เป็น'โรคฝีดาษลิง' หรือ'โรคสุกใส'แยกกันยังไง เมื่อมีผื่นตุ่มน้ำ
วันที่ 28 ก.ค.65 เพจ SirirajDerm โพสต์ภาพและข้อความระบุว่า ...
ผื่นตุ่มน้ำ: (ตอน 2)
สวัสดีค่ะ มาพบกันตามนัดกับตอน 2
ความเดิมตอนที่แล้ว ได้รู้จักกับฝีดาษลิง 2022 แล้ว (ตามอ่านในโพสก่อนหน้า)
วันนี้แอดจะพามารู้จักกับโรคที่มีตุ่มน้ำได้คล้ายกับโรคฝีดาษลิง นั่นคือ โรคสุกใส (Chickenpox/Varicella)
จะแยกจากฝีดาษลิงได้อย่างไร?
Chickenpox
ผื่นในสุกใส คล้ายผื่นฝีดาษลิงอย่างไร?
ผื่น มีลักษณะระยะเริ่มจากตุ่มแดง นูน ตุ่มน้ำ ตุ่มหนอง และเป็นสะเก็ด และสามารถมีตุ่มที่มีลักษณะตรงกลางบุ๋ม (รูปภาพด้านล่าง) ส่วนใหญ่พบหลายบริเวณพร้อมกัน และผื่นมักพบหลายระยะพร้อมกันด้วย (multiple phases) และผู้ป่วยมักมีไข้ร่วมด้วย ซึ่งลักษณะต่างๆเหล่านี้ สามารถพบได้ในฝีดาษลิง เช่นกัน
แล้วแบบนี้จะแยกจากกันได้อย่างไร?
ถึงแม้ลักษณะผื่นจะแยกยาก ต้องอาศัยประวัติช่วยในการแยกโรค ได้แก่ โรคสุกใส
มักเป็นในเด็ก อาจพบในผู้ใหญ่ที่ยังไม่เคยมีภูมิคุ้มกันต่อสุกใส ในขณะที่ฝีดาษลิงพบมากในผู้ชาย โดยเฉพาะในกลุ่มที่มีความหลากหลายทางเพศ
การติดเชื้อมักเป็นในครอบครัว เนื่องจากติดเชื้อผ่านละอองฝอย (airborne) เป็นหลัก ขณะที่ฝีดาษลิงติดต่อผ่านการสัมผัสใกล้ชิดเป็นหลัก
ผื่นเด่นที่ตัว มากกว่าแขนขา ไม่ค่อยพบที่ฝ่ามือฝ่าเท้าหรืออวัยวะเพศ ขณะที่ฝีดาษลิงสามารถพบได้ที่ฝ่ามือ ฝ่าเท้า หรือที่อวัยวะเพศได้บ่อย
ผู้ที่ได้รับการฉีดวัคซีนสุกใส หรือเคยเป็นสุกใสมาก่อน โอกาสน้อยที่จะเกิดซ้ำ อย่างไรก็ตามพบว่า 10-15% ของผู้ที่เคยฉีดวัคซีนสุกใส สามารถเกิดโรคได้หากมีการรับเชื้อจากผู้ป่วย
***อย่างไรก็ตามจากการซักประวัติและตรวจร่างกายอาจแยกจากกันไม่ได้ 100% ต้องอาศัยการตรวจทางห้องปฏิบัติการเพิ่มเติมเพื่อยืนยันการวินิจฉัยด้วยนะคะ
สำหรับประชาชนทุกคน ฝีดาษลิงได้เข้ามาในประเทศไทยอย่างเป็นทางการ จึงเป็นโรคที่ไม่ไกลตัวอีกต่อไป หากมีผื่นที่ไม่แน่ใจ ควรเข้ารับการตรวจรักษา
สำหรับบุคคลากรทางการแพทย์ มีข้อเปรียบเทียบหลายประการระหว่างฝีดาษลิง และสุกใส สามารถศึกษาได้เบื้องต้นจากตารางด้านล่าง แนะนำให้อ่านข้อมูลเพิ่มเติมจาก reference ที่ให้ไว้ด้วยนะคะ
ที่มาข้อมูล: Fitpatrick's Dermatology, 9th ed; 2019
ขอบคุณข้อมูล เพจ SirirajDerm