"อนุทิน" เผยพฤหัสฯ นี้ สธ.เตรียมชง ศบค.ปรับสีคลายล็อก ผับบาร์รอไปก่อน

คุณภาพชีวิต18 ม.ค. 2565 • 15:20 น.
"อนุทิน" เผยพฤหัสฯ นี้ สธ.เตรียมชง ศบค.ปรับสีคลายล็อก ผับบาร์รอไปก่อน
เมื่อวันที่ 18 ม.ค.65 นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกฯและรมว.สาธารณสุข กล่าวถึงการประชุมร่วมกับ ศบค. ในวันที่ 20 ม.ค.65 ว่า ที่กระทรวงสาธารณสุขเสนอคือเรื่องของการปรับพื้นที่สี เพื่อให้เกิดความผ่อนคลายในเรื่องของการใช้ชีวิตมากขึ้น รวมไปถึงการขอความเห็นกรณีเมื่อสถานการณ์คลี่คลาย จะมีการเปิดลงทะเบียนเทสต์แอนด์โกอีกครั้งในเดือนกุมภาพันธุ์ อย่างไรก็ตาม ในประเด็นดังกล่าวต้องประเมินสถานการณ์ทั้งในไทย และต่างประเทศด้วย ต้องไปดูสถานการณ์ของประเทศต้นทาง เพราะประเทศไทยก็ไม่อยากเข้าไปเสี่ยง ขอย้ำว่าจากการประเมินเฉพาะในประเทศไทย จาก 18 วันที่ผ่านมา นับตั้งแต่ปีใหม่ เราดูเรื่องของยอดการติด ป่วยหนัก และยอดการสูญเสีย ที่อยู่ในระดับ 1 ต่อ 1,000 ผู้ติดเชื้อ ตามหลักวิชาการเราอยู่ในจุดที่รับมือได้ สถานการณ์ระบาดได้ชะลอตัวมาร่วม 2 อาทิตย์แล้ว นี่เป็นสาเหตุสำคัญ ที่ทำให้กระทรวงฯ ต้องกลับมาหารือเรื่องคลายล็อก นอกจากนั้น เรากำลังพิจารณาเพื่อเพิ่มจังหวัดแซนด์บ็อก ส่วน กทม. อยู่ในส่วนการปกครองของกรุงเทพมหานคร ทางกระทรวงสาธารณสุข จะไม่เข้าไปก้าวก่ายการปฏิบัติงาน ในประเด็นเรื่องสถานบันเทิง ผับ บาร์ จะยังไม่มีการพิจารณาในรอบการประชุมนี้ เพราะยังเป็นจุดที่มีความเสี่ยงสูงต่อการติดเชื้อ การผ่อนคลาย ต้องพิจารณาความสามารถในการควบคุม ถ้าเปิดแล้ว ควบคุมได้ ก็พร้อมคลายล็อก แต่ถ้าเปิดแล้วควบคุมยาก ถึงควบคุมไม่ได้ ก็ต้องพิจารณากันให้ละเอียด สำหรับเรื่องวัคซีนปีนี้ ประเทศไทยยืนยันการจัดหาที่ 120 ล้านโดสแล้ว เพียงพอต่อความต้องการ เนื่องจากปัจจุบัน เราให้ความสำคัญกับเข็มบูสเตอร์ ซึ่งระหว่างนี้ ก็สามารถจัดหาวัคซีนเข้ามาเพิ่มได้อีก ขอย้ำว่าวัคซีน สามารถป้องกันการป่วยหนัก และเสียชีวิต ที่สถานการณ์ไทย มีความสูญเสียต่ำก็เนื่องจากได้เรื่องของประสิทธิภาพของวัคซีนเข้ามาช่วย ขอให้คนไทย เข้ามารับวัคซีน เราไม่ต้องการเห็นความสูญเสีย ซึ่งเป็นเรื่องที่น่าเสียใจ ประเทศไทย พยายามฉีดวัคซีนให้ครอบคลุมประชากรมากที่สุด เราฉีดให้เด็กตั้งแต่อายุ 12 ปีขึ้นไป ในอนาคตอันใกล้ เราจะเริ่มฉีดให้เด็กอายุ 5 ขวบด้วย นายอนุทินกล่าวและว่า “สำหรับเรื่องชุดตรวจเอทีเค ปัจจุบัน มีความต้องการอยู่มาก ต้องขอบคุณความตื่นตัวของประชาชน ทั้งนี้ ได้มอบนโยบายให้องค์การเภสัชกรรมจัดหาชุดตรวจมาให้ประชาชน ห้ามจำหน่ายเกินทุน เราต้องไม่หวังกำไร แต่ต้องปฏิบัติหน้าที่ เพื่อความปลอดภัยของประชาชน และช่วยลดค่าใช้จ่ายให้คนไทย สถานการณ์ปัจจุบันนี้ มียอดติดเชื้อเพิ่มขึ้นทุกวัน ดังนั้น ทุกฝ่าย ยังประมาทไม่ได้”