ หรือสิ่งคัดหลั่งเลือด เวลาที่ทำอาหาร เช่นในแอฟริกา
อย่ากลัวสัตว์มาก เพราะในกรณีนี้ในประเทศต่างๆ คนติดก่อนและปล่อยไปให้สัตว์ (ในการเกิดโรคเป็นกระจุก หลาย 10 ปีที่ผ่านมาในแอฟริกา เป็นจากสัตว์มาคน และคนสู่คน)
6- การติดเชื้อเป็นกระจุกเล็กๆมีมาในอดีตหลาย 10 ปีที่แล้วเช่นในสหรัฐเป็นต้น ไม่ใช่เรื่องใหม่
7- วัคซีนฝีดาษที่พวกเราสมัยก่อนเคยได้รับเมื่อ 50-60 ปีที่แล้ว จะได้ผลกับ monkey poxนี้ แต่ เป็นวัคซีนที่มีผลข้างเคียงพอสมควร โดยเฉพาะการเกิดสมองอักเสบจากภูมิคุ้มกันแปรปรวนและมีความรุนแรงของผลข้างเคียงถึงเสียชีวิตได้ถึง 50%
และขณะนี้วัคซีนรุ่นใหม่ถึงมีการพัฒนาแล้ว แต่ก็ไม่ได้ใช้แพร่หลาย เนื่องจากตัวโรคเองนั้นยังไม่เป็นโรคระบาด ไม่ได้มีความน่ากลัวรุนแรงแพร่กระจายในวงกว้างแบบฝีดาษ
8- การรักษายังคงเป็นการประคับประคองตามอาการแม้ว่าจะมียาที่ใช้ในยุโรป แต่เป็นการป้องกันไม่ให้มีการแพร่จากคนที่ติดเชื้อออกไปมากกว่า
สรุปสั้นๆก็คือ
การป้องกันตัวที่เราปฏิบัติขณะนี้สำหรับป้องกันโควิด ก็เหมาะกับเชื้อนี้เช่นเดียวกันคือการใส่หน้ากาก ล้างมือ รักษาสุขอนามัย เมื่อตนเองไม่สบายมีไข้ปวดเมื่อย อย่าอยู่ใกล้ชิดกับคนอื่นและถ้ามีอาการหนักขึ้นปรึกษาแพทย์
ศูนย์วิทยาศาสตร์สุขภาพโรคอุบัติใหม่ของเราเตรียมพร้อมในการวินิจฉัยฝีดาษวานรเรียบร้อยแล้ว
ขอบคุณข้อมูลและภาพ เพจเฟซบุ๊ก ธีระวัฒน์ เหมะจุฑา Thiravat Hemachudha